ปอด (แห่งเสรีภาพ) ของนิวยอร์กซิตี้

ปอด (แห่งเสรีภาพ) ของนิวยอร์กซิตี้

ภาพของนครนิวยอร์กในความทรงจำและเป็นที่คุ้นตาของผู้คนทั่วโลกคงหนีไม่พ้นภาพของตึกสูงระฟ้าที่ยืนเด่นตระหง่าน

และเปล่งประกายเจิดจรัสเหนือเส้นขอบฟ้าของนครนิวยอร์ก ซึ่งต้องขอบคุณอิทธิพลของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่ทำให้ภาพตึกระฟ้าเหล่านั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของนครนิวยอร์ก

และเมื่อคุณได้มาเยือน "บิ๊ก แอปเปิล" แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนได้เจอกับเพื่อนเก่าอย่างตึกระฟ้าเหล่านี้ก็ผุดขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในรถแท็กซี่เหลืองที่ขับอยู่บนสะพานบรูคลิน หรือเมื่อมองมาจากบนเรือกลางแม่น้ำฮัดสันที่แล่นมาจากเกาะสเตตันก็ตาม

แต่มุมมองเหล่านี้ได้ถูกแทนที่โดยมุมมองใหม่ที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะวิวทางฝั่งตะวันออกของเกาะแมนฮัตตันหลังจากที่มีการเปิดสวนสาธารณะแห่งใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว

สวนสาธารณะ “แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ โฟร์ ฟรีดอมส์” เป็นปอดแห่งใหม่ของชาวนิวยอร์กที่ออกแบบด้วยดีไซเนอร์ชื่อดังให้เป็นพื้นที่สีเขียวบนเกาะรูสเวลท์ที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำอีสต์ทางตะวันออกของเกาะแมนฮัตตัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสวนสาธารณะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึง แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แนวคิดของเขายังก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศคือ สหประชาชาติ

ไอเดียของการสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงรูสเวลท์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 40 ปีก่อน โดยมี หลุยส์ คาห์น สถาปนิกและดีไซเนอร์อัจฉริยะเป็นเจ้าของโครงการ แต่โชคร้ายที่ทางเมืองประสบภาวะการล้มละลายทางเศรษฐกิจจนโครงการต้องถูกระงับไว้ กระทั่งมีการอนุญาตให้เดินหน้าสร้างโครงการเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2010 ที่ผ่านมา

ชื่อของสวนสาธารณะมีที่มาจากสุนทรพจน์ที่โด่งดังของรูสเวลท์หรือ “โฟร์ ฟรีดอมส์” ที่เขาเรียกร้องให้โลกออกมาปกป้องเสรีภาพ 4 ประการ คือ เสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการบูชา ความเป็นอิสระจากความต้องการ และความเป็นอิสระจากความกลัว หลังจากเขากล่าวสุนทรพจน์นี้ไป 11 เดือน สหรัฐอเมริกาก็ประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมปี 1941

พื้นที่ขนาด 4 เอเคอร์ ที่เคยใช้เป็นที่กำจัดขยะมากว่า 40 ปี ตอนนี้ได้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่สำคัญแห่งใหม่ของนครนิวยอร์กแล้ว ไม่เพียงแต่จะเนรมิตสวนสวยที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี แต่หลุยส์ยังสรรค์สร้างอนุสรณ์แห่งนี้ด้วยสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมเชิงเปรียบเทียบและมุมมองที่ก่อให้เกิดภาพลวงตามากมาย

พลันที่เดินขึ้นบันไดกว้างราว 100 ฟุต ประมาณ 20 กว่าขั้น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสนามหญ้าเขียวขจีที่ขนาบข้างด้วยต้นไม้ที่เต็มไปด้วยดอกสีเหลืองสองข้างทางไกลสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังมีอาคารร้างที่เคยเป็นโรงพยาบาลในสมัยศตวรรษที่ 19 ที่กำลังจะถูกใช้เป็นศาลาทางเข้าสวนสาธารณะด้วย

ความจริงแล้วสนามหญ้าถูกสร้างขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม แต่เมื่อคุณเดินมาจนถึงสุดทางของสนามหญ้าและมองย้อนกลับไปต้นไม้สองข้างทางกลับทำให้สนามกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภาพที่มองผ่านสายตาและสมองที่สวนกับความเป็นจริงนี้เป็นสิ่งที่หลุยส์ไม่ได้ล่วงรู้มาก่อนเลย

ที่ด้านท้ายของสนามหญ้า ซึ่งสามารถมองเห็นด้านหลังของอาคารสหประชาชาติทางขวามือเป็นที่ตั้งของ “เดอะ รูม” งานศิลปะแนวโมเดิร์นที่สร้างเป็นกำแพงหินที่ทำด้วยหินแกรนิตขัด และมีประติมากรรมที่เป็นใบหน้าของรูสเวลท์ตั้งอยู่ แสงที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างกำแพงในระหว่างวันทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นภาพต่างๆ แตกต่างกันไป แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบท่ามกลางมุมมองที่หลอกตาเหล่านี้

รอบๆ สนามหญ้า มีทางเดินที่ทำเป็นสโลปขึ้นลงเลียบริมแม่น้ำอีสต์ ทางเดินเหล่านี้ได้รับการออกแบบด้วยมุมมองที่ทำให้เกิดภาพลวงตา ผู้คนที่กำลังเดินลงไปตามทางดูเหมือนว่าตัวจะค่อยๆ หดลงและเหมือนกับพวกเขากำลังเดินไปตามทางเดินที่ไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือสุดยอดผลงานของสถาปนิกชื่อดังอย่างหลุยส์

ใครที่ต้องการหลีกหนีจากความสับสนวุ่นวายของเมืองและถวิลหาความเงียบสงบ ต้องไม่พลาดสวนโฟร์ ฟรีดอมส์ คุณสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ตลอดเช้าหรือบ่ายก็ได้ แต่ข้อเสียก็คือ ไม่มีรถขนส่งมวลชนเข้าถึง นักท่องเที่ยวต้องพึ่งรถแท็กซี่หรือขี่จักรยานเข้าไปเท่านั้น แต่อย่างน้อยความพยายามเล็กๆ ที่โฟร์ ฟรีดอมส์ต้องการนำเสนอก็คือพื้นที่สีเขียวที่สร้างสรรค์อย่างมีเสน่ห์ เช่นเดียวกับการให้มุมมองที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ของเกาะแมนฮัตตัน

สวนสาธารณะโฟร์ ฟรีดอมส์เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.fdrfourfreedomspark.org

.....................
ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล