เที่ยวเมือง“เทรียร์”

เที่ยวเมือง“เทรียร์”

เมืองเล็กใจกลางหุบเขาโมเซิลแห่งนี้ อยู่ใกล้ลักเซมเบิร์กแค่เอื้อม เรียกว่าถ้านับเรื่องความใกล้ชิดแล้ว เทรียร์สนิทชิดเชื้อกับลักเซมเบิร์ก

ถ้าเป็นคนปกติ จากเมืองไฮเดลเบิร์กพวกเขาคงนั่งรถไฟขึ้นไปหาแฟรงก์เฟิร์ต แต่คนไม่ปกติอย่างฉัน อ้อมโลกไปเมืองเทรียร์ให้มันวุ่นวายซะอย่างนั้น

อย่าหาว่าเพี้ยนเลย แค่อยากเห็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในเยอรมัน เท่านั้นเอง

ไม่ใช่ใกล้ๆซะด้วยนะ จากไฮเดลเบิร์กไปเทรีย ต้องโคลงเคลงไปบนรถไฟอีก 3 ชั่วโมง แต่ด้วยภูมิทัศน์ของเยอรมันมีทิวทัศน์งดงาม ทั้งเทือกเขาสูงต่ำสลับกับที่ราบสูง พื้นที่ลดหลั่นเป็นขั้น เนินเขา มีทะเลสาบมาขึ้นสายตาบ้าง สลับกับที่ราบโล่งทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เลยทำให้ไวเหมือนนั่งบีทีเอสจากอ่อนนุชไปหมอชิต

นักท่องเที่ยวที่มาเยอรมัน 100 คน คงแวะเที่ยวเมืองเทรียร์ไม่เกิน 10 คน ใครๆก็มองข้ามเทรียร์กันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ฉัน

ความรู้สึกเคว้ง สัมผัสได้ตั้งแต่เหยียบสถานีรถไฟเมืองเทรียร์ เมืองเงียบๆ ผู้คนดูเหงาๆ ทั้งที่มีแดดจาง แต่บรรยากาศวิเวก เหมือนคนทั้งเมืองอพยพหนีไปอยู่ประเทศลักเซมเบิร์กกันหมดแล้ว

เมืองเล็กใจกลางหุบเขาโมเซิลแห่งนี้ อยู่ใกล้ลักเซมเบิร์กแค่เอื้อม เรียกว่าถ้านับเรื่องความใกล้ชิดแล้ว เทรียร์สนิทชิดเชื้อกับลักเซมเบิร์กมากกว่าแฟรงก์เฟิร์ตหรือโคโลญจ์ซะอีก

โจทย์ยากๆแบบนี้ ฉันทำการบ้านมาอย่างดิบดี เตรียมแผนที่ไปหาเรือนพักถือติดมือมาด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะหมู กว่าจะสื่อสารกับพี่น้องชาวเทรียร์ได้ก็เล่นเอามึน

ถนนวังเวงไม่สมกับเป็นถนน นานๆจะมีรถราวิ่งโฉบมาซักคัน ไฟเขียวไฟแดงของเมืองเทรียร์แทบไม่มีประโยชน์

ไม่รู้คิดผิดรึเปล่าที่แวะเมืองนี้ ครุ่นคิดอย่างไม่แน่ใจในการตัดสินใจของตัวเอง แน่ล่ะ ฉันตัดสินใจผิดพลาดบ่อยจะตาย

ไม่เหงาแล้ว บนถนนที่ทอดยาวเข้าไปสู่ย่านใจกลางเมือง นอกจากมีนักท่องเที่ยว 2 คนเดินเกี่ยวก้อยชี้นกชมไม้ ยังมีชายร่างสันทัดคราวพ่อ แต่เดินย้วยผิดสังเกตุ ย้วยอย่างเดียวไม่พอ พุ่งปรี่เข้ามาหาฉัน เวรแล้ว โดนคนเมาเดินตามรังควาน ต้องใช้วิชาตัวเบาหลบตามซอกตึก ถึงสลัดขี้เมาหลุด

แค่เดินผ่านกำแพงเมือง ตัวตนของเทรียร์ก็ปรากฏขึ้น ที่แท้ผู้คนก็มาซุกอยู่ย่านจัตุรัสใจกลางเมืองนี่เอง

แดดผีตากผ้าอ้อมทาบทาเทรียร์เป็นหย่อมๆ แค่นี้จัตุรัสใจกลางเมืองก็น่าเดินแล้ว สนามหญ้าข้างโบสถ์มีชาวเมืองออกมานอนผึ่งแดด ผู้มาเยือนนั่งแฮงก์ตามคาเฟ่รายรอบจัตุรัส

ยึดเก้าอี้ริมจัตุรัสนั่งละเลียดมอง Church of our lady จริงๆแล้วอยากนั่งสูดอากาศและดมแดดนานๆมากกว่า อากาศดีจนอยากมีจมูกซักสิบรู จะได้หายใจให้ชุ่มปอด แดดก็หวานจนอยากนอนผึ่งบนเก้าอี้ แต่เกรงใจพี่น้องชาวเทรียร์

ค่าที่เทรียร์เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในเยอรมัน ภายในตัวเมืองจึงมีซากโบราณสถานมากมาย โบราณสถานที่โดดเด่นประจำเมืองคือโรงละครกลางแจ้ง กับโรงอาบน้ำที่ระบบทำความร้อนบางส่วนยังสมบูรณ์ดีอยู่ แต่ที่ฉันอยากเห็นมากที่สุดคงเป็นประตูเมืองขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยโรมัน

ไม่โอ้เอ้ ดีดตัวผึงขึ้นจากเก้าอี้ รุดก้าวไปหาประตูเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสใจกลางเมืองเท่าไหร่ แดดดีแบบนี้ฉันควานกระเป๋ากางเกงหาเศษยูโร เดินรี่เข้าร้านไอติม ที่ตอนนี้คนซื้อต่อคิวยาวเหมือนแจกฟรี

ประตูเมืองทั้งใหญ่ทั้งเก่า บึกบึนเหมือนอาร์โนลด์ ชวาสเนเกอร์ ดูเหมือนย่านนี้เป็นอีกจุดที่คนมาเดินเตร็ดเตร่ เจ้าถิ่นจูงหมามาเดินสูดอากาศ พ่อแม่บางคนปล่อยให้ลูกหลานปีนป่ายวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ป้า 2 คนได้มุมเหมาะนั่งกินไอติม หัวเราะต่อกระซิกเหมือนสาวรุ่น โฟร์-มด มาเห็นลีลาแล้วอาจต้องยอมแพ้

อยากนั่งให้แดดกอดรัดต่อไป แต่ท้องไส้มันร้องดังลั่นโครกคราก ฟ้องคนข้างๆว่า ถูกเจ้าของทิ้งขว้าง เอาแต่เที่ยวไม่แยแสเรื่องปากท้อง เลยจำใจเดินไปหาอะไรลำเลียงลงท้อง

หลังจากนั้นจึงสำรวจเทรียร์ต่อ แล้วก็พบว่าแม้จะเป็นเมืองเล็กแต่เทรียร์ก็มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่น่าเข้าไปชมไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์เรนิชสเตท(Rhenish State Museum)ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดนอกจากนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์ไซมีออนสติฟท์(Simeonstift Municipal Museum)

แต่ที่ถูกนักเดินทางถามหามากอีกแห่งหนึ่งคงเป็นบ้านของคาร์ลมาร์กซ(Karl Marx House)เพราะเทรียร์ถือว่าเป็นบ้านเกิดของเขาทุกวันนี้บ้านของคาร์ลมาร์กซ์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม

พิพิธภัณฑ์บิชอพ(Bishop's Museum)ที่เคยเป็นคุกก็เป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่แสดงคอลเลคชั่นงานศิลปะที่น่าดูของเทรียร์

นึกดีใจ ที่ไม่รีบนั่งรถไฟเตลิดข้ามไปหาเมืองอื่นของเยอรมัน เพราะเมืองเก่าที่สุดของเยอรมันแห่งนี้มีดีซ่อนอยู่รอบเมือง ถ้าไม่เชื่อต้องไปชันสูตรด้วยสองตาของคุณเอง