“เอดินเบิร์ก”ดวงใจแห่งสกอตแลนด์ (Advertorial)

“เอดินเบิร์ก”ดวงใจแห่งสกอตแลนด์ (Advertorial)

หากจะพูดถึงพวกแกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ หรือหอศิลป์ ก็โดดเด่นเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร เพราะนครหลวงของสก็อตแลนด์แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางด้านศิลปะแ

ว่ากันว่า การเดินทางก็ไม่ต่างจากการสร้างบ้าน ลองได้เริ่มขึ้นแล้วมันไม่เคยจบลงง่ายๆ

ก็เหมือนทริปนี้ ที่ไหนๆฉันก็ดั้นด้นไปจนถึงไอร์แลนด์เหนือแล้ว ไม่มีทางยอมนั่งเรือบินกลับบ้านอย่างง่ายดาย เลยนั่งเรือเฟอรี่ข้ามไปหาฝั่งสกอตแลนด์ซะหน่อย

เป็น 2 ชั่วโมงที่ไม่น่าเบื่อเลย เพราะภายในเรือเฟอรี่ลำโตเขามีกิจกรรมให้ทำมากมายหลายอย่าง ใครอยากจะบริหารดวงก็มีตู้สล็อตให้โยก มีมุมดูหนัง มุมอินเตอร์เน็ท อาหารการกินบนเรือก็พร้อมพรั่ง มีคาเฟ่เอาไว้ให้นั่งจิบทั้งกาแฟและวิวไปพร้อมๆกัน แต่มุมที่เหนี่ยวผู้หญิงครึ่งเรือไปไว้ได้ คงเป็นมุมช้อปปิ้ง ช่วงเวลาที่อยู่บนเรือ เลยดูเหมือนไม่ค่อยนาน เผลอแป๊บเดียวก็ถึงท่าเรือที่เมืองสแตรนเรอร์แล้ว

จากเมืองสแตรนเรอร์ฉันนั่งรถไฟตรงดิ่งไปหาเมืองเอดินเบิร์ก หรือเอดินเบอระ หลายคนเลือกที่จะแวะเที่ยวเมืองกลาสโกว์ก่อน แล้วค่อยนั่งรถไฟจากกลาสโกว์ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาถึงเอดินเบิร์กแล้ว

ใครที่มามือเปล่าก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเดินขึ้นจากสถานีรถไฟเอดินเบิร์กก็เจอกับทัวริสต์ อินฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ ที่มีทั้งแผนที่และเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างละเอียด

ต้องยอมรับว่า ในเชิงชั้นของดนตรี ศิลปะการแสดง โรงละคร เอดินเบิร์ดจัดว่าเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกได้สบายๆ หรือหากจะพูดถึงพวกแกลเลอรี พิพิธภัณฑ์ หรือหอศิลป์ ก็โดดเด่นเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร เพราะนครหลวงของสก็อตแลนด์แห่งนี้ เคยเป็นศูนย์กลางทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมนับแต่อดีต

ทั้งเมืองเก่าและเมืองใหม่ของเอดินเบิร์ก ช่างมีความน่าดูไม่น้อยไปกว่ากัน ด้วยเป็นเมืองที่กักเก็บวัฒนธรรมที่เก่าแก่มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะถนนหนทางและอาคารบ้านเรือนในย่านเมืองเก่าที่มากมายไปด้วยประวัติศาสตร์ จนยูเนสโกยกตำแหน่งเมืองมรดกโลกมาเป็นเครื่องการันตี

เพลิดเพลินเจริญใจที่สุด ก็ตอนเดินหย่อนอารมณ์ไปตามเส้นทางรอยัล ไมล์(Royal Mile)นี่แหละ เพราะไม่เพียงเป็นการย่ำไปบนถนนอันเก่าแก่ประจำเมือง แต่ยังเป็นการย่างเท้าตามรอยบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของสก็อตแลนด์มากมาย

ถนนรอยัลไมล์ทอดตัวอยู่บนเนินเขา เชื่อมพื้นที่ประวัติศาสตร์ระหว่างปราสาทเอดินเบิร์กและพระราชวัง ซึ่งระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย

ไม่ให้เสียเที่ยว ฉันทั้งซอกแซกทั้งแฉลบออกจากรอยัลไมล์อยู่เรื่อย ยิ่งหลงทาง ยิ่งเพลิดเพลิน เพราะตรอกซอกซอยมักนำพาไปเจออะไรที่น่าดูเสมอ

อย่างร้านหนึ่งเป็นร้านขายสกอตวิสกี้ อย่าลืมว่าที่นี่เขามีชื่อเรื่องสกอตวิสกี้ ศูนย์สาธิตสกอตวิสกี้ก็เลยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนนิยมไปกัน แต่ถ้าไม่มีเวลา บนถนนรอยัลไมล์ก็มีร้านขายสกอตวิสกี้รอนักท่องเที่ยวอยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้ เอดินเบิร์กยังถูกเรียกว่าเป็นเฟสติวัล ซิตี้ เพราะมีประเพณีอันรื่นเริง และเทศกาลงานวัฒนธรรมให้สนุกสนานกันตลอดทั้งปี ถึงขนาดมีจุดให้จองตั๋วล่วงหน้าสำหรับเทศกาลงานแสดงต่างๆเลย

ฉันพาตัวเองไปเตร็ดเตร่ในย่านเมืองเก่า และเหมือนกับที่ชาวบ้านพูดกันไว้ ว่า ทั่วทั้งเอดินเบิร์กไม่มีอะไรเตะตาสง่างามได้เท่าปราสาทเอดินเบิร์กอีกแล้ว

นั่นก็เพราะประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของเมือง ล้วนเกิดขึ้นอยู่ในอาณาบริเวณของปราสาทในยุคกลางอันเกรียงไกรแห่งนี้

และตั้งแต่หนังสือเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นสถานที่เปิดตัวของหนังสือ ยิ่งทำให้ผู้คนอยากมาเห็นปราสาทเอดินเบิร์กแห่งนี้มากขึ้นอีก

ปราสาทเอดินเบิร์กตั้งอยู่บนเนินเขาอย่างสง่าผ่าเผย เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 11 ค่ะ ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองเอดินเบิร์ก และเป็นโบราณสถานที่เหมือนขุมทรัพย์ของสกอตแลนด์ที่เก็บสมบัติอันล้ำค่าเอาไว้มากมาย

นอกจากปราสาทเอดินเบิร์กที่น่าสนใจแล้ว สุดถนนรอยัลไมล์อีกฝั่งหนึ่งยังเป็นพระราชวังฮอลีรู้ด (The Palace of Holyrood House) ที่จัดว่างดงามไม่แพ้พระราชวังวินเซอร์ แต่ดูเหมือนจะเก็บเนื้อเก็บตัวไปหน่อยเท่านั้นเอง

และมาถึงเอดินเบิร์กทั้งที ใครๆก็พากันหาของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันทั้งนั้น ฉันกลับไปเดินสำรวจร้านรวงแถวถนนรอยัล ไมล์อีกรอบ จากนั้นเร่ไปหาถนนพรินซ์เซส ปิดท้ายด้วยสำรวจร้านในย่านเมืองเก่าอีกรอบ

แล้วก็พบว่า ไม่ว่าซอกไหนมุมไหนก็เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผ้าขนสัตว์ ผ้าตาหมากรุกลายสกอต วิสกี้ และคิลท์ กระโปรงลายสกอตของผู้ชาย

ที่จริงทั่วทั้ง เอดินเบิร์กยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่ชวนให้แวะ บางมุมก็มีนักดนตรีสมัครเล่นมาเปิดการแสดงสดๆให้ดูตามริมถนน

ต้องบอกว่า เอดินเบิร์กเป็นเมืองที่สุนทรีย์และรื่นรมย์จริงๆ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ได้ยินเสียงปี่สก็อตสะกดรอยตามไปทุกที่

เห็นท่าจะจริง ที่เขาว่า เอดินเบิร์กคือจิตวิญญาณของสกอตแลนด์