ชุมพร...ของชอบ

ชุมพร...ของชอบ

“ช่วงนี้หน้าฝน ไม่ใช่ฤดูเที่ยวชุมพรแล้วค่ะ ลองเที่ยวพวกสวนเกษตรดูสิคะ”

“ทางเข้าไปถ้ำทิพย์ปรีดา รถถึงปากทาง ต่อจากนั้นเป็นทางลูกรังเข้าไปอีก 4 กิโลค่ะ รถเก๋งคงเข้าไม่ได้ ทางลำบาก-แถวนี้เขาใช้รถปิ๊คอัพกัน ทางมันไม่ดีค่ะ ถ้าจะไปคงต้องเดินเท้า - ข้างในมันมืด ต้องใช้คนนำทาง มันมีงูด้วยไงคะ”

“น้ำตกคลองเพรานี่ไม่เคยไปเหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าเข้าทางไหน ทางคงลำบากแหละค่ะ”

และอีกหลายคำตอบหลังจากที่ผมโทรไปถาม ดูเหมือนไม่ค่อยได้อะไรนักจาก สำนักงาน ททท.ชุมพร หลังจากจนตรอกเพราะมาทะเลชุมพรแล้วเจอฝนฟ้าครึ้มเลยต้องเปลี่ยนแผนเข้าเที่ยวทางป่าแทน

น้ำตกคลองเพรานั้นผมเคยไปมานานแล้ว แต่ก็จำทางเข้าไม่ค่อยแม่น ส่วนถ้ำทิพย์ปรีดา กับถ้ำธารน้ำลอดนั้นเพิ่งไปเห็นป้ายท่องเที่ยวที่จังหวัดทำติดไว้ในปั๊มน้ำมัน แต่ข้อมูลการเดินทางไม่มีเลยต้องโทรถาม ททท.ชุมพรดังกล่าว

เมื่อพึ่ง ททท.ไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเอง เลยลงไปเริ่มที่หลังสวน แล้ววนกลับขึ้นมาคอยสังเกตป้ายทางเข้าจนเห็นป้ายเล็กๆ เข้าหน่วยฯพิทักษ์อุทยานฯน้ำตกหงาว(คลองเพรา) เพื่อความชัวร์ก็ถามปากทางเขาอีกที ทีนี้ก็ขับไปตามทาง ที่มีหลุมบ่อ พอให้ได้หักพวงมาลัยซ้ายขวา เมื่อเลี้ยวเข้าไปแล้วนั่นแหละ จึงเห็นป้ายบอกทางไปน้ำตกคลองเพรา ราวๆ 20 กม. ก็ไปถึงน้ำตกแบบมีหลุมบ่อเกือบตลอดทาง

น้ำตกคลองเพรา อยู่ในเขตบ้านทับช้าง อ.ทุ่งตะโก บางทีชาวบ้านก็เรียก น้ำตกทับช้าง ที่นี่มีน้ำทั้งปี อยู่ในหุบเขาที่รายรอบด้วยป่าดิบแบบทางใต้ บรรยากาศจึงร่มรื่น เดี๋ยวนี้กับเมื่อสิบกว่าปีที่ผมเคยไปมา ไม่ต่างกันมาก แสดงว่าคนไม่ค่อยเข้าไป น้ำตกนี้มี 3 ชั้น เราเดินลงไปจะเป็นชั้นแรก เล็กๆ ชั้นที่สองจะสูงราว 5 เมตร ชั้นที่สามนี่แหละที่ตกตัดลงไปเป็นหน้าผา สูงราว 25 เมตร

เดิมมันเคยมีบันไดไม้ให้ไต่จากชั้นแรกลงไปชั้นสองได้ แต่เดี๋ยวนี้บันไดพังหมดแล้วต้องเกาะรากไม้ลงไป ลื่นด้วยเพราะเป็นหินแกรนิต ยิ่งฝนตกแบบนี้ยิ่งลื่นอย่างมหาวายร้าย ส่วนน้ำตกชั้นล่างต้องเลาะเขาตัดป่าเดินลงไป ขาขึ้นนี่เล่นเอาลิ้นห้อย ยิ่งผมใส่รองเท้าแตะ เดินบนดินป่าไผ่ด้วยแล้ว ลื่นอย่างมหาศาล ลำบากลำบน แต่สวยครับ ยอมรับว่าสวยคุ้มค่า ทั้งบริสุทธิ์ทั้งป่าและสายน้ำ

จุดหมายต่อไปผมจะไปถ้ำธารน้ำลอด เอาแผนที่ที่ใช้โทรศัพท์ถ่ายมาจากแผนที่ท่องเที่ยวในปั๊มเอาออกมาดูก็ไม่ชัดเจนนักว่าอยู่ตรงไหน จนเลยสวนส้มนายดำมารถก็มาติดไฟแดงที่แยกเขาปีบ ตรงทุ่งตะโก จึงเหลือบไปเห็นป้ายถ้ำธารน้ำลอด เหมือนเจอขุมทองที่กำลังตามหา เลี้ยวรถปราดเข้าไป แวะถามตำรวจที่กำลังตั้งด่านอีกรอบเพื่อความแน่ใจ 25 กม. คือปลายทางบ้านเขาทะลุและถ้ำธารน้ำลอด

จริงๆ ทางเส้นนี้ก็คือทางหลวงหมายเลข 4139 ที่ไปทะลุออก อ.ละอุ่น ของระนองได้นั่นเอง แต่ผมไม่เคยใช้ทางสายนี้เลยไม่รู้ว่ามีอะไรระหว่างทางบ้าง สภาพทางลาดยางค่อนข้างดี สองฝั่งทางเป็นสวนปาล์ม สวนผลไม้บ้าง มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กำลังติดดอกทั้งนั้น ชมวิวสองข้างทางไปก็เจอป้ายสีฟ้า “ถ้ำทิพย์ปรีดา”

เฮ้ย... อยู่ทางนี้นี่เอง ไปๆๆๆ เข้าไปราว 16 กม.จากแยกเขาปีบก็เจอสามแยก ตรงไปจะไปบ้านเขาทะลุ แต่ซ้ายมือจะไปละอุ่น และถ้ำทิพย์ปรีดาที่ผมอยากเห็น แต่ตรงสามแยกนี้ต้องแวะถ่ายรูป เพราะแนวภูเขาหินปูนที่เห็นข้างหน้านั้น นอกจากรูปทรงจะหยักสวยงาม ยังตัดตรงเป็นหน้าผา เหมือนกำแพงกั้น ที่สำคัญมีรูทะลุเบ้อเริ่ม นี่กระมังที่เป็นที่มาของชื่อบ้านเขาทะลุ คนแถวนี้อาจจะเฉยๆ แต่ผมชอบมาก ขับตามทางลาดยางไปอีกราว 8 กม. ก็เจอทางแยกบอกทางเข้าถ้ำทิพย์ปรีดา เข้าไป 1 กม. เจออีก 1 แยก เข้าไปอีก 1.5 กม. ถึงถ้ำ ปรากฏว่าทางลาดยางตลอด รถเก๋งเข้าได้สบาย ผมนึกถึงข้อมูล ททท.ชุมพรขึ้นมาติดหมัด

ถ้ำนี้ชาวบ้านเขาเรียก ถ้ำช้างเล่น เป็นสำนักสงฆ์ ตัวถ้ำไม่ได้สวยงามอะไร เป็นเขาหินปูนที่ด้านล่างเป็นเวิ้งเข้าไปด้านใน พระท่านก็มาทำเป็นวัด เป็นลานปฏิบัติธรรม แต่สะอาด และเงียบสงบดี เขามีบันไดไม้พาดขึ้นไปด้านบน สูงราว 12 เมตร ข้างบนจะเป็นโพรงถ้ำที่เชื่อมต่อกัน ไปโผล่มุมนั้นมุมนี้ได้ แล้วจะเป็นปากถ้ำที่ทะลุออกไปข้างนอกได้ เห็นทิวทัศน์ภายนอกได้สบายๆ แสงเข้า โปร่ง สบาย ลมโกรก ไม่มืด ไม่มีงู และไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เหมาะกับการมาเที่ยวแบบสำรวจถ้ำ มุดรูนั้นออกรูนี้ เวลาผมไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยว ใช่ว่ามันจะต้องสวยเสมอไป แต่ไปให้รู้ ให้เห็นว่าเป็นอย่างไร อย่างถ้ำช้างเล่นนี้ก็เช่นกัน ถ้ำไม่สวยแต่ถือว่าได้มาไหว้พระ มาเห็นวัดสงบๆ อีกแห่งในบ้านเรา

ย้อนกลับไปที่สามแยกที่ผมถ่ายรูปรูเขาทะลุ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก (วันถัดมาตอนกลางคืนไฟดับทั่วภาคใต้นั่นแหละครับ) ผมเลี้ยวซ้ายตรงไปบ้านเขาทะลุ อีก 6 กม. เพื่อตามหาถ้ำธารน้ำลอด บ้านเขาทะลุนี้เป็นชุมชนเล็กๆ ที่น่ารักมาก ชุมชนหลวมๆ ชาวบ้านทำสวนปาล์ม ไร่กาแฟ สวนผลไม้ มีแนวภูเขาหินปูนล้อมรอบเลย เหมือนหลงเข้าไปในหุบเขา มองรอบๆ นี่สวยมาก แค่เข้ามาเห็นก็คุ้มแล้ว ส่วนถ้ำธารน้ำลอดที่ผมตามหานั้นจะมีซอยเล็กๆ ข้างโรงเรียนบ้านเขาทะลุ เข้าไปอีก 900 เมตร ก็จะไปถึงลำห้วยขนาดใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี แต่เขาดันติดป้าย “ถ้ำธารลอดใหญ่” เป็นงง หมู่บ้านนี้เขาก็ใช้น้ำจากห้วยนี้ทำเป็นน้ำประปา แต่ที่น่าสนใจคือ ปลายน้ำมันไหลหายเข้าไปในโพรงถ้ำใต้ภูเขาหินปูนที่เป็นเหมือนกำแพงภูเขานี่เอง ส่วนจะไปโผล่ที่ไหนนี่ผมยังไม่ได้ตามไปดูซะด้วย

ที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดของกาแฟยี่ห้อเขาทะลุที่เคยขายทางไปรษณีย์ เมื่อมาถึงที่ก็อยากไปดูแหล่งผลิต เลยถามทางไปจากชาวบ้านปรากฏว่าอยู่ไม่ไกลจากตลาดชุมชนเขาทะลุเลย เป็นลักษณะของชาวบ้านรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรกร รับซื้อผลผลิตจากสมาชิก เอามาผ่านกรรมวิธีที่ใช้เครื่องจักรทันสมัยที่ทางจังหวัด หน่วยงานต่างๆ มาลงทุนสร้างให้ แล้วให้กลุ่มเกษตรกรบริหารกันเองจนกระทั่งออกมาเป็นกาแฟชนิดต่างๆ ยี่ห้อ “เขาทะลุ” ตราเรือหงส์ รสชาติกาแฟของชาวบ้านไม่ต่างจากกาแฟโรงงานที่ขายกันตามร้านที่เราเห็นๆ กันเลย แต่ช่องทางจัดจำหน่ายชาวบ้านดูจะไม่ค่อยมีช่องทางนัก ใครพอแนะนำชาวบ้านยังไงได้ หรือจะเข้าไปเยี่ยมชมกิจการของกลุ่มเกษตรกร ก็ลองติดต่อประธานกลุ่ม คุณสันติ ใจรักษ์ โทร.08 6946 6926 แค่เข้าไปเยี่ยมชมบ้านเขาทะลุ ของ อ.สวี สักครั้งเห็นทั้งธรรมชาติ เห็นทั้งชุมชนเกษตรกรที่ลุกขึ้นมากำหนดแนวทางของตัวเอง

ผมมานั่งเขียนข้อมูล ปรากฏว่าย่านนี้ยังมีถ้ำน้ำลอดอีก แล้วมันอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย แต่จะยังไงก็ตาม ผมคงไม่ถามข้อมูลจาก ททท.ชุมพรอีกแล้ว เพราะถามแล้ว โง่เท่าเดิม...