Bkk Travaller 'ศลิษา วสุรัตน์'

กรุงเทพมหานครสำหรับคนกรุง นอกจากความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ และการปกครองของประเทศ
หากพูดถึงการท่องเที่ยวน่าจะสงวนเอาไว้สำหรับนักเดินทางต่างชาติเสียมากกว่า
แต่สำหรับ แหม๋ม- ศลิษา วสุรัตน์ Associate Vice President Market Development & Account Management MasterCard Worldwind ชีวิตที่ใช้จ่ายอยู่อีกซีกโลกเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำให้มหานครแห่งนี้ เหมือนบ้านหลังใหญ่ที่เธอแทบไม่รู้จัก
จนกระทั่ง...
"มีฝรั่งที่ทำงานเดียวกันมาคุยกับเราเรื่องที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ แล้วเราตอบไม่ได้ จนทีหลังเขาบอกว่า หากอยากรู้อะไรก็ให้ถามเขาได้ คือเราเป็นคนกรุงเทพน่ะ น่าจะรู้มากกว่าฝรั่งหรือเปล่า" ตรงนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ
เพื่อจะได้ "รู้จัก" กรุงเทพฯ มากขึ้น เธอจึงตระเวณเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองทุกครั้งที่มีโอกาส และทำให้สาวสุขุมวิทคนนี้เข้าใจว่า กรุงเทพมหานคร มีอะไรมากกว่าที่คิด
เริ่มเที่ยวกรุงเทพได้นานหรือยัง
เริ่มเที่ยวมาประมาณ 3-4 ปี อ่านหนังสือ ดูข้อมูลโน่นนี่ เมื่อก่อนงานเยอะมากจนโดนฝรั่งทัก ก็ทำให้เราเริ่ม... ไม่ได้แล้ว (หัวเราะ)
ฝรั่งทักว่าอะไร ?
คือ... เขาเป็นคนอเมริกัน แล้วมาอยู่เมืองไทย ภรรยาเขาอยู่สิงคโปร์ แล้วจะมาเที่ยวเมืองไทย ก็ถามเขาว่าให้เราช่วยอะไรไหม เขาก็บอกมาว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพที่เราไม่รู้จัก ก็แบบ... ทำไมเราไม่รู้จักล่ะ เราเป็นคนกรุงเทพน่ะ น่าจะรู้มากกว่าฝรั่งหรือเปล่า โดนสะกิดต่อม คือทำไมคุณรู้มากกว่าเราล่ะ เราอยู่นี่มาก็หลายปีนะ พอกลับมามันก็คือชีวิตคนไทยแล้วน่ะ แหม๋มก็เลยคิดว่าแบบ... เฮ้ย ทำไมฝรั่งเขารู้เยอะกว่าเราได้ไง เขาพูดว่า ถ้าคุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับกรุงเทพ ให้มาถามเราได้เลยนะ ก็เลยแบบ... ต้องหาหนังสือมาอ่าน ต้องหาข้อมูล เขาก็ยังอุตสาห์แนะนำนะ คุณอ่านหนังสืออะไร ถามเขาก็ได้นะ โห... (หัวเราะ)
อยู่เมืองนอกมากี่ปี
11 ปีค่ะ ตั้งแต่จบป. 6 เราก็ถูกส่งไปอังกฤษ อยู่จนจบปริญญาโท แล้วค่อยกลับมาทำงาน แต่ตอนนั้นก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ตอนเรียนจบ ทำงาน เราก็ทุ่มเทให้กับการทำงาน จริงๆ ตอนมัธยมเราก็กลับมาเที่ยวบ้าง ซัมเมอร์ เดินเล่นอยู่สยาม มีฝรั่งเดินมาถามทางไปถนนข้าวสารเราก็ตอบไม่ได้ (หัวเราะ) คือ ตอนนั้นเราก็ยังเด็กอยู่ ไม่รู้จริงๆ ว่าข้าวสารอยู่ที่ไหน ต้องไปถามพี่ที่ขายของอยู่แถวนั้นว่า ถนนข้าวสารอยู่ไหน แต่พอโดนฝรั่งคนนี้สะกิด มันไม่ได้แล้ว (ยิ้ม)
มันเป็นปมเหมือนกันนะ ถามถึงบ้านเราเองแต่เรากลับไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
ใช่ๆ (ตอบทันที) เราก็สงสัย เอ๊ะ ทำไมฝรั่งเขาถึงรู้เยอะ ก็เริ่มหาหนังสืออ่าน พวกฟรีก็อปปี้ BKK อะไรอย่างนั้น ในนั้นก็จะมีอัพเดทตลอดว่ากิจกรรมอาทิตย์นี้มีอะไร อาทิตย์หน้ามีอะไร แต่มันก็กลายเป็นแบบ... นิสัยที่... ตอนแรกอยู่ที่ฮ่องกงด้วย เคยไปทำงานที่นั่น อยู่นั่นก็จะชอปปิง ไม่ได้ทำอะไรเลย กลายเป็นว่าเราก็หยิบหนังสือท่องเที่ยวขึ้นมาเปิดอ่านดูว่า เขาแนะนำให้ไปที่ไหนบ้าง เราจะได้ไปที่นั้นๆ เพื่อจะได้เห็นแบบนักท่องเที่ยวเห็น
เที่ยวแบบนักท่องเที่ยวแล้ว มองเห็นอะไร
ก็พวก... มิวเซียม อะไรอย่างนี้ ตลาดต่างๆ หรืองานเทศกาลที่มันจัดในช่วงอาทิตย์นั้นที่แนะนำให้ไป ซึ่งเวลาไป เราก็จะไม่ค่อยเจอคนไทย เจอแต่ฝรั่ง อย่างทุกวันเสาร์แรกของทุกเดือนบางร้านจะมีตลาดออแกนิคเล็กๆ คนไทยจะไม่ค่อยรู้ หรืออาจจะรู้แต่ไม่ไป มีฝรั่งเอาของมาขาย มีไส้กรอกอร่อยมาก เพราะเป็นไส้กรอกทำเอง เราก็จะได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง เหมือนเราอยู่เมืองนอก แต่จริงๆ แล้วเราอยู่เมืองไทยนะ (หัวเราะ) แล้วเราไปอย่างนี้ เราก็เหมือนกับได้ประสบการณ์ที่เราไม่เคยได้อยู่ คนเมืองส่วนใหญ่ก็จะพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ล เอ็มโพเรียม แต่นี่จะเป็นตลาด มีบ้างที่ไปจตุจักรแต่ก็จะเป็นเสื้อผ้า แต่นี่เป็นกลุ่มฝรั่งที่เมืองไทยมารวมกลุ่มทำกิจกรรมกับเขาเหมือนกัน ก็ทำให้เราได้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง
จากที่ไปตระเวณในกรุงเทพมามีที่ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษไหม
เราชอบไปมิวเซียมนะ แล้วก็รู้สึกแปลกที่คนไทยทั่วไปจะไม่ค่อยเข้ามิวเซียมตัวเอง แต่ขณะที่เราไปต่างประเทศ เราจะไปเข้ามิวเซียมประเทศเขา ที่กรุงเทพก็จะชอบมิวเซียมสยามมาก เพราะเข้าไปเนี่ย ตอนแรกคิดว่า เมืองไทยจะทำอะไรได้อย่างอาร์ตๆ หรือสนุก หรือให้ความรู้กับคนได้จริงหรือเปล่า แต่พอไปแล้ว สนุกมาก อยู่ทั้งวันเลย กว่าจะออกมา (ยิ้ม) เพราะเขาจะเป็นอินเตอร์แอ็คทีฟ คือ เด็กๆ ก็มีไปบ้าง แต่ผู้ใหญ่ก็จะไปค่อนข้างเยอะ
เพราะเขาเป็นเอกชนหรือเปล่า ปกติของราชการก็จะเป็นของมาตั้งเฉยๆ ?
คนไทยทั่วไปอาจจะยังไม่ค่อยชินกับมิวเซียม แต่วันนี้ก็เปิดกว้างมากขึ้น เหมือนค่านิยมในการท่องเที่ยวที่เมื่อก่อนจะน้อยที่เที่ยวเมืองไทย ไปเมืองนอกกัน แต่วันนี้ก็มีอะไรที่น่าสนใจมากขึ้น อย่างกรุงเทพเองก็มีอะไรให้เราดูมากมายเลย
กำหนดเส้นทางในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งอย่างไร
ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตายตัวค่ะ แล้วแต่ว่าเราจะหาอะไรเจอ บางอาทิตย์เจอนี่ เออ น่าสนใจ ก็ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวกันไหม หรือแม้กระทั่งโรงแรมต่างๆ ในกรุงเทพ เราก็มักจะพากันไปสำรวจด้วย (หัวเราะ) อย่างโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องนั่งเรือไป ไปดูโรงแรม ไปซึมซับบรรยากาศ ไปหาอะไรกิน แต่ไม่ได้ค้าง (หัวเราะ) คือจริงๆ มันก็เหมือนไปกินข้าวตามโรงแรมปกตินั่นแหละ แต่แทนที่เราจะขับรถไป เราก็เปลี่ยนเป็นใช้บริการระบบขนส่งมวลชน แล้วก็ดูว่ามีอะไร ก็จะผ่านโบราณสถานต่างๆ ด้วย สวย สวยจนเราลืมไปว่า อุ๊ย นี่กรุงเทพนะ (หัวเราะ)
แล้วเพื่อนๆ แต่ละคนก็จะชอบเที่ยวไม่เหมือนกัน เราก็จะได้การท่องเที่ยวที่หลากหลาย บางคนก็ชอบไปกินเราก็จะได้กินอาหารที่อร่อยๆ เพื่อนที่ชอบมิวเซียมเราก็ไปมิวเซียมก็จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด (ยิ้ม) ทริปหนึ่งจะตั้งแต่ 2-6 คน (เป็นหัวหน้าทัวร์ ?) ไม่นะ เราเหมือนเป็นแค่เสนอไอเดีย แล้วทุกคนก็ทำรีเซิร์ชอย่างละนิดอย่างละหน่อย เอามาแชร์กัน เพราะเวลาเราไปแล้วชวนเพื่อนที่ชอบแนวนั้นไป เขาก็จะหาข้อมูลว่าที่นี่ดีอย่างนี้ เราก็จะได้ความรู้เพิ่มไปด้วย และทุกทีที่ไปสถานที่เหล่านี้ก็จะเจอฝรั่งทุกที จนสงสัยว่าทำไมฝรั่งรู้ แล้วเราไม่รู้น่ะ ทั้งๆ ที่เราเป็นคนไทย แล้วเราก็อยู่กรุงเทพมาโดยตลอด ถ้าไปต่างจังหวัด เออ ยังพอเข้าใจได้ว่าเขาต้องหาข้อมูลมาก่อน เป็นเราก็เหมือนกัน แต่พอเห็นเขารู้เราก็ไม่ได้แล้วเราต้องรู้บ้าง (ยิ้ม)
ในสายตาของคนกรุงเทพเอง เห็นความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพเป็นอย่างไรบ้าง
เปลี่ยนไป... จริงๆ อยากจะบอกว่ากรุงเทพเปิดกว้างมากขึ้นเยอะเลยจากเมื่อก่อน และทุกคนก็ไม่ได้ยึดติดกับค่านิยมแล้ว ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง และกล้าแสดงออก กล้าทำมากขึ้น จากที่เราเห็นเทศกาลที่เกิดขึ้น นิทรรศการต่างๆ ที่คนกรุงเทพเปิดรับมากขึ้น เห็นง่ายๆ ก็คือ การแต่งตัว ทุกคนต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ต้องขึ้นอยู่กับเทรนด์ที่ขาบานก็ต้องขาบานหมด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
เหมือนกับเราเริ่มรู้ว่าอะไรที่เหมาะกับเรามากขึ้น?
ใช่ อย่างดีไซเนอร์ไทยที่มีงานเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จริงๆ เมืองไทยมีอะไรดีๆ เยอะ เมืองนอกเขาเห็นแล้วยังอยากได้เลย แล้วทำไมเรา คนไทยเองถึงไม่อยากได้สิ่งเหล่านั้นล่ะ บางทีเป็นของที่เขาต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาหา แต่เรามีอยู่แล้วทำไมเราไม่เห็นคุณค่ามันล่ะ ตอนนี้เราก็คิดนะ ยิ่งกรุงเทพด้วย เราเป็นคนกรุงเทพ แล้วก็ยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ วันหยุดถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามหาสถานที่ หรือกิจกรรมไป วันนี้ โซเชียลมีเดียช่วยได้เยอะ จากกลุ่มเพื่อนเอง หรือความสนใจ วันก่อนงานที่ถนนพระอาทิตย์เราก็รู้จากโซเชียลมีเดียถึงจะเป็นวันท้ายๆ แล้วก็ตาม (หัวเราะ)
แต่ด้วยความที่เป็นคนกรุงเทพเอง พอไปได้สักพักหนึ่งมันก็อาจจะเกิดอารมณ์ชินหรือเปล่า
มันไม่ได้อารมณ์อย่างนั้นนะ แต่จะได้อารมณ์แบบ... อย่างนี้มีด้วยเหรอ เป็นอย่างนั้นแทน เพราะด้วยความที่เราเกิดที่นี่ ใช้ชีวิตแค่ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าต่างๆ
ถ้าเปรียบเทียบกรุงเทพเป็นใครสักคน คุณจะนึกถึงใคร
คิดไม่ออกค่ะ (ยิ้ม) เพราะว่ามีหลากหลายรูปแบบมาก มันเห็นชีวิต แล้วยิ่งถ้าเราได้เที่ยวมากขึ้นกว่าเดิมจากเส้นทางปกติ เราก็จะยิ่งได้เห็นอะไรอีกมาก คนทั่วไปที่มาเที่ยวกรุงเทพ เกาะรัตนโกสินทร์น่าจะเป็นที่แรกๆ ที่คนนึกถึง แต่มันยังมีสถานที่รอบๆ พื้นที่ด้านนอกของกรุงเทพก็จะเห็นเมืองนี้ในมุมที่ต่างออกไป แล้วทุกที่ก็จะมีความเป็นเฉพาะทางอยู่ หรืออย่างปริมณฑล ชานเมือง เหมือนอยู่ใต้จมูกเราก็จะมองข้ามมันไป ไปทุกครั้งเราก็จะรู้สึกทุกครั้ง แล้วก็จะคุยกัน เออ ไว้ไปอย่างนี้อีกนะ และอยากชวนคนที่ไม่เคยไปให้ไปอีก
ทุกวันนี้เที่ยวทั่วกรุงเทพหรือยัง
ยัง คิดว่ายังมีอีกเยอะ จริงๆ แล้ว แหม๋มก็ไม่ได้มีเวลาทุกอาทิตย์ จะเป็นช่วงว่าง หรือมีกิจกรรมที่น่าสนใจ และต้องดูเพื่อนด้วย (ยิ้ม)







