วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

100 ปี หนังบอลลีวู้ด กับรูปโฉมใหม่ที่ท้าทาย

ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการหนังอินเดีย

เป็นเวลาเกือบปีหลังจากที่หนังเรื่องแรกของโลกถูกสร้างขึ้น Raja Harishchandra หนังเรื่องแรกของอินเดียก็ถูกผลิตและออกฉายในปี 1913


หนังสือพิมพ์ The Times of India ในขณะนั้น เรียกหนังเรื่องดังกล่าวว่าเป็น ‘ความพิศวงแห่งศตวรรษ’ โดย Mukul Kesavan ได้เขียนไว้ว่า “ศิลปะของภาพยนตร์เป็นแฟชันของอินเดียในเวลาเดียวกันกับการพัฒนาที่เกิดขึ้นในตะวันตก”

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า อินเดียจะสามารถผลิตหนังมากกว่าฮอลลีวู้ด กระนั้น แม้ต้นทุนในการผลิตจะสูงขึ้น ปริมาณหนังอินเดียที่ผลิตออกมาก็ไม่ใช่น้อยๆ ปลายปี 2011 บอลลีวู้ดมีหนังออกมาเกือบ 130 เรื่อง และตัวเลขหนังจากเมืองต่างๆ ก็มีเกือบพันเรื่อง

ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของวงการหนังอินเดีย คือการเป็นอุตสาหกรรมความบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจเพียงหนึ่งเดียวในช่วงเวลาเกือบศตวรรษ ในประเทศที่ดนตรีหรือแฟชั่น ต้องยอมจำนนต่อความเย้ายวนใจจากบรรดาหนังและเหล่าดาราที่ปรากฏตัวในนั้น

อุตสาหกรรมหนังฮินดีอันมีที่มาจากเมืองมุมไบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ บอลลีวู้ด ได้กำหนดทิศทางของแฟชันในหมู่ผู้ชมอินเดียช่วงอายุระหว่าง 13 จนถึง 30 ปี โดย G Venket Ram ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชันและหนังได้กล่าวว่า “การรวมตัวกันระหว่างหนัง กระแสแฟชันและสังคม ไม่เคยเข้ามาเฉียดใกล้อินเดียมาก่อน”

เนื้อหาประโลมโลกย์ หรือที่ชาวอินเดียเรียกว่าเป็นรูปแบบของบริษัท มาซาลา ยังคงเป็นวัตถุดิบหลักของหนังอินเดียกว่า 15 ภาษาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 21 บอลลีวู้ด อันเป็นอุตสาหกรรมหนังฮินดีที่ใหญ่ที่สุด ได้เปลี่ยนแนวทางของตัวเอง ตามที่ Shoojit Sircar เจ้าของหนังฮิตในอินเดียเรื่อง Vicky Donor มองว่า “หนังอินเดียกำลังเปิดรับความเป็นจริงและบทบาทใหม่มากขึ้น เพื่อมาแทนที่คาร์แร็คเตอร์เดิมๆ”

เมื่อเริ่มต้น หนังอินเดียทุกภาษาต่างก็ศึกษาข้อมูลตำนานของอินเดีย รวมถึงรายละเอียดในศาสนาฮินดูอย่างละเอียดเพื่อสร้างเรื่องราวของหนัง หลังจากการประกาศเอกราชของประเทศ ในยุค 1930 และ 1940 ได้เป็นช่วงเวลาของเรื่องราวทางสังคม การต่อสู้กับความยากจน และสังคมชายขอบ ส่วนในยุค 1960 ก็เข้าไปอยู่ในกระแสของสีสันและความเป็นฮิปปี้

อย่างไรก็ตาม เส้นเรื่องของหนังก็ยังคงเป็นการปะทะกันระหว่างความร่ำรวยและความชั่วร้าย กับความจนและคุณธรรม ตามสูตรคนดีในชนบทและคนชั่วในเมืองใหญ่

สำหรับช่วงปี 1970 และ 1980 จะเห็นการถือกำเนิดของเหล่าซูเปอร์สตาร์ นักแสดงอย่าง ราเจช คานนา , อมิตาป ปัจจัน จากบอลลีวู้ด รวมถึงนักแสดงดังคนอื่นๆ จากอินเดียตอนใต้และเบงกอล ได้กลายเป็นไอคอน ได้รับการยกย่องสรรเสริญอย่างมากท่ามกลางความรู้สึกอ่อนไหวของวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดการจุดไฟเผาและหลั่งเลือดจากบรรดาแฟนๆ เพื่อแสดงความรักที่มีต่อดาราในดวงใจ

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 หนังอินเดียได้กลับมาและเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้ตนเอง บอลลีวู้ดรูปโฉมใหม่ได้นำโดย 'กลุ่มคนนอก' ที่มีทั้งนักแสดงและผู้สร้างหนังที่ไม่ได้เป็นคนของตระกูลหนังใดๆ หรือทายาทของผู้มีอำนาจควบคุมดูแลสตูดิโอในวันวาน ซึ่งจะทำให้เกิดการล็อบบี้ขึ้น นอกจากนี้ หนังอินเดียยุคใหม่ยังเต็มไปด้วยนักทำหนังที่สร้างหนังทุนต่ำ โดยส่วนหนึ่งออกฉายในต่างประเทศที่เทศกาลหนังเมืองคานส์และโตรอนโต แถมยังเป็นหนังที่มีความเป็นกังวล กล้าหาญ เข้าถึงความดำมืดในจิตใจมนุษย์ และตรงกับชีวิตจริง อีกทั้งเหล่านักทำหนังผู้หญิงทำผลักดันให้เสียงและมุมมองของผู้หญิงปรากฏและโดดเด่นอยู่ในหนังอินเดียด้วย

K V Anand เจ้าของรางวัลผู้สร้างหนังแห่งชาติ กล่าวว่า “ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ที่ผู้ชมชาวอินเดียได้รับรู้ ทำให้ตัวหนังต้องมีการปรับเปลี่ยนเค้าโครงเรื่องให้แตกต่างไปจากเดิม ตัวละครใหม่ๆ และเรื่องราวร่วมสมัย บอลลีวู้ด ได้ตอบสนองต่อผู้ชมอินเดียที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ”

จากหนังเงียบสู่หนังมีเสียง จากภาพขาวดำเป็นภาพสี จากกล้องขนาดใหญ่เป็นอุปกรณ์ถ่ายขนาดพกพา หนังอินเดียได้รักษาจังหวะการเดินให้เคียงไปกับหนังทั่วโลก ในช่วงอายุและความสามารถที่จะทำให้ความฝันจากประเทศนี้ใหญ่โตขึ้น
Yves Thoraval นักเขียนหนังสือ The Cinemas of India ได้เรียกการเกิดขึ้นของหนังอินเดียเรื่องแรกว่า “ชาวอินเดียได้แสดงความกระตือรือร้นออกมาในทันทีกับความแปลกใหม่อันน่าทึ่งที่ได้เกิดขึ้น”

ในศตวรรษต่อไปจากนี้ ความน่าตื่นเต้น ความกระตือรือร้น และความบ้าคลั่งของบรรดาหนังจากประเทศนี้ ก็คงจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม.