วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สิงคโปร์มาดใหม่ 'แอชลีน ลู'

ชวนมองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติอยู่เพียงน้อยนิด

แต่ความน้อยนิดที่ว่าก็ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า เพราะพวกเขาถือว่านั่นเป็นโอกาสในการพัฒนาไอเดียและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ทันสมัยขึ้นมาทดแทน

แอชลีน ลู ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ประจำประเทศไทยและประเทศพม่า เปิดเผยอย่างหมดเปลือกถึงทิศทางของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ที่มีการปรับโฉมหน้าใหม่ จากเดิมที่ใครหลายคนมองว่าสิงคโปร์ไม่มีอะไรนอกจากการไปชอปปิงข้าวของแบรนด์เนม แต่วันนี้เธอบอกว่าสิงโปร์ไม่ได้ฉายภาพอย่างนั้นอีกต่อไป เพราะตอนนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวอีกหลากหลายมิติ

ที่ผ่านมาสิงคโปร์มีโครงการก่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่เพิ่มขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ชอปปิงมอลล์ โรงแรมสุดหรู และที่เป็นกระแสโด่งดังในช่วงนี้เห็นจะเป็นป่าในโดมกระจกอย่าง "Gardens By The bay" สวนป่าจากฝีมือมนุษย์ที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง นี่ยังไม่นับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส จึงไม่น่าแปลกใจที่สิงคโปร์สามารถผงาดขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ในเอเชีย

- ปีนี้มีแพลนกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวไทยให้มาเที่ยวในสิงคโปร์อย่างไรบ้าง

แต่เดิมการท่องเที่ยวสิงคโปร์เวลาจะโปรโมทสถานที่ในการท่องเที่ยวต่างๆ จะเน้นโปรโมทไปทีละ Destination คือสิงคโปร์ไม่ได้เจาะลึกที่กลุ่มไหนเป็นพิเศษ ทุกตลาดไม่ว่าจะเป็นไทยหรือประเทศอื่นๆ ก็โปรโมทในลักษณะคล้ายกันหมด ขายสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนๆ กันให้กับคนทุกกลุ่ม แต่ในปีนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ทางการท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้มีการศึกษาตลาดใหม่ว่าลูกค้าที่จะเข้ามาเที่ยวกับเราต้องการอะไร แล้วก็ดูว่าอะไรที่จะเป็นตัวดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ ก็คือเรามีความเข้าใจในลูกค้ามากขึ้น มีการทำ Marketing Study ทำวิจัยอะไรพวกนี้เพิ่มขึ้นค่ะ แล้วเราก็จะมีการลอนช์ตัวมาร์เกตติ้งแคมเปญกลางปีนี้เป็นตัวแคมเปญใหญ่

ที่ผ่านมาเรามักจะโปรโมทว่าสิงคโปร์มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง อย่างเช่น มีเกาะเซนโตซ่า แล้วเรามีที่เที่ยวตามจุดต่างๆ ในเกาะเซนโตซ่า เรามีรีสอร์ทเวิร์ล เรามีอันนี้ๆ นะ ซึ่งเราไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วผู้บริโภคอยากได้หรือเปล่า ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะอยากมาสิงคโปร์เพื่อชอปปิง เพื่อมากินอาหารตามร้านดังๆ อย่างเดียว คือเราต้องดูว่าลูกค้าต้องการอะไรเพื่อที่จะเน้นขายในสิ่งนั้นๆ มากกว่า ไม่ใช่ขายแบบรวมๆ นอกจากโฟกัสเรื่องที่ว่า เรามีอะไรที่จะตอบโจทย์ลูกค้าหรือคนไทยที่จะมาสิงคโปร์แล้ว เราก็ยังดูว่าเขามาเที่ยวแบบไหน เช่น มาเที่ยวคนเดียว มาเที่ยวกับเพื่อน หรือเที่ยวกับครอบครัว คือเราก็จะมีแพลนไว้สำหรับนักท่องเที่ยวแต่ละกรุ๊ป อย่างช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังโปรโมทสำหรับคนที่เดินทางพร้อมครอบครัว คือจะตรงกับช่วงวันหยุดสงกรานต์พอดี หรืออย่างช่วงที่มีการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน (Formula1) อย่างนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็คือจะเดินทางมาเอง หรือกลุ่มที่เป็นนักธุรกิจ ก็จะมีแพลนไว้รองรับแตกต่างกันไป

-ภาพรวมของการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ อดีตเทียบกับปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ภาพรวมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรามีแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดใหม่ก็คือ IR หรือ Integrated Resort จะมีอยู่ 2 ที่ ก็คือรีสอร์ทที่อยู่ตรงมารีน่าเบย์แซนด์ และอีกแห่งตั้งอยู่ที่รีสอร์ทเวิร์ล ในเกาะเซนโตซ่าค่ะ สถานที่ตรงนั้นเป็นทั้งแหล่งบันเทิง มีพาร์ค มีที่พัก มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยว มีแหล่งชอปปิงรวมๆ กันอยู่ก็เลยเรียกว่า Integrated Resort มันก็เหมือนทำให้แลนด์สเคปหรือภูมิทัศน์ของการท่องเที่ยวสิงคโปร์เปลี่ยนไป

พอมีตรงนี้ปุ๊บก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทำให้ธุรกิจอื่นๆ เจริญตามไปด้วย เช่น พวกร้านอาหารที่เป็นเซเลบริตี้เชฟหรือเชฟคนดังก็มีเพิ่มมากขึ้น มีร้านอาหารอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีย่านเตียงบาห์รู (Tiong Bahru)ที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่พอระยะหลังมานี้นักท่องเที่ยวก็รู้จักมากขึ้น จะมีร้านท้องถิ่นเล็กๆ ร้านเสื้อผ้า ร้านขายอาหาร เพิ่มมากขึ้น หรือในช่วงที่เรามีแข่งขันรถยนต์เอฟวันเข้ามา มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว เราถึงกับต้องก่อสร้างที่พักเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับตรงนี้ ซึ่งปีนี้เราจัดมาเป็นปีที่ 5 แล้ว

ก็นับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปในทางที่ดี หลังจากที่ตัว Integrated Resort ทั้งสองแห่งถูกสร้างขึ้น ก็ส่งผลให้ตัวเลขของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาสองเท่า แล้วผู้คนก็จะรับรู้เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์เปลี่ยนไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนนักท่องเที่ยวก็อาจจะรู้แค่ว่า โอเค..สิงคโปร์เป็นประเทศที่สะอาด ปลอดภัย รัฐบาลบริหารงานดี อะไรประมาณนี้ แต่ตอนนี้มุมมองของคนที่เข้ามาเที่ยวจะมองเห็นเราในอีกมุม จะเห็นว่าเรามีความน่าตื่นเต้นมากขึ้น เปิดตัวเองมากขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น

-มองว่าจุดเด่นของสิงคโปร์ที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาหาอยู่เสมอคืออะไร

สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์ยังคงเป็นที่สนใจสำหรับนักท่องเที่ยวคือ เรามีพื้นที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างรีสอร์ทเวิร์ลก็เพิ่งสร้าง หรือยูนิเวอร์แซลสตูดิโอซึ่งถึงแม้ว่าจะเปิดมาได้ 2-3 ปีแล้วแต่ก็ยังมีเครื่องเล่นใหม่ๆ ค่อยๆ ทยอยเปิดบริการให้แก่นักท่องเที่ยว สถานที่ที่สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ก็ทยอยเปิดเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ในเมือง พวกแหล่งเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เช่น พวกโชว์ การแสดงต่างๆ หรือคอนเสิร์ตก็จะมีการจัดหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ สิ่งนี้ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาหาเรา เป็นจุดแข็งของเราที่เรามั่นใจ มาเมื่อไหร่เขาก็จะได้พบสิ่งใหม่ๆ คอยต้อนรับเสมอ

-แล้วการชอปปิงที่สิงคโปร์ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนเดิมไหมคะ

ชอปปิงก็ยังมีอยู่ อย่างคนไทยก็จะรู้จักถนนออร์ชาร์ด มันมีมานานแล้ว แต่เราก็จะพยายามเสนอสิ่งใหม่ให้ เช่น เราจะแนะนำรูปลักษณ์ใหม่ของการชอปปิง ก็จะมีห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับคนที่ชอบการชอปปิงในถนนออร์ชาร์ด แล้วส่วนใหญ่สินค้าในถนนออร์ชาร์ดจะเป็นสินค้าแบรนด์เนม แต่ถ้าอยากชอปปิงสไตล์อื่น เราก็จะมีย่านชอปปิงใหม่ๆ ที่เน้นพวกงานฝีมือแบบท้องถิ่น เป็นพวกสินค้าแนวอินดี้อย่างเช่นย่านฮาจิเลน (Haji Lane) คือตรงนี้จะเป็นถนนสั้นๆ แต่ละร้านจะมีของคล้ายๆ สยามสแควร์ของเมืองไทย ก็คือเป็น local designer มีพวกร้านขายเสื้อผ้าบ้าง ร้านอาหารบ้าง

-แล้วในแง่ของศิลปวัฒนธรรมให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหน

5 ปีที่แล้วเราจะยังไม่ค่อยเห็นกิจกรรม Art Event เท่าไหร่ แต่ว่าช่วงนี้มันมีเพิ่มขึ้น นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์ที่เรามีอยู่แล้ว ก็จะมีกิจกรรมพวก Exhibition มาลงอยู่เรื่อยๆ มีการจัดงานใหญ่ๆ เช่น Singapore Art Week ค่ะ เพิ่งจัดไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งสัปดาห์เราก็จะ Feed ทุกอย่างที่เกี่ยวกับศิลปะ อย่างเช่นงาน Art sage ปีนี้ก็จัดเป็นปีที่ 3 แล้ว เป็นงานลักษณะที่ว่าเหมือนงาน Exhibition ที่ให้คนมาประมูลภาพ บางทีก็มีภาพเขียนระดับโลกมาให้ประมูลด้วย แล้วก็มีศิลปินจากเมืองไทยมาร่วมงานนี้ด้วยเหมือนกัน จะจัดยิ่งใหญ่มากเพราะรวบรวมผลงานศิลปะจากทั่วโลก แล้วเหล่าบรรดาคนที่ชื่นชอบการสะสมภาพก็จะเดินทางมาร่วมงานนี้อย่างคับคั่ง

ในสัปดาห์ของงานก็จะมีการจัดนิทรรศการย่อยๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น มีศิลปินมาเปิดอาร์ตแกลอรี่ของเขา โชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมผลงาน นอกจากนี้ก็จะมีการจัดงานสเกลเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะอย่างอื่นอีก อย่างเช่นที่ Singapore Art Museum เขาก็จะมีการจัดงานของเขาเองขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยจะมีทั้งศิลปินท้องถิ่นและศิลปินระดับนานาชาติมาร่วมแสดงผลงาน สรุปรวมๆ คือจะมีการโปรโมทเกี่ยวกับทางด้านศิลปะเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างตอนนี้จะมีการโชว์ผลงานที่เรียกว่า The Art of the Brick หรือศิลปะการต่อเลโก้ ของศิลปินที่ชื่อ Nathan Sawaya จัดแสดงอยู่

-ในอนาคตที่จะมีการรวมประชาคมอาเซียน สิงคโปร์มีการเตรียมตัวอย่างไร

เรื่องการรวมประชาคมอาเซียน เราไม่ได้มองว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปรับตัวอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเราก็พัฒนาตัวเองในแง่การท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว คือไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องมาเน้นพัฒนาเอาตอนนี้เพื่อรับเออีซี แต่คือเราพยายามสร้างให้มีสิ่งใหม่อยู่ตลอด สถานที่ท่องเที่ยวเราก็มีที่ใหม่ๆ มานำเสนอ แล้วอย่างเรื่องการทำวีซ่าหรือพาสปอร์ตของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่ต่อไปจะเดินทางไปมาได้ง่ายขึ้น มันน่าจะเป็นเรื่องของหน่วยงานเฉพาะทางที่ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว

-มองว่าสิงคโปร์จะมีโอกาสต้อนรับกลุ่มนักท่องที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากการรวมประชาคมไหม

มันอาจจะไม่ใช่เพราะเออีซีอย่างเดียวที่ทำให้เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ก็คืออย่างช่วงที่ผ่านมาก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะขึ้นจากการจัดกิจกรรม บางครั้งห้องพักหรือโรงแรมอาจจะไม่เพียงพอกับปริมาณของนักท่องเที่ยวด้วยซ้ำ ตรงนี้เราก็ต้องมีการพัฒนาปรับปรุง เราเน้นสร้างโรงแรมให้เพิ่มมากขึ้น เพราะมีคนมาเที่ยวมากขึ้น และในส่วนของกลุ่มคนที่ทำงานด้านการบริการต่างๆ เราก็พัฒนาคุณภาพของการบริการให้ดียิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแล้วบางทีอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง เราจึงต้องปรับปรุงตรงนี้ให้เร็ว

เหมือนกับว่ารู้ตัวว่าเรายังขาดส่วนไหน เราก็เสริมจุดนั้นให้มั่นคง ให้มีคุณภาพมากขึ้น รู้ว่าจุดอ่อนตรงไหนก็ต้องไปแก้ตรงนั้นค่ะ