แม้จะเป็นผู้บริหาร แต่ก็สนใจเรื่องการค้นหาตัวตนที่แท้จริง โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่านพลักษณ์
หากกล่าวถึงศาสตร์นพลักษณ์ แม้คนไทยจะรู้จักมากขึ้น แต่คนที่รู้ลึก รู้จริง อาจมีไม่มากนัก หนึ่งในนั้น ก็คือ วิเชียร ตั้งอุทัยศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัทมัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนพลักษณ์ไทย เขารู้จักศาสตร์นี้มานานกว่า 13 ปี จึงใช้เครื่องมือชิ้นนี้ เรียนรู้ทำความเข้าใจตัวเองและเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่นด้วย
"ตอนอายุ 30 กว่าๆ ผมเริ่มสนใจเรื่องด้านใน ตอนที่ผมสนใจนพลักษณ์ ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ชื่อศาสตร์ก็ชวนให้คิดเรื่องการทำนายทายทักมากกว่า แต่พอได้เรียนรู้อบรมนพลักษณ์ขั้นกลางและขั้นสูง ก็ได้เห็นว่าบุคลิกคน 9 แบบ มันตอบโจทย์บางอย่างที่เราไม่เคยเข้าใจมาก่อน เราเคยเข้าใจว่าเราเป็นคนใจดี ไม่ปฏิเสธคน ซึ่งก็มีที่มาที่ไป เมื่อลงลึกเข้าใจตัวเองมากขึ้น แท้จริงแล้วเราอาจละเลยไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง "
นั่นเป็นจุดท้าทายการใช้ชีวิตของนักธุรกิจเช่นเขา วิเชียรบอกว่า นพลักษณ์ตอบโจทย์ให้ชีวิตเขาได้ มันไม่ใช่แค่ 1+1 =2 เมื่อเราได้เรียนรู้บุคลิกของคนทั้ง 9 ลักษณ์ ก็จะรู้ว่า แรงจูงใจภายในของเขาคืออะไร นั่นทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น
"ผมเป็นคนลักษณ์ 9 ผู้ประสานไมตรี ไม่ปฎิเสธคน ใครถามว่าว่างไหม คำตอบแรกคือ ช่วยได้ ซึ่งในชีวิตจริง คนเราก็ต้องมีเหตุบางอย่างที่ไม่ว่างบ้าง แต่เพื่อคนอื่น ผมจะง่าย เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนใจดี แต่เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะเราไม่ยืนหยัดความต้องการของตัวเอง " วิเชียร เล่า หลังจากศึกษานพลักษณ์แล้ว และบอกว่า
“เราชวนให้คนมองลึกเข้าไปในตัวเอง เพราะศาสตร์นี้ มีทั้งศูนย์หัว เรื่องการวางแผน ความคิด การวิเคราะห์ ,ศูนย์ใจ เรื่องความรู้สึก และศูนย์ท้อง เรื่องสัญชาติญาณ สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน เมื่อคนเราต้องเอาตัวเองให้รอด บางครั้งคนเราต้องทำอะไรสักอย่าง โดยไม่ต้องคิดมาก ไม่แคร์ความรู้สึกอะไร แต่บางขณะเราก็ใส่ใจความสัมพันธ์ และบางอย่างก็อธิบายไม่ได้ คนที่นำทั้งสามศูนย์ของศาสตร์นี้มาใช้ ก็เฝ้าสังเกต จากนั้นแบ่งบุคลิกของคนออกเป็น 9 ลักษณ์ เพื่ออธิบายตัวตนของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็เหมือนกัน"
ในเบื้องต้น นพลักษณ์มุ่งเน้นสามอย่าง คือ 1. เพื่อให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 2 เข้าใจตัวเอง และ 3. เมื่อเห็นความต่างของแต่ละคน ก็จะเปิดพื้นที่ให้แก่กันและกันได้
"ไม่ใช่ว่า ฉันเป็นแบบนี้และฉันจะต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไป ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่มีประโยชน์ แต่ถ้ารู้ว่า เป็นคนแบบนี้ แล้วจะพัฒนาปรับปรุงตัวเองต่อไปอย่างไร"
ส่วนในเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล ถ้าต้องการคลี่คลายไปในทางที่ดี วิเชียร บอกว่า ขั้นแรกต้องถามว่า ทำไมเราทะเลาะกับเขา ไม่ใช่ถามว่า ทำไมเขามาทะเลาะกับเรา
“ถ้าถามว่า ทำไมเราทะเลาะกับเขา ก็เพราะเรากลัวที่เขาคุกคามพื้นที่ของเรา เพราะเขาไม่เปิดช่องว่างให้กับเรา ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติคนอื่น เราก็จะเปิดพื้นที่ให้คนอื่นได้ อย่างคนลักษณ์ 8 มักจะมีนิสัยปฎิเสธไว้ก่อน ถ้าเจอแบบนี้ทุกวัน ก็ไม่ไหว คนลักษณ์ 6 จะไม่ไว้วางใจคน ต้องมีการตรวจสอบอยู่เสมอ ส่วนคนลักษณ์ 7 เป็นคนที่ชอบพูด มีข้อเสนอ มีพลังความคิด มีจินตนาการสูง
“ที่ผมกล่าวมายังไม่ได้พูดถึงเรื่องศีลธรรม มโนธรรม แต่พูดถึงความเป็นมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน ถ้าเราจะคบหากัน ก็ต้องรู้ว่า อีกฝ่ายเป็นอย่างไร นพลักษณ์จึงเป็นเครื่องมือในการมองตัวเองและผู้อื่น ซึ่งการศึกษาจากหนังสืออย่างเดียว ไม่อาจทำให้เข้าใจนพลักษณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ต้องอาศัยกัลยาณมิตรช่วยแนะนำในการเรียนรู้แต่ละขั้นตอน เพื่อให้ลงลึกไปเรื่อยๆ "
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้วิเชียร หันมาศึกษาอย่างจริงจัง จนกลายเป็นกระบวนกรช่วยสอน และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนพลักษณ์ไทย
"สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ ก็ทยอยนำออกมาใช้ ตอนที่ไปเรียนศาสตร์นี้ที่อเมริกา (ปี 2548 )ได้เจอเพื่อนหลายชาติ ไม่ว่าจีน เบลเยียม อิตาลี ฝรั่งเศส ฯลฯ ก็ได้เห็นว่า มีการจำแนกบุคลิกลักษณะคนไม่ต่างกัน คนฮ่องกงคนหนึ่งบอกว่า เขาเป็นคนลักษณ์ 3 เป็นพวกใฝ่สัมฤทธิ์ บ้างาน ทำงานจนเข้าโรงพยาบาล คนเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากคนไทย แต่คนไทยอาจมีเปลือก เพื่อให้คนดูว่าเป็นคนดี แต่คนต่างชาติจะเผยตัวเองชัด เมื่อผมได้ร่วมเวิร์คชอป ผมก็คิดว่า เราจับหลักการได้ถูกทาง จึงมีการตั้งสมาคม”
วิเชียรจึงเป็นทั้งผู้เรียนรู้ และผู้รู้ และนั่นทำให้เขาอยากเผยแพร่ศาสตร์นี้ต่อไปเรื่อยๆ
“ตอนที่ผมไปเข้ากระบวนการที่นั่น อาจารย์ผู้สอนชวนให้ลงลึกภายในตัวเอง แต่ไม่ได้ชวนคุยว่ามีกระบวนการหรือเนื้อหาอะไร วิธีการนี้ทำให้เราเข้าใจปมในวัยเด็ก ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะทำให้ปมหายไป ไม่มีอะไรหายไปได้ แต่เราเข้าใจมันมากขึ้น”
ในฐานะนายกสมาคมนพลักษณ์ไทย เขาบอกว่า อยากเผยแพร่ศาสตร์นี้ เพราะครูบาอาจารย์ก็ทำอย่างนั้น ไม่ใช่ว่า รู้แล้วเก็บไว้ จึงมีกลุ่มศึกษานพลักษณ์หลายกลุ่ม เราก็เข้าไปช่วยกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เป็นครั้งคราว ทั้งทีมคุณหมอจันทร์เพ็ญ ทีมโกมลคีมทอง และทีมอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีชุมชนนพลักษณ์ ทุกสัปดาห์ที่สามของเดือนจะมีการพบปะพูดคุยกันที่สวนเงินมีมา ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงถึงสี่โมง เพื่อให้คนที่เรียนรู้ศาสตร์ด้านนี้ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน
"มีเพื่อนหลายคน น่าเสียดายมาก แม้จะอยู่กับอาจารย์มาหลายปี แต่ก็ยังติดอยู่กับปมเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่น่าจะมีการเติบโตและคลี่คลายตัวเอง อย่างเวิร์คชอปล่าสุดที่ผมไปช่วย แรกๆ ก็เปิดให้เล่าภูมิชีวิตตั้งแต่เด็ก แล้วแนะนำทั้ง 9 ลักษณ์ เพื่อให้ดูว่า คุณมีโอกาสเป็นลักษณ์ไหน การเรียนรู้ในช่วงแรก อาจยังไม่มีประโยชน์ แค่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นพลังงานขับเคลื่อนต่อ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเรียนรู้เรื่องด้านในได้ บางคนก็กลัว บางคนไม่พร้อม บางคนตลอดชีวิตไม่มีความใกล้ชิดกับเรื่องด้านในเลย"
“ผมเองก็เคยมีคำถามว่า ผมก็รู้จักพุทธศาสนาแล้ว ทำไมผมต้องเรียนนพลักษณ์ จนผมมีคำตอบให้กับตัวเอง หากถามว่า พระพุทธเจ้าก็สอนครบถ้วนแล้ว นพลักษณ์จำเป็นหรือ อาจารย์สันติกโร ผู้นำศาสตร์นพลักษณ์มาเผยแพร่ บอกว่าเป็นเครื่องมือเสริม อย่างพระพุทธเจ้าชวนให้ภิกษุสงฆ์ทั้งหลายจงมาดูกิเลสเถอะ หากมองผ่านเครื่องมือนพลักษณ์ ถ้าเราสามารถคลี่คลายความคุ้นเคยในชีวิต ให้เรามีทางเลือกมากขึ้น มีสติมากขึ้น ย่อมจะดีกว่าไม่ใช่หรือ" วิเชียร กล่าว และบอกว่า อยากให้คนที่มาเรียนรู้ได้ประโยชน์และความรู้ รวมถึงมีการเชื่อมโยงกับนพลักษณ์กลุ่มอื่นๆ มากขึ้น
“อาจารย์สันติกโรเป็นคนลักษณ์หนึ่ง จะฟูมฟักพวกเราด้วยความรับผิดชอบ พวกเราไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่สิ่งเหล่านี้สามารถจุนเจือคนทำงานได้ เราไม่ได้ต้องการดัง แต่ต้องการให้คนรู้จักศาสตร์นี้ และสิ่งเหล่านี้ก็อยู่ในตัวผม ผมก็เอาไปสอนพนักงาน ซึ่งเวลาไปอบรมพนักงาน บางแห่งก็ได้ผล บางแห่งก็ไม่ได้ผล และผมก็เป็นกระบวนกรให้เพื่อนๆ ที่ขาดคนช่วยสอนในบางครั้ง”
....................
หมายเหตุ : สมาคมนพลักษณ์ไทย ติดต่อเบอร์ 08 4901 0202





