วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตระเวนดู ”ตูนิเซีย” (Advertorial)

ที่นี่มีทั้งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลทรายซะฮาร่า และเมืองโบราณอันแสนคลาสสิค ทั้งหมดที่ว่ามานี้ รออยู่ที่ประเทศตูนิเซีย


ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ แวะเวียนมาทวีปแอฟริกาอยู่บ่อยๆ เที่ยวนี้ได้ไปถึงอีกหนึ่งประเทศในฝันซะที ที่นี่มีทั้งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลทรายซะฮาร่า และเมืองโบราณอันแสนคลาสสิค ทั้งหมดที่ว่ามานี้ รออยู่ที่ประเทศตูนิเซีย
ตูนิเซียเป็นประเทศเล็กๆบนเทือกเขาแอตลาส เวลาจะสัญจรไปตามหัวเมืองต่างๆทั่วประเทศก็ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ เที่ยวนี้เลยวางแผนเที่ยวกันทั้งเมืองริมทะเล นอนในเมืองริมทะเลทราย และเมืองศักดิ์สิทธิ์
ไล่ไปตั้งแต่เมืองตูนิส เมืองหลวงที่แสนคึกคัก ทั้งตึกรามบ้านช่อง อนุสาวรีย์และหอนาฬิกากลางเมือง ไปจนถึงถนนสายหลักของเมือง ทำให้นึกภาพไม่ออกเลยว่าที่นี่เคยเป็นเวทีประท้วงที่ไม่เพียงโค่นล้มประธานาธิบดีคนเดิมของประเทศตูนิเซียเท่านั้น แต่ยังเกิดปรากฏการณ์ปฏิวัติดอกมะลิที่ลุกลามไปทั่วอาหรับและแอฟริกาเหนือ
ย่านกลางเมืองบรรยากาศเหมือนอยู่ในปารีสยังไงยังงั้น สองฝั่งถนนเหมือนเดินอยู่บนชองเอลิเซส์ มีคาเฟ่ตั้งให้สลอนไปหมด นอกจากนี้ยังมีโรงละคร และมหาวิหารวินเซนต์เดอปอลที่อายุเกินร้อยปี สุดทางของถนนสายหลักของเมือง คือย่านเมืองเก่าของตูนิสที่น่าเดินทอดน่องอย่างยิ่ง พอเดินผ่านประตูประตูฝรั่งเศสหรือ บับ เอล บาหร์เข้ามาคราวนี้ เราเข้าสู่ชายคาเมืองเก่าหรือที่เรียกว่าเมดิน่า
ตูนิสยังมีพิพิธภัณฑ์บาร์โดพิพิธภัณฑ์ที่ด้านนอกก็ดูธรรมดา แต่ด้านในนี่สิ เหมือนเป็นโลกของโมเสก หากใครอยากเห็นโมเสกที่ดีที่สุดและสวยที่สุดของโลก มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง ไฮไลท์ของตูนิสยังอยู่ที่หมู่บ้านซิดิ บู ซาอิด ที่ทั้งหมู่บ้านทาสีขาวฟ้า ทั้งน่าดูและน่าเดินอย่างยิ่ง
ไม่ไกลจากตูนิส ห้ามพลาดเมืองโบราณอย่างคาร์เธจเด็ดขาด นครคาร์เธจถูกสร้างขึ้นใหม่บนซากปรักหักพังเดิมให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มีทั้งโรงละครโรมันโบราณ โรงอาบน้ำ และอีกมุมหนึ่งของคาร์เธจที่ยิ่งฉายภาพให้เห็นความใหญ่โตโอฬารของนครแห่งนี้ คือเมืองโบราณที่ทอดตัวอยู่ริมทะเล ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามีสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างที่ไม่คิดว่าคนสมัยก่อนเขาจะมีกัน อย่างฟิตเนสนี่ก็ไม่น่าเชื่อว่าสมัยนั้นจะมีด้วย เห็นแล้วต้องบอกว่าสมแล้วที่องค์การยูเนสโกยกให้ที่นี่เป็นมรดกโลก ในปี 1979
ผละจากเมืองโบราณ คราวนี้ลองไปเมืองที่มีความสำคัญทางศาสนากันบ้าง ที่นั่นคือไครวาน อดีตเมืองหลวงที่อยู่บนเส้นทางการค้าของกองคาราวานที่สำคัญในย่านนี้ และยังเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมอิสลามด้วยะ เมืองแบบนี้เนี่ยยูเนสโก้เห็นปุ๊บเข้าตาปั๊บ เลยประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1988
ไครวานมีหลายฉายามาก เป็นทั้ง 1 ใน 4 เมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม แต่ส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่าเมือง 50 สุเหร่า เพราะมีสุเหร่าเยอะ แถมยังเป็นอันรู้กันว่าไครวานเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในแถบแอฟริกาเหนือ เรียกได้ว่ามีความสำคัญเป็นรองจากเมืองเมกกะ เมดินา และเยรูซาเลม
สุเหร่าใหญ่ประจำเมืองคือซิดี อักบาร์ อายุ 1,300 กว่าปี เกิดขึ้นพร้อมกับยุคก่อร่างสร้างเมืองเลย สร้างขี้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมฉลองการมีชัยชนะเหนือคริสเตียนไบเซนไทน์ เขาว่าใช้หินจากวิหารของโรมันและโบสถ์ไบเซนไทน์ในสมัยก่อน หน้าตาของสุเหร่าเลยมีดูเหมือนมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทั้งโรมันและอาหรับ
ห่างจากไครวานมาซักชั่วโมงหนึ่งเห็นจะได้ ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่หลายคนบอกว่านี่ไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่เป็นดาวเด่นของตูนิเซียอีกเมืองหนึ่งเลยทีเดียว ที่นั่นคือเมืองสเบียทลา เมืองโรมันโบราณและเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของพิวนิกที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างในรูปแบบต่างๆที่สร้างในช่วงศตวรรษที่ 7
ที่นี่คือเมืองโบราณที่ได้รับการดูแลรักษาไว้ค่อนข้างดี บางคนบอกว่าดีกว่านครคาร์เธจซะด้วยซ้ำ ด้านในอาจจะเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงเดาจากรูปทรงที่หลงเหลือให้เห็นได้ว่าในอดีตเคยเป็นอะไรมาก่อน เดินลึกเข้าไปมีทั้งกำแพง ซุ้มประตู ป้อมปราการ รวมถึงสถานที่ๆเคยเป็นโรงละครกลางแจ้งใกล้กันเป็นโรงอาบน้ำสาธารณะซึ่งมีหลายแห่ง ลานน้ำพุ วิหาร โบสถ์ ไปจนถึงอ่างในพิธีศีลจุ่ม
คราวนี้ เรามุ่งหน้าลงใต้ไปหาทะเลทรายซะฮารา ซึ่งมีเมืองริมชายขอบของทะเลทรายชื่อโทเซอร์ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่เป็นทั้งโอเอซิสและเมืองสำคัญทางใต้ของตูนิเซีย จนได้ฉายาว่ากุหลาบแห่งทะเลทราย ทุกวันนี้มองไปทางไหนของโทเซอร์ก็จะเจอแต่ต้นปาล์มที่ทำให้เมืองดูร่มรื่นขึ้น แต่สำคัญเลยเขาว่าอินทผลัมดีที่สุดในตูนิเซียอยู่ที่โทเซอร์
คนมาที่นี่ส่วนใหญ่ เพื่อมาตั้งหลักก่อนตะลุยทะเลทรายซะฮารา แต่ถ้ามีเวลาสอดส่องเมืองก็จะเห็นว่า สถาปัตยกรรมที่ประดับบนมัสยิดหรือสิ่งปลูกสร้างในเมืองเก่าจะแปลกแตกต่างจากเมืองอื่นตรงการเรียงอิฐรูปทรงเรขาคณิตที่เป็นเอกลักษณ์ของโทเซอร์
โทเซอร์เป็นเหมือนปากทางเข้าทะเลทรายซะฮารา แค่ออกนอกเมืองไปไม่เท่าไหร่ก็เป็นทุ่งแล้งเกือบหมดแล้ว แถวนี้สองข้างทางเราจะเห็นอูฐไปตลอดทาง อูฐพวกนี้มีเจ้าของทั้งนั้น ถูกเลี้ยงไว้ใช้งานหรือไม่ก็เป็นอาหารของชาวเมืองนี่แหละค่ะ และความที่อูฐเยอะ เวลาขับรถเลยต้องระวังหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ช่วงไหนอูฐเยอะเขาจะมีป้ายเตือนตลอดทางว่าระวังอูฐข้ามถนน
เราออกนอกเมืองไปซัก 30 กิโลเมตรก็เริ่มเป็นเนินทราย ซะฮาราเป็นทะเลที่ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ขนาดเป็นกินพื้นที่ 1 ใน 4 ของทวีปแอฟริกา หรือครอบคลุมดินแดนของ 12 ประเทศเอาไว้ ข้อสำคัญทะเลทรายซะฮาราร้อนแล้งมาก และเป็นเขตกันดารที่สุดของโลก
ในซะฮารายังมีโอเอซิส 3 แห่งคือเชบิกา ทาเมอร์ซา และมิเดส ทั้ง 3 แห่งนี้คือฉากธรรมชาติที่งดงาม แต่เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 1969 ทำให้ที่นี่เปลี่ยนโฉมหน้าไปอีก บ้านเรือนของผู้คนที่เคยอยู่แถวนี้ถูกกวาดไปเรียบเลย
ที่จริงตูนิเซียยังมีเมืองสวยเมืองน่าเที่ยวอีกเป็นกระตั้ก แค่ชิมออเดิร์ฟไป 5 เมืองก็พบว่าตูนิเซียอร่อยล้ำเหลือเกิน

Oจากกรุงเทพไปประเทศตูนิเซีย สายการบินกาตาร์แอร์เวย์(02-2592701-3) มีเที่ยวบินไปตูนิสเมืองหลวงของตูนิเซียทุกวัน โดยแวะไปเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา แล้วบินต่อไปอีกประมาณ 6 ชั่วโมงก็ถึงตูนิส
Oตูนิเซียเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต เรื่องที่พักจึงค่อนข้างมีให้เลือกเยอะมาก คลิกเข้าไปสำรวจได้ที่เว็บไซต์อโกดา(www.agoda.com) สำหรับคนใช้สมาร์ทโฟนถ้ามีแอพพลิเคชั่นอโกดาบนหน้าจอ สามารถคลิกจากมือถือจองที่พักได้อย่างสะดวกสบาย

เรื่อง : กาญจนา หงษ์ทอง
: [email protected]