“คิวอาร์โค้ด” นำทาง

“คิวอาร์โค้ด” นำทาง

ปัจจุบันผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของหลายประเทศมักจะสรรหานวัตกรรมใหม่ๆ มาส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ไม่เว้นแม้แต่การใช้ คิวอาร์โค้ด มาช่วยให้เว็บไซต์การท่องเที่ยวและการให้บริการด้านการท่องเที่ยวมีความเป็นมิตรกับเทคโนโลยีมากขึ้น

คิวอาร์โค้ด คือ บาร์โค้ดสองมิติชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยโมดุลสีดำเรียงตัวกัน มีสัณฐานสี่เหลี่ยม มีพื้นหลังสีขาว ที่สามารถอ่านรหัสได้ด้วยเครื่องสแกนคิวอาร์ในสมาร์ทโฟนเพื่อถอดข้อมูลในรูปข้อความหรือลิ้งค์เพื่อเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียและวีดีโอ

ล่าสุด กรุงริโอ เดอ จาเนโร เมืองหลวงในอดีตของประเทศบราซิล มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยให้สอดคล้องกับศิลปะพื้นเมืองและวิถีชีวิตประจำวันด้วยการใช้กระเบื้องโมเสกสีดำและสีขาวมาทำเป็นคิวอาร์โค้ดติดไว้บนถนนทางเท้าของสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวของเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สมาร์ทโฟนสแกนหาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ

เจ้าหน้าที่ของกรุงริโอปิ๊งไอเดียสุดเก๋นี้จากกรุงลิสบอน โปรตุเกสและบาร์เซโลน่า สเปน ซึ่งมีการติดตั้งคิวอาร์โค้ดบนทางเท้ารอบเมืองเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยเมื่อนักท่องเที่ยวนำสมาร์ทโฟนที่มีแอพลิเคชั่น “คิวอาร์ รีดเดอร์” ไปสแกนที่รหัสดังกล่าว พวกเขาจะถูกพาไปยังเว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ รวมถึงแผนที่ ประวัติความเป็นมาของสถานที่และไฮไลท์สำคัญๆ ซึ่งจะให้ข้อมูลถึง 3 ภาษา คือ โปรตุเกส สเปนและอังกฤษ

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของกรุงริโอที่ได้รับการติดตั้งคิวอาร์โค้ดคือ อาร์พาวดอร์ ชายหาดที่มีก้อนหินกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ หลังจากเปิดตัวไปเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เมื่อนำสมาร์ทโฟนไปสแกนที่รหัสบนพื้น นักท่องเที่ยวจะได้ทราบข้อมูลต่างๆ ของชายหาดและหิน เช่น ชื่อของก้อนหินขนาดใหญ่อาร์พาวดอร์นี้ตั้งตามชาวประมงที่เคยใช้ฉมวกแทงปลาวาฬที่นั่น เพราะคำว่าอาร์พาวดอร์ ซึ่งเป็นภาษาโปรตุเกสมีความหมายว่า คนโยนฉมวก และยังได้ทราบว่าชายหาดอาร์พาวดอร์เป็นจุดยอดนิยมของการเล่นโต้คลื่นเพราะมีคลื่นที่ใหญ่และสมบูรณ์แบบ จึงมีการตั้งฉายาให้มันว่า “หาดปีศาจ”

"คิวอาร์โค้ดถือเป็นมรดกตกทอดให้แก่นักท่องเที่ยวที่มีความรู้ความเข้าใจในแหล่งประวัติศาสตร์ของเมืองเพียงเล็กน้อย และยังเป็นมรดกของพลเมืองริโอ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ทราบประวัติของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของประเทศตัวเอง โดยพวกเขาสามารถเรียนรู้ผ่านรหัสนี้ได้ในเวลาสั้นๆ" ฟาบริเซีย โรซ่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทเอกชนซึ่งเป็นหุ้นส่วนของเทศบาลเมืองในโครงการติดคิวอาร์โค้ด กล่าว

กรุงริโอซึ่งจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 2016 มีแผนที่จะติดตั้งคิวอาร์โค้ดราว 30 จุดที่ชายหาด สถานที่ที่มีทัศนียภาพและแหล่งประวัติศาสตร์ทั่วเมืองเพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติราวสองล้านคนที่เดินทางมาเยือนอดีตเมืองหลวงในแต่ละปีได้เรียนรู้เกี่ยวกับเมืองด้วยตัวเองระหว่างที่เดินเที่ยวชมเมือง

เทรนด์ของการนำคิวอาร์โค้ดมาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว เมื่อเมืองมอนมัธ เมืองเล็กๆ ของแคว้นเวลส์เริ่มติดตั้งคิวอาร์โค้ด 1,000 จุดทั่วเมืองจนได้รับฉายาว่า “มอนมัธพีเดีย” ส่วนการใช้คิวอาร์โค้ดที่ยิบรอลตาจะพาผู้ใช้ไปยังหน้าวิกิพีเดียที่มีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่พวกเขากำลังจะไปเยี่ยมชม

เมื่อปลายปีที่แล้ว ประเทศไต้หวันเคยสร้างคิวอาร์โค้ดมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยให้ชาวไต้หวัน 1,369 คน ยืนเรียงแถวกางร่มแปรเป็นสัญลักษณ์คิวอาร์โค้ดที่จัตุรัสศาลาว่าการกรุงไทเปเพื่อรณรงค์การท่องเที่ยวไต้หวันผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนไปยังหน้าเว็บไซต์การท่องเที่ยวของไต้หวันได้

โรงแรมหลายแห่งในยุโรปก็ให้บริการผ่านคิวอาร์โค้ดมากขึ้น อย่างโรงแรมเดอ ลอนเดรส ในเมืองซานเซบาสเตียน สเปน โรงแรมซิกเนเจอร์ในเจดดาและเมดินา ซาอุดิอาระเบีย รวมถึงเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ HTEL ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ก็เป็นโรงแรมที่ให้ลูกค้าใช้บริการต่างๆ ผ่านคิวอาร์โค้ด เริ่มตั้งแต่ที่เคาน์เตอร์ดูแลแขก ในลิฟท์และบัตรข้อมูลห้องพักที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับร้านอาหารหรือกิจกรรมที่น่าสนใจ

สายการบินยุโรปอย่างซิตี้เจ็ทก็ใช้คิวอาร์โค้ดมาเล่นเกม โดยการซ่อนรหัส 18 รหัสในสนามบินเครือข่าย เช่น สนามบินลอนดอนซิตี้ สนามบินไลเนท ในมิลาน และสนามบินออร์ลีย์ กรุงปารีส และให้นักท่องเที่ยวค้นหารหัสและสแกนรหัสเพื่อชิงของรางวัลซึ่งรวมถึงตั๋วเดินทางไป-กลับเมืองดับลินในไอร์แลนด์ด้วย

แม้คิวอาร์โค้ดจะเป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ แต่มันก็ไม่ชัดเจนว่าคนจะรู้จักวิธีใช้หรือมันจะได้รับความนิยมหรือไม่ สำหรับนักท่องเที่ยวโลว์เทค พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าคิวอาร์โค้ดคืออะไรหรือไม่รู้ว่าต้องใช้สมาร์ทโฟนในการสแกนรหัส นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากก็ไม่ได้เปิดบริการดาต้าโรมมิ่ง และแน่นอนว่ายังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีสมาร์ทโฟนใช้

แม้แต่ในหมู่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเองก็มีข้อมูลว่ามีการใช้งานคิวอาร์โค้ดในระดับต่ำ จากการวิจัยของบริษัทคอมสกอร์ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยเกี่ยวกับโลกดิจิตอลพบว่า ในเดือนมิถุนายนปี 2011 มีผู้ใช้บริการมือถือในสหรัฐอเมริกาเพียง 6.2 เปอร์เซ็นต์ที่สแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนทั่วไปยังไม่รู้จักหรือไม่สนใจในคิวอาร์โค้ด

บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยี-การท่องเที่ยวบางคนบอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเด่นชัดว่านักท่องเที่ยวมีการยอมรับหรือสนใจคิวอาร์โค้ดในวงกว้างพอที่จะสนับสนุนให้มีการติดคิวอาร์โค้ดรอบเมือง

................................
ที่มา เว็บไซต์บีบีซีและเอพี