วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

“กรุงเทพธุรกิจ” สัมภาษณ์เจาะลึกถึงมุมมองของ “Miss International Queen® 2026” ทั้งผู้ชนะ “โล โคลบี” ตัวแทนจากสหรัฐ “บุ๊ค–ธีรชยา พิมพ์กิติเดช” ตัวแทนจากประเทศไทย และ “ซากิ อิวาอิ” ตัวแทนจากญี่ปุ่น ในฐานะกระบอกเสียงสำคัญในการผลักดันความเท่าเทียมในสังคม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนทรานส์เจนเดอร์ทั่วโลก

KEY POINTS

  • โล โคลบี (สหรัฐฯ), บุ๊ค ธีรชยา (ไทย), และ ซากิ อิวาอิ (ญี่ปุ่น) ผู้ชนะจากเวที Miss International Queen® 2026 ใช้ตำแหน่งเป็นกระบอกเสียงในการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเท่าเทียมของทรานส์เจนเดอร์
  • โล โคลบี ผลักดันสิทธิในที่ทำงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้คนข้ามเพศในสหรัฐฯ ผ่านโครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เพื่อต่อสู้กับอคติและการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน
  • บุ๊ค ธีรชยา ขับเคลื่อนโครงการด้านสุขภาพจิตเพื่อสร้างคุณค่าในตนเอง พร้อมเรียกร้องสิทธิในการเปลี่ยนคำนำหน้านามในไทย เพื่อลดการเลือกปฏิบัติและยืนยันความเป็นมนุษย์
  • ซากิ อิวาอิ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง LGBTQIA+ ในพื้นที่ต่างจังหวัดและสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น เพื่อสร้างสังคมที่ยอมรับความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติ

เวทีการประกวด “Miss International Queen® 2026” เป็นเวทีที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลข้ามเพศมาต่อเนื่องตลอด 20 ปี โดยในปีนี้ ตำแหน่งผู้ชนะเลิศตกเป็นของ “โล โคลบี” ตัวแทนจากสหรัฐ ขณะที่ “บุ๊ค–ธีรชยา พิมพ์กิติเดช” ตัวแทนจากประเทศไทย คว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 และ “ซากิ อิวาอิ” ตัวแทนจากญี่ปุ่น ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2

“กรุงเทพธุรกิจ” สัมภาษณ์เจาะลึกถึงมุมมองต่ออัตลักษณ์ทางเพศ คุณค่าความเป็นมนุษย์ และการเป็นกระบอกเสียงสำคัญถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ การยืนหยัดในตัวตน และการผลักดันความเท่าเทียมในสังคม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนทรานส์เจนเดอร์ทั่วโลก

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม (จากซ้ายไปขวา) “บุ๊ค–ธีรชยา พิมพ์กิติเดช” ตัวแทนจากประเทศไทย คว้าตำแหน่งรองอันดับ 1, “โล โคลบี” ผู้ชนะเลิศ “Miss International Queen® 2026” และ “ซากิ อิวาอิ” ตัวแทนจากญี่ปุ่น ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2
 

“โล โคลบี” ต่อสู้เพื่อสิทธิการทำงานของทรานส์

สำหรับ โล โคลบี ผู้ครองมงกุฎ Miss International Queen® 2026 เธอมีพื้นเพเดิมมาจากรัฐฮาวาย ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เธอทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมายาวนานกว่าสิบปี ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านการตลาดให้กับบริษัทเทคโนโลยี

โลตัดสินใจเข้ามาประกวดในเวที เพราะตั้งใจจะลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิของชุมชนคนข้ามเพศ แม้ในตอนแรกเธอยอมรับว่ามีความลังเลและหวาดกลัว เนื่องจากการประกวดจะทำให้เธอเข้ามาอยู่ในสปอตไลท์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตัวเธอ เพราะในปัจจุบันกระแสการต่อต้านทรานส์เจนเดอร์ในสหรัฐรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทของเธอที่มีพนักงานกว่า 3,000 คน กลับมีทรานส์เจนเดอร์ทำงานอยู่ไม่กี่คน อีกทั้งทรานส์เจนเดอร์ในสหรัฐกำลังเผชิญกับความไม่เป็นธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

แต่เมื่อเธอนึกถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ในสหรัฐ ที่คนข้ามเพศมักเป็นกลุ่มแรกที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้อื่นเสมอ เธอจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อชุมชนของตัวเอง 

“ฉันเคยถามตัวเองเหมือนกันว่า จะลงประกวดในสหรัฐดีไหม เพราะฉันกลายเป็นที่รู้จัก และอาจเป็นอันตรายได้ แต่ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ทรานส์เจนเดอร์มักจะลุกขึ้นสู้เพื่อคนอื่นเสมอ ฉันจึงรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องลุกขึ้นสู้เพื่อชุมชนของฉัน”

นอกจากนี้ โลตั้งใจใช้การประกวดนี้ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและโอกาสทางอาชีพที่จับต้องได้สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ ผ่านโครงการ “Negotiate Your Narrative” ที่เธอเป็นโฆษกอยู่ โดยโครงการนี้จัดทำคอร์สออนไลน์สำหรับสร้างและพัฒนาทักษะทางวิชาชีพที่สำคัญสำหรับคนข้ามเพศโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการสัมภาษณ์งาน การเจรจาต่อรองเงินเดือน การขอปรับตำแหน่ง รวมถึงวิธีการรับมือกับการสนทนาที่ยากลำบากในที่ทำงาน ซึ่งจากประสบการณ์ของโล ทำให้เธอรู้ว่า “คนข้ามเพศมักต้องเผชิญกับอคติและการตัดสินตั้งแต่นาทีแรกที่เดินเข้าห้องสัมภาษณ์งาน”

“ในฐานะคนข้ามเพศ บางครั้งเราก็ถูกบอกว่า ดีเท่าไหร่แล้วที่อย่างน้อยก็มีงานทำ แต่สำหรับฉัน แค่นั้นมันไม่พอ ฉันอยากเห็นทรานส์เจนเดอร์ก้าวขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ฉันจะเป็นซีอีโอไม่ได้”

หลังจากได้ตำแหน่งแล้ว โลตั้งใจที่จะพัฒนาคอร์สออนไลน์ให้มีเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศทั่วโลก เนื่องจากวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติในการเจรจาเรื่องเงินหรือการเติบโตในสายงานของแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป เพื่อให้ทรานส์เจนเดอร์ทั่วโลกสามารถนำไปใช้ได้จริง

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

ชัยชนะของโล โคลบี ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเวที Miss International Queen® ด้วยการทำให้สหรัฐสามารถการคว้ามงกุฎติดต่อกันสองปีติดต่อกันเป็นครั้งแรก เธอยอมรับว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นมากกว่ามงกุฎหรือความสำเร็จส่วนตน แต่คือหน้าที่และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการเป็นกระบอกเสียงให้แก่ทรานส์เจนเดอร์ ลดความเหลื่อมล้ำและเปิดทางให้ทุกคนก้าวไปสู่การใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

โล โคลบี เป็นแดร็กควีนและเพอร์ฟอร์มเมอร์ที่อยู่บ้านโคลบี (House of Colby) โดยมี “ซาชา โคลบี” ผู้ชนะรายการ Rupaul’s Drag Race Season 15 คอยแนะนำและให้คำปรึกษาสำหรับการมาประกวดในครั้งนี้ รวมถึงช่วยปรับท่าโพสต์บนเวที สอนให้ยอมรับและรักในตนเอง 

“ซาช่าบอกว่า บุคลิกภาพ คือสิ่งที่ทำให้เราพิเศษจริง ๆ เราต้องทำให้คนดูเห็นบนเวทีให้ได้ การแข่งรอบชิงฯ จึงไม่ใช่การแข่งกับสาว ๆ อีก 26 คน แต่เป็นการแข่งกับตัวเองต่างหาก ฉะนั้นต้องออกไปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ห้ามเป็นคนอื่นเด็ดขาด”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม ซาชา โคลบี และ โล โคลบี

 

สำหรับโลแล้ว การแข่งขันรอบพรีลิมมินารีเป็นรอบที่ยากที่สุด เพราะเธอพยายามมากเกินไป จนสูญเสียความเป็นตัวเอง แต่เมื่อเธอปลดล็อกความกลัวและกล้าเป็นตัวเองในคืนรอบตัดสิน ความจริงใจและความเป็นธรรมชาติของเธอก็จับใจคณะกรรมการเหมือนที่ซาช่าบอก

“ฉันพยายามจะเป็นนางงามที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอคนนั้นไม่สนุกเลยไร้ชีวิตชีวา เป็นเพียงร่างโคลนของนางงามตามแบบฉบับทั่วไป”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโลจะเป็นผู้ชนะ แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่ชิน เนื่องจากที่ผ่านมา เธอเป็นฝ่ายซัพพอร์ตคนอื่นเสมอมา “ฉันพอใจกับการอยู่เบื้องหลังมาตลอด แต่พอฉันชนะ มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้มายืนอยู่ข้างหน้าพวกเขา กลายเป็นว่าพวกเขาต้องมาคอยเชียร์ฉันแทน ฉันก็เลยต้องปรับตัวกับเรื่องนี้พอสมควร เพราะลึก ๆ แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองไม่คู่ควรกับมัน หรือบางทีอาจแค่ยังไม่ชิน”

โลกล่าวว่า แม้แดร็กควีนกับนางงามจะมีส่วนเหมือนกัน เช่น ความสวยงาม การแต่งหน้า หรือการปรากฏตัวบนเวที แต่เป้าหมายและแก่นแท้ของทั้งสองวงการแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยแดร็กมุ่งเน้นการสร้างสรรค์โชว์การแสดงและการมอบความบันเทิงเป็นหลัก ในขณะที่การเป็นนางงามต้องอาศัยความจริงใจ การเปิดเผยตัวตน และการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนอย่างแท้จริง

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

 

“บุ๊ค ธีรชยา” ให้กำลังใจผู้คนผ่านงานเขียน

“บุ๊ค–ธีรชยา พิมพ์กิติเดช” รองอันดับ 1 Miss International Queen® 2026 จากประเทศไทย เริ่มต้นเป็นนักเขียนเมื่อประมาณหกปีก่อน โดยเริ่มจากงานเว็บไซต์ แมกกาซีน และขยายไปสู่งานเขียนบนโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเธอเล่าว่า ปัจจุบันยังไม่ค่อยมีนักเขียนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์มากนัก ขณะเดียวกันก็ยังมีภาพจำว่า ทรานส์เจนเดอร์อาจเขียนงานได้ไม่ลึกซึ้ง หรือมีทักษะด้านการวิเคราะห์ การตีความ และการคิดเชิงวิพากษ์ไม่เท่ากับคนอื่น  

“บุ๊คจึงเลือกพิสูจน์ตัวเอง ผ่านคุณภาพของผลงานและการพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผลงานของเราได้รับการยอมรับ และบริษัทมองเห็นความสามารถจนติดต่อกลับมา เพื่อเสนอตำแหน่งที่สูงขึ้น นั่นทำให้เห็นว่าเพศไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพของงาน สิ่งสำคัญคือความสามารถ ความรับผิดชอบ และสิ่งที่เราทำให้ผู้อื่นมองเห็นผ่านผลงานของเรา”

สำหรับ โครงการที่บุ๊ค ธีรชยาขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องคือ “Beauty, Fully” ซึ่งต่อยอดมาจากประสบการณ์ตรงของเธอ ที่เคยจะเกือบฆ่าตัวตายเนื่องจากแรงกดดันจากที่บ้าน โดยมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นให้ผู้คนกลับมามองเห็นและตระหนักถึงคุณค่าในตัวตนของตัวเอง แม้ในชีวิตจริงผู้คนจะต้องเผชิญกับอุปสรรคและแรงกดดันภายนอกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การไม่ปล่อยให้คำตัดสินของผู้อื่นมากำหนดหรือจำกัดศักยภาพของตนเอง

โครงการ Beauty, Fully มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต โดยบุ๊คร่วมมือกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และกรมสุขภาพจิต เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้คนในสังคม

“โลกของเรามีปัญหา ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สังคมหรือการเมืองเกิดขึ้นไม่รู้จบ แต่ปัญหาเหล่านี้จะไม่หมดไป ถ้าพวกเราในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ยังไม่สามารถเชื่อมั่นในตัวเองและกล้าที่จะเชื่อมั่นตัวตนความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เพราะนี่คือพื้นฐานของโลกแห่งความเท่าเทียมที่พวกเราต้องการ”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

บุ๊ค ธีรชยาเล่าถึงการก้าวผ่านความคิดฆ่าตัวตายด้วยการเขียนให้กำลังใจตนเอง โดยเธอเล่าว่า “บุ๊คเขียนลงโพสต์อิทว่าอยากจะทำอะไร บุ๊คอยากเป็น Miss Tiffany อยากให้พ่อแม่ยอมรับ แล้วเอามาแปะเป็นรูปหัวใจ ซึ่งบุ๊คใช้เวลาช่วงที่ดิ่งที่สุดในชีวิต มาลงกับการเขียน แทนที่จะไปคิดว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะไม่อยู่บนโลกใบนี้ โชคดีมากที่สัญชาตญาณของเราไม่ได้พาไปจนถึงจุดนั้น” 

“นี่เลยเป็นจุดที่คิดว่า ผลงานบางอย่างในชีวิตของเรา อาจจะช่วยให้ดึงให้คนบางคนไม่ก้าวไปถึงจุดนั้น ช่วยให้เขามีชีวิตต่อได้”

นอกจากนี้ บุ๊ค ธีรชยา ยังได้ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคไว้ว่า “ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ แม้วันนี้หลายคนอาจมองว่าบุ๊คดูเหมือนเป็นคนที่เพียบพร้อม แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ บุ๊คเองก็ล้มลุกคลุกคลานในแบบของตัวเองมาไม่น้อย สิ่งสำคัญคือการ ทำความเข้าใจว่าตัวเราเป็นใคร ต้องการอะไร และอยากเดินไปในเส้นทางแบบไหน อย่านำปลายทางของ คนอื่นมาเปรียบเทียบกับจุดเริ่มต้นของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีจังหวะและเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

 

“ซากิ อิวาอิ” สร้างความเข้าใจในสังคมกับการเป็นทรานส์เจนเดอร์

“ซากิ อิวาอิ” รองอันดับ 2 Miss International Queen® 2026 กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย สาขาวรรณคดีญี่ปุ่น เธอเติบโตมาจากจังหวัดมิยาซากิ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของประเทศ และทุ่มเทฝึกฝนด้านการแสดงและการเต้นมายาวนานกว่า 10 ปี เพื่อไล่ตามความฝันในการเป็นนักแสดงละครเวที ก่อนจะตัดสินใจก้าวสู่เวทีประกวดระดับโลกเป็นครั้งแรก โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ไอ ฮารุนะ” Miss International Queen 2009 และก้าวขึ้นเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงกระแสหลัก

สำหรับ โครงการที่ซากิตั้งใจผลักดันภายหลังจบการประกวดคือ การสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQIA+ ในพื้นที่ต่างจังหวัด และสถาบันการศึกษาในญี่ปุ่น เพื่อทำให้เกิดการยอมรับและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะพื้นที่เหล่านี้ยังไม่เข้าถึงข้อมูล ต่างจากในเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งทำให้กลุ่มเยาวชนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ขาดโอกาสในการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง 

“ก่อนการประกวดฉันไม่ได้มีโครงการ เพราะฉันเป็นแค่เพียงนักศึกษา แต่หลังจากการประกวดครั้งนี้ ฉันอยากขยายชุมชนและความรู้ LGBTQIA+ ไปยังต่างจังหวัดและบ้านเกิดของฉัน คนต่างจังหวัดไม่มีโอกาสได้รับความรู้เรื่อง LGBTQIA+ เหมือนในโตเกียว ฉันอยากบอกพวกเขา และทำให้ครอบครัวรวมถึงครูอาจารย์มีความเข้าใจความรู้เรื่อง LGBTQIA+ มากยิ่งขึ้น”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

อย่างไรก็ตาม ซากิกล่าวว่าเธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองถูกเลือกปฏิบัติจากการเป็นทรานส์เจนเดอร์ โดยเธอมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่ผู้คนยังไม่มีความรู้หรือความเข้าใจซึ่งกันและกัน มากกว่าจะเป็นความตั้งใจปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

ซากิเล่าว่า เธอเคยฝันอยากเป็นสมาชิกวง AKB48 วงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของญี่ปุ่น แม้จะรู้ว่ายังไม่เคยมีผู้หญิงข้ามเพศเป็นสมาชิกของวง แต่เธอก็เลือกที่จะสมัคร โดยเธอเล่าวว่า “การที่ยังไม่เคยมีผู้หญิงข้ามเพศอยู่ในวง ไม่ได้ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองไม่ควรลอง ฉันไม่เคยมองกรอบหรือบรรทัดฐานของสังคมว่าเป็นเหตุผลที่เราต้องหยุดไล่ตามสิ่งที่ต้องการ แต่สุดท้ายฉันไม่ได้รับเลือก ฉันไม่ทราบเหตุผลที่ไม่ได้รับเลือก และเคยคิดเหมือนกันว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเป็นทรานส์เจนเดอร์หรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครเคยบอกฉันเช่นนั้นโดยตรง”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

 

การเป็นทรานส์เจนเดอร์ในไทย สหรัฐ และญี่ปุ่น

การใช้ชีวิตเป็นทรานส์เจนเดอร์ในแต่ละประเทศ มีความยากและแตกต่างกันไป โดยโลเล่าว่า หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ รัฐบาลเริ่มเพ่งเล็งและโจมตีกลุ่มคนข้ามเพศอย่างหนัก 

“ตั้งแต่ทรัมป์กลับมา ทุกอย่างแย่ลง มันยากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลกำลังมุ่งเป้าไปที่คนข้ามเพศ ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าพวกเรามีจำนวนน้อยกว่า 1% ของประชากรทั้งหมดในสหรัฐ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงตกเป็นเป้าหมายขนาดนี้ ทำไมพวกเราถึงถูกมองว่าอันตรายนัก”

หลังจากที่โลนะการประกวด Miss International Queen USA 2026 เธอต้องไปทำเรื่องต่ออายุหนังสือเดินทาง แต่เนื่องจากนโยบายระดับรัฐบาลกลางกำหนดให้ยึดเพศกำเนิดดั้งเดิมเป็นหลัก ทำให้ในพาสปอร์ตของเธอถูกระบุเพศเป็นชายอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละรัฐมีกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป โดยในรัฐที่มีแนวคิดเสรีนิยมอย่างรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่โลอาศัยอยู่ ยังคงมีกฎหมายคุ้มครองและให้สิทธิประชาชนเลือกเพศสภาพในเอกสารได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ชาย, หญิง, หรือ X สำหรับนอนไบนารี แต่ในรัฐอนุรักษนิยมหลายแห่ง สิทธิเหล่านี้กลับถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง 

นอกจากนี้ บางรัฐยังกำหนดให้บุคคลข้ามเพศต้องระบุเพศกำเนิดลงในใบขับขี่ มิเช่นนั้นอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ส่งผลให้คนข้ามเพศจำนวนมากต้องจำใจเดินทางไปกรมการขนส่ง เพื่อขอเปลี่ยนเพศในใบขับขี่กลับไปเป็นเพศกำเนิด 

โลชี้ว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีอิสระอย่างมากในการแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริง และผู้คนในสังคมต่างร่วมยินดีและเฉลิมฉลองให้กับการที่คน ๆ หนึ่งกล้าที่จะซื่อสัตย์ต่ออัตลักษณ์ของตนเอง และรู้สึกอบอุ่นจากการได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในชีวิตประจำวัน ซึ่งแตกต่างจากสภาวะความตึงเครียดทางการเมืองในสหรัฐ ที่คนข้ามเพศกำลังถูกเพ่งเล็ง 

“ที่ประเทศไทยคุณมีอิสระในการเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก ทุกคนร่วมยินดีกับคุณเมื่อคุณเลือกที่จะซื่อสัตย์กับตัวตนของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งสหรัฐควรเรียนรู้จากประเทศไทย”

“ฉันเล่าให้เพื่อนฟังว่า ฉันสบายใจแค่ไหนที่ได้อยู่ที่นี่ ฉันไม่รู้สึกเลยว่ากำลังอยู่ต่างประเทศ และนั่นเป็นข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ว่าผู้คนอย่างฉันได้รับการปฏิบัติอย่างไรในประเทศไทย หวังว่าวันหนึ่งฉันจะได้มาอยู่ที่นี่ ฉันอยากมาอาศัยอยู่ที่นี่มากจริง ๆ” โลกล่าว

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

ขณะที่ ซากิเล่าว่าในญี่ปุ่นก็ยังไม่สามารถเลือกหรือเปลี่ยนเพศในเอกสารได้อย่างอิสระ แต่เธอมองเรื่องนี้ด้วยความเป็นจริงและเข้าใจเหตุผลอย่างสมดุล โดยเห็นว่าการระบุเพศกำเนิดบนบัตรประจำตัวหรือเอกสาร เพื่อใช้ทางการแพทย์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและรับได้ เพราะสรีระและความต้องการด้านสุขภาพของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน 

อย่างไรก็ตาม ซากิชี้ให้เห็นถึงความอึดอัดเมื่อเอกสารหรือการระบุเพศ ถูกนำมาใช้อย่างไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตเลย เช่น ในโรงเรียน หรือการแสดงบัตรประจำตัวในสถานที่ต่าง ๆ ดังเช่นประสบการณ์ตรงในการไปเที่ยวคลับกับเพื่อน ซึ่งกฎการแต่งกายหรือค่าเข้าบริการโซน VIP แยกตามเพศกำเนิดในบัตร ทำให้เธอต้องแต่งกายด้วยกางเกงขายาวตามข้อกำหนดของผู้ชายแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นผู้หญิงก็ตาม

“ในญี่ปุ่นพวกเราไม่สามารถเลือกเพศในเอกสารได้ ฉันว่ามันโอเคที่จะระบุเพศกำเนิดในเอกสารโรงพยาบาล เพราะสุขภาพร่างกายของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน แต่บางอย่างมันก็ไม่จำเป็น เช่น ในโรงเรียน เมื่อข้อมูลในบัตรประจำตัว ไม่สอดคล้องกับตัวตนและการแสดงออกของฉัน จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่ค่อนข้างอึดอัด”

ซากิอยากให้สังคมมองว่าความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องคอยประกาศหรือพิสูจน์ตัวตนตลอดเวลา เอกสารหรือคำนำหน้าไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือในการแบ่งแยกหรือตีกรอบชีวิต เธอปรารถนาให้สังคมยอมรับบุคคลข้ามเพศจากเนื้อแท้ข้างในและปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่จำเป็นต้องใช้เพศสภาพเป็นจุดขายหรือต้องอธิบายตัวตนในทุกสถานที่ 

“ฉันอยากเห็นสังคมที่คนข้ามเพศไม่จำเป็นต้องประกาศหรือเน้นย้ำอยู่เสมอว่า ฉันเป็นทรานส์เจนเดอร์ ผู้คนสามารถรับรู้ว่าเราเป็นทรานส์เจนเดอร์ได้ แต่เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งปรกติธรรมดา เช่นเดียวกับการบอกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันอยากให้คนข้ามเพศได้รับการมองและปฏิบัติเหมือนกับคนอื่น ๆ ในสังคม”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

โลกล่าวเสริมว่า ทรานส์เจนเดอร์ไม่ได้ต้องการสร้างความวุ่นวาย และเรียกร้องสิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่คนข้ามเพศส่วนใหญ่ปรารถนาคือการใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ เรียบง่าย กลมกลืนไปกับสังคม และได้รับการปฏิบัติเหมือนกับทุกคน

“ฉันคิดว่าความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งคือ การคิดว่าพวกเรามีภารกิจอันยิ่งใหญ่ ต้องการโน่นนี่ แต่จริง ๆ พวกเราส่วนใหญ่เพียงแค่ต้องการมีชีวิตอยู่ อย่างไม่เป็นที่สังเกต เราแค่ต้องการกลมกลืนไปกับทุกคน ตัวฉันเองระบุตัวตนเป็นหญิงข้ามเพศ นั่นคือสิ่งที่ฉันเป็น แต่มันไม่ได้ลดทอนความเป็นผู้หญิงลงเลย”

สำหรับ บุ๊ค ธีรชยา มองว่า การเปลี่ยนคำนำหน้านามตามเพศสภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทรานส์เจนเดอร์ โดยเธอเล่าประสบการณ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ ที่ต้องติดตม. และถูกพนักงานชายมาเช็กร่างกาย ค้นทุกอวัยวะตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เพียงเพราะคำนำหน้าเป็นนาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมทางการเงิน ก็จะยากขึ้น เพราะคำนำหน้าไม่ตรงกับภาพลักษณ์ ต้องมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่มากกว่าคนอื่น ๆ 

“ทรานส์เจนเดอร์ในประเทศไทยกำลังถูกตัดสินจากคำนำหน้าโดยไม่รู้จบ การถูกเรียกว่านายทั้งที่เป็นทรานส์ มันดูเป็นเรื่องตลก ถึงจะบอกว่าชื่นชมว่า เป็นนายที่สวยมาก แต่จริง ๆ ภายใต้คำพูดคำเหล่านี้ คือการดูถูกความเป็นมนุษย์ของพวกเราอยู่”

“ถ้าสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้ จะทำให้คนคนหนึ่งสามารถใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์จริง ๆ โดยที่เราไม่ต้องยืนยันว่า ฉันเป็นมนุษย์”

บุ๊คเคยพยายามเข้าใจคนที่มองว่า การเรียกร้องให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้เป็นสิ่งที่มากเกินไป แต่ด้วยจากประสบการณ์ของเธอที่เผชิญมา จึงทำให้รู้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไป เธอยอมรับว่าการรักษาพยาบาลยังจำเป็นต้องระบุเพศกำเนิด เพื่อให้แพทย์สามารถรักษาได้ตรงจุด 

“แต่ในวันที่เราเป็นมนุษย์ปรกติ เราแค่ต้องการยืนยันตัวตน และให้กฎหมายคุ้มครองเรา ทั้งในแง่ของสิทธิ มรดก ประกันสุขภาพต่าง ๆ มันไม่ควรต้องถูกลบหายไป เพราะเพียงแค่คุณไม่เหมาะสม หรือเพราะคุณเป็นผู้ชายตั้งแต่เกิด”

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม
 

เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับทรานส์เจนเดอร์

แม้ว่าในปัจจุบันคนจะเข้าใจทรานส์เจนเดอร์มากขึ้น แต่โลยอมรับว่ายังมีเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนข้ามเพศอยู่ ไม่ว่าจะเป็นนฝั่งเสรีนิยมหรืออนุรักษนิยมในสหรัฐก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันกีฬาของคนข้ามเพศ ที่แม้แต่คนที่มีแนวคิดเสรีนิยมเองก็ยังไม่เห็นด้วย 

“ฉันรู้สึกว่าประเด็นนี้คุยยากมาก เพราะหัวใจสำคัญของมันคือ ทำไมเราไม่ปล่อยให้เด็กได้ใช้ชีวิต ทำไมต้องไปเน้นเรื่องการแข่งขันด้วย? อีกอย่างยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่ยืนยันว่าผู้หญิงข้ามเพศจะได้เปรียบหญิงแท้ในการแข่งขัน เพราะนักกีฬาอาชีพหรือนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยที่เป็นคนข้ามเพศมีสัดส่วนแค่ 0.01% เท่านั้น จำนวนเรามีน้อยเกินกว่าที่ใครจะมาบอกได้ว่าเรามีความได้เปรียบอะไร และในฐานะคนที่รับฮอร์โมนมานาน ฉันบอกได้เลยว่า ฉันแทบจะยกของที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ไหวด้วยซ้ำ ร่างกายของคุณเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อคุณเริ่มเปลี่ยนผ่าน”

สังคมมักมีภาพจำว่า ผู้หญิงข้ามเพศควรทำงานอยู่เฉพาะในวงการความงาม ศัลยกรรม หรือสุขภาพและการดูแลตัวเอง ซึ่งบุ๊คเข้าใจว่าภาพจำนี้เกิดขึ้นได้ เพราะแม้แต่คุณพ่อคุณแม่ของเธอเองก็เคยคิดเช่นนั้น แต่ความจริงคือทรานส์เจนเดอร์ก็สามารถทำงานได้ทุกอาชีพ 

“การกำหนดว่าทรานส์เจนเดอร์ควรหรือไม่ควรประกอบอาชีพใด อาจเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว ขณะเดียวกัน การมองว่างานด้านความงามเป็นเรื่องผิวเผินหรือไม่ต้องใช้ความคิดมากก็ไม่เป็นความจริง เพราะเบื้องหลังการสร้างสรรค์เนื้อหาแต่ละชิ้นต้องอาศัยทั้งความรู้ การวิเคราะห์ และความเข้าใจผู้คนอย่างลึกซึ้ง”  

“บุ๊คยังเชื่อว่าเราต้องการบุคคลต้นแบบในทุกสาขาอาชีพ ทุกวันนี้มีอินฟลูเอนเซอร์ทรานส์เจนเดอร์สายความงาม ที่มีความสามารถอยู่มากมาย ส่วนบุ๊คก็ตั้งใจเป็นนักเขียนอีกคนหนึ่งที่ช่วยพัฒนางานเขียนด้านความงามให้ก้าวไปข้างหน้า”

ส่วนซากิเล่าว่า ในโลกออนไลน์ของญี่ปุ่น มักมองว่าคนข้ามเพศเลือกที่จะเป็นทรานส์เอง โดยไม่เข้าใจว่าเป็นอัตลักษณ์ตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาเข้าใจว่า ความยากลำบากหรืออุปสรรคที่คนข้ามเพศเผชิญ เป็นเพราะคนเหล่านี้เลือกจะเป็นทรานส์ จึงต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง

“สังคมออนไลน์มักคิดว่าทรานส์เจนเดอร์เลือกลำบากเอง และสมควรได้รับชีวิตที่ยากลำบาก แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น คนที่ฉันเจอในชีวิตจริงใจดีกับฉันมาก” ซากิกล่าว

ดังนั้น ซากิจึงไม่คิดว่าคนข้ามเพศควรต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง “เราทุกคนมีคุณค่าอยู่แล้ว และสมควรได้รับความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน ฉันคิดว่ามนุษย์ทุกคนควรกล้าพูดถึงความต้องการของตัวเอง กล้าที่จะเป็นตัวเอง และรู้ว่าต้องการอะไร จากชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการระบุว่าตัวเองเป็นทรานส์เจนเดอร์ การเป็นทรานส์เจนเดอร์เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิต แต่ไม่ควรเป็นประเด็นหลักเพียงเรื่องเดียวที่นิยามตัวตนทั้งหมดของเรา” 

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม

 

คำถาม Top 6 ที่อยากตอบ

โล โคลบี เปิดเผยว่า แม้เธอจะชอบคำถามที่เธอได้รับในรอบ Top 6 มาก แต่ลึก ๆ ก็รู้สึกว่า คำถามเรื่องเอไอ ที่ตัวแทนจากฝรั่งเศสได้ เหมือนจะเป็นคำถามของเธอ เพราะเธอเคยทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมานาน แต่ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าคำถามนี้ เป็นคำถามที่ท้าทายและยากมากในการตอบบนเวทีภายในเวลาอันจำกัดเพียง 30 วินาที เนื่องจากเอไอเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูง ถึงมนุษย์จะเป็นคนฝึกฝน แต่เรากลับไม่เข้าใจการทำงานของเอไออย่างแท้จริง

หากถ้าเธอได้คำถามนี้ เธอก็จะตอบว่า “ฉันคิดว่าเอไอโดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย คือจุดที่เราพบปัญหามากที่สุดเกี่ยวกับการแพร่กระจายข้อมูลเท็จเกี่ยวกับคนข้ามเพศ ดังนั้น วิธีเดียวที่ฉันเห็นว่าเราจะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ คือการจำกัดการใช้เอไอบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่มีเหตุผลที่มันควรจะอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันมุ่งเน้นไปที่การส่งผลกระทบเชิงลบต่อชุมชน”

ส่วนซากิ เลือกตอบคำถามของโล ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับประเด็นการรวมการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสวัสดิการรัฐ โดยซากิกล่าวว่า ถ้ารวมฮอร์โมนทดแทนเข้าระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะช่วยให้เยาวชนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ได้เข้าถึงการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ 

“วัยรุ่นยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ดังนั้นถ้าการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการรัฐ ก็จะช่วยให้พวกเขาเริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านได้ตั้งแต่อายุน้อย ไม่ต้องพึ่งพาเงินจากครอบครัว”

ขณะที่บุ๊คเลือกที่จะตอบคำถามเดิมของตนเองให้ดีขึ้น และตอบเป็นภาษาไทยว่า อัตราการเกิดที่ลดน้อยลง ไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจาก LGBTQIA+ แต่มาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพราะคนในยุคนี้มองว่าโลกยังไม่พร้อมให้เด็กรุ่นใหม่เกิดขึ้น

“ดังนั้นในฐานะมนุษย์ จึงควรร่วมมือกันรณรงค์เรื่องสิทธิและเสรีภาพในการใช้ชีวิต รณรงค์ให้ออกไปเลือกตั้งเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้โลกดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเกิดเพิ่มขึ้น ดีกว่าปล่อยให้เด็กเกิดมาในสภาพสังคมที่ยังไม่ดี และทำให้เกิดปัญหามากขึ้น”

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่า การเป็นผู้หญิงข้ามเพศไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงกรอบใดกรอบหนึ่ง ทั้งโล โคลบี, บุ๊ค–ธีรชยา พิมพ์กิติเดช, และซากิ อิวาอิ ต่างยืนหยัดด้วยคุณค่า ความสามารถ มิตรภาพ และความซื่อสัตย์ต่อตัวตน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและเปิดประตูแห่งโอกาส ให้แก่คนข้ามเพศรุ่นต่อไปได้อย่างงดงามและยั่งยืน

เปิดตัวตน ‘โล-บุ๊ค-ซากิ’ เผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ผลักดันความเท่าเทียมในสังคม