Klook เปิดเทรนด์ "REELationship" มาแรงในหมู่คนไทย ชอบส่งรีล คลิปเที่ยวเข้ากลุ่มไลน์ ชวนเก่ง แต่สุดท้ายทริปล่ม ไม่เคยได้ไปจริง
KEY POINTS
- REELationship คือพฤติกรรมการส่งคลิปวิดีโอ (Reel) ชวนกันไปเที่ยวในกลุ่มแชท แต่สุดท้ายแผนก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียง "เที่ยวทิพย์"
- สาเหตุหลักที่ทำให้แผนเที่ยวล่ม มาจากปัญหาด้านการเงิน, ความยากในการนัดหมายวันที่ทุกคนว่างตรงกัน และไม่มีผู้รับหน้าที่เป็นคนจัดการทริปอย่างจริงจัง
- เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้โซเชียลมีเดียจะสร้างแรงบันดาลใจให้อยากเที่ยวได้ง่าย แต่ขั้นตอนการวางแผนและจองทริปจริงยังคงมีความซับซ้อน
หลายคนอาจคุ้นๆ กับสถานการณ์ทำนองนี้.. เมื่อเปิดกรุ๊ปแชทกับเพื่อน แล้วไถไปดูข้อความเก่า ๆ อาจได้เจอคลิปทะเลใสที่เกาะหลีเป๊ะ ร้านกาแฟวิวเขาที่เชียงใหม่ หรือคลิปไนท์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น พร้อมข้อความ "ไปด้วยกันนะ" "ร้านนี้น่าไป" หรือ "ปีนี้ต้องไปให้ได้"
แทบทุกครั้งที่คลิปถูกส่งเข้ากลุ่ม ช่วงแรกก็จะกระตือรือร้นมากหน่อย ห้องไลน์คึกคัก เต็มไปด้วยแผนเที่ยว แต่พอถึงเวลาต้องลงมือจริง ๆ กลับเงียบหาย บางทริปไม่ได้ไปถึงขั้นจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักด้วยซ้ำ
Klook ตั้งชื่อพฤติกรรมนี้ว่า "REELationship" (รีล-เลชั่นชิป) จากคำว่า Reel และ Relationship หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่เริ่มต้นจากการส่งคลิปหากัน จนชวนกันจัดทริปไปเที่ยวด้วยกัน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เที่ยวทิพย์ เพราะแผนเที่ยวที่ช่วยกันคิดกันอย่างคึกคัก สุดท้ายก็จบอยู่แค่ในแชท
ปรากฏการณ์นี้ ไม่ได้หมายความว่าคนไทยไม่อยากเที่ยว ตรงกันข้าม คอนเทนต์ท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหาไอเดียและตัดสินใจเดินทางไปแล้ว เพียงแต่ระหว่าง "เห็นแล้วอยากไป" กับ "จองแล้วไปจริง" ยังมีหลายด่านที่ทำให้แพลนสะดุด
โซเชียลทำให้คนอยากเที่ยวมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้ไป
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น รายงาน Digital 2026: Thailand ของ DataReportal ระบุว่า ณ เดือนตุลาคม 2568 ไทยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 56.6 ล้านคน หรือ 79.1% ของประชากร ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 67.8 ล้านคน คิดเป็น 94.7% ของประชากร
เมื่อคอนเทนต์ท่องเที่ยวอยู่บนหน้าฟีดแทบตลอดเวลา การเห็นสถานที่สวยๆ จึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการจัดทริปจริง และ LINE ก็เป็นอีกช่องทางสำคัญที่ทำให้คลิปเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว
ส่งคลิปเข้าแชทใช้เวลาไม่กี่วินาที ขณะที่การทำให้ทริปเกิดขึ้นจริงต้องคุยเรื่องวันลา งบประมาณ ที่พัก การเดินทาง และความสะดวกของสมาชิกแต่ละคน
ข้อมูลจาก Mintel ระบุว่า 53% ของคนไทยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อหาแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทางจริง โดยในกลุ่มอายุ 18-24 ปี ตัวเลขเพิ่มเป็น 60% ยิ่งสะท้อนบทบาทของโซเชียลมีเดียต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่
อยากเที่ยว แต่เงินในกระเป๋าอาจบอกว่า "ไว้ก่อน"
อีกเหตุผลที่ทำให้แพลนเที่ยวถูกพักไว้ คือ "เรื่องเงิน" โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 86.8% ของ GDP ลดลงเล็กน้อยจาก 87.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าหนี้ครัวเรือนจะยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ไปจนถึงปลายปี 2569
เมื่อรายได้ต้องถูกจัดสรรให้กับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ การท่องเที่ยวจึงกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถเลื่อนออกไปได้ แพลนที่คุยกันในแชทเลยมีโอกาสถูกพักไว้ก่อน แม้ทุกคนยังอยากไป
ผลสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (TPSO) กระทรวงพาณิชย์ จากคนไทย 6,266 คน พบว่า กลุ่มที่ไม่มีแผนท่องเที่ยวช่วงปลายปีให้เหตุผลหลักจากปัญหาทางการเงินประมาณ 27% และค่าใช้จ่ายเดินทางที่สูงประมาณ 24%
ภาพเดียวกันปรากฏในผลสำรวจสวนดุสิตโพลช่วงสงกรานต์ 2569 จากผู้ตอบ 1,272 คน โดย 51.42% ระบุว่ายอมงดเที่ยวเพื่อเก็บเงิน ขณะที่ 55.66% บอกว่าราคาน้ำมันมีผลต่อการตัดสินใจร่วมกิจกรรมช่วงสงกรานต์ และ 61.32% มองว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น ต่อให้ในแชทยังมีคลิปใหม่ส่งเข้ามาเรื่อยๆ แต่เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเงินจริง แพลนก็อาจถูกเลื่อนไปก่อนอีกครั้ง
อีกด่านสำคัญ คือ ใครจะเป็น “แม่งาน” จัดทริป
เรื่องเงินอาจไม่ใช่อุปสรรคเดียว การเที่ยวเป็นกลุ่มมีอีกโจทย์ที่คนเคยจัดทริปน่าจะคุ้นเคยดี นั่นคือการหาวันที่ทุกคนว่างตรงกัน
Klook สำรวจนักท่องเที่ยว 2,725 คนจาก 10 ประเทศในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า มากกว่า 80% ของคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดทริปกลุ่ม ต้องใช้เวลามากกว่า 10 ชั่วโมงต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ทั้งค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และตามสมาชิกในกลุ่ม
งานส่วนนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การส่งลิงก์หรือคลิปให้เพื่อน แต่ต้องตามว่าใครว่าง วันไหนเหมาะ งบเท่าไร และสุดท้ายทุกคนจะเอาด้วยหรือไม่
จึงไม่น่าแปลกที่บางครั้งไม่มีใครปฏิเสธว่าจะไม่ไป แต่ก็ไม่มีใครลุกขึ้นมาจัดการต่อ แพลนเลยค้างอยู่ตรงนั้น
จากคลิปที่ส่งกันเล่นๆ สู่การจองจริง
แม้จะมีอุปสรรค แต่ข้อมูลของ Klook เองชี้ว่าโซเชียลมีเดียยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวอย่างมาก โดย Klook Travel Pulse 2569 พบว่า 52% ของนักท่องเที่ยวไทยตัดสินใจจองการเดินทางโดยได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ขณะที่นักท่องเที่ยวในอาเซียนมากกว่า 80% ได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์ดังกล่าว
โจทย์จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้คน "อยากเที่ยว" มากขึ้น เพราะแรงบันดาลใจมีอยู่เต็มหน้าฟีดอยู่แล้ว แต่อยู่ที่การทำให้แพลนที่คุยกันในแชทเดินหน้าต่อได้ง่ายขึ้น
Klook จึงพยายามเข้ามาลดขั้นตอนดังกล่าวด้วยการรวมบริการด้านการเดินทางไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่ที่พัก กิจกรรม ไปจนถึงบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมตัวเลือกด้านราคาและโปรโมชัน เพื่อให้ผู้ใช้เปรียบเทียบและจองได้ง่ายขึ้น
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดเป็นแคมเปญ "หยุดดองแล้วจอง Klook" พร้อมจัดงาน Klook Travel Fest ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ที่ Emsphere ชั้น M บริเวณ Sphere Gallery 1 โดยภายในงานมีดีลท่องเที่ยวลดสูงสุด 5,000 บาท รวมถึง Flash Sale ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยม ด้วยความหวังว่า แผนเที่ยวที่ช่วยกันแชร์ไอเดียในแชท จะไม่ถูกดองไว้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา





