โครงการฝึกงาน BLS Intern Camp 2026 ของ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา 30 คนได้เข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงานจริงในสายงานตลาดทุน เป็นโปรแกรมการฝึกงานเข้มข้นระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ฝึกแก้ไขโจทย์ธุรกิจจริง ออกแบบโปรเจกต์ หรือพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ และร่วมกันคิดและออกแบบแผนกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น โครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่เยาวชนหรือโรงเรียน เพื่อต่อยอดทักษะการทำงานเป็นทีม เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดงานอย่างมืออาชีพ
นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการส่วนหนึ่งผ่านการเรียนหลักสูตรผู้แนะนำการลงทุน TU309 ที่บล.บัวหลวง เข้าไปสอนการลงทุนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกับสนับสนุนทุนสอบใบอนุญาต (IC License) ที่ดำเนินการโดย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย Association of Securities Companies (ASCO) เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าสู่สายอาชีพและโลกธุรกิจการลงทุน หลังสำเร็จการศึกษา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘คนรุ่นใหม่’เก่งๆ ก็มีนะ แต่ไม่ค่อยมีใครอยากเป็นผู้นำ
เปิดคอร์สเด็ด Gen Z ฝึกฟรี 3 ต่อ พร้อมเบี้ยเลี้ยง การันตีมีงานทำ
“DR Master”เจาะกลุ่ม Gen Z
“DR Master” คือผลงานที่สมาชิกโปรเจกต์กลุ่ม 8 ที่ร่วมกัน ขึ้นมาหลังฝึกงานไปได้ 6 สัปดาห์ แพลตฟอร์มที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่อ่านและเข้าถึง DR ได้ง่ายขึ้น หลังจากทั้งกลุ่มได้ข้อสรุปร่วมกันว่า DR01 หรือ Depositary Receipt คือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ออกโดย หลักทรัพย์บัวหลวง ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นไทยหรือแอปพลิเคชันคู่แข่ง
อิ๊นซ์ -ภาสวิชญ์ หริ่มเจริญ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัย 22 ปี อธิบายจุดเด่นของ “DR Master”ว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลการลงทุนที่ครบจบในแอปเดียว มีฟีเจอร์สร้างพอร์ตจำลองตามผลตอบแทนที่คาดไว้ มีฟีเจอร์สรุปพอร์ตลงทุนสไตล์ Spotify Wrapped ที่สามารถแชร์ต่อให้เพื่อนดูได้ เพื่อดึงดูดและสร้างความตื่นตัวในการลงทุนต่างประเทศให้กับคนรุ่นใหม่ ความสมบูรณ์ของ Business Idea ในการทำแอป DR ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากคณะกรรมการในวันที่นำเสนอผลงาน
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสมาชิกในทีมส่วนใหญ่มีความสนใจในการลงทุน โดยเฉพาะ“อิ๊นซ์” ที่มีประสบการณ์การลงทุนตั้งแต่อายุ 16 ปี จากการศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง เริ่มลงทุนใน Cryptocurrency ก่อนจะขยายพอร์ตการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น สหรัฐ (S&P 500) ปัจจุบันเขามีมูลค่าพอร์ตการลงทุนรวมกว่า 400,000 บาท โดยเน้นลงทุนในกลุ่ม Semiconductor และ AI ตามกระแสโลก ตลอดจนสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง
หลังจาก “อิ๊นซ์” เรียนรู้และฝึกอบรมในโครงการ 3 สัปดาห์จากที่บอกว่า ตัวเอง เป็นคน Introvert และไม่ชอบการคุยกับคนแปลกหน้า “อิ๊นซ์” ตัดสินใจเลือกฝึกงานฝ่าย IC เพื่อก้าวออกจาก Comfort Zone และเตรียมความพร้อมสู่อาชีพที่ปรึกษาการลงทุนในอนาคต เขาตั้งเป้าว่าอยากจะเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุนให้ได้ 1 ล้านภายในระยะเวลา 2 ปี
เครือข่ายที่ดีนำมาซึ่งโอกาสอาชีพที่คาดไม่ถึง
ขณะที่“คิป-โชติโรจน์ สิริขวัญชัย" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตร Business Communication คณะศิลปศาสตร์ (อินเตอร์) มธ.สมาชิกของกลุ่มอีกคน มองว่าการทำโปรเจกต์ระหว่างฝึกงานเปรียบเสมือนเวทีทดลองไอเดีย นำเสนอไอเดียใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่าแค่การทำตามโจทย์ทั่วไป สิ่งที่คนรุ่นใหม่ได้รับกลับมามากที่สุดจากการฝึกงาน คือเครือข่ายเพื่อนร่วมงานและรุ่นพี่ที่พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง
“สิ่งสำคัญที่ได้และประเมินค่าไม่ได้เลย คือ connection และเพื่อนๆ เพราะพอจบจากการฝึกงาน เรายังคงติดต่อกัน ชวนกันไปแข่งขัน หรือแม้แต่ปรึกษาเรื่องการทำงานในอนาคต การสร้างสายสัมพันธ์เหล่านี้กลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการทำงาน เพราะในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน เครือข่ายที่ดีมักนำมาซึ่งโอกาสทางอาชีพที่คาดไม่ถึง"
คิป- สนใจอาชีพการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Business Consult) และการลงทุน ด้วยแรงบันดาลใจจากครอบครัว โดยคุณแม่เป็นที่ปรึกษาหลากหลายด้าน และคุณพ่อชอบการลงทุน ทำให้ “คิป” ซึมซับ แต่การได้เปิดมุมมองใหม่สู่งานที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน (Finance/Investment) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและท้าทายในการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านการฝึกงานครั้งนี้
CSR เปิดมุมมองใหม่ๆ รอบด้าน
ส่วน อิ๊งค์ -พรทิพย์ สิริรุ่งตระกูล นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการฝึกงาน BLS Intern Camp ได้มีโอกาสเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อน เช่น Structured Notes, DR (Depositary Receipt) และ LSI รวมถึงการสอบใบอนุญาต IC License เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาชีพที่ปรึกษาการลงทุน จุดเด่นสำคัญคือการได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมรุ่น 30 คน ผ่านกระบวนการแข่งขัน Case Competition และกิจกรรม CSR ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและเปิดมุมมองใหม่ๆ รอบด้าน
“การคิดค้นโครงงานชื่อว่า “DR Master” เพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายในการเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ (Gen Z) ที่สนใจการลงทุน แต่ยังขาดความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน แนวคิดในการเริ่มต้นลงทุนด้วย DR ที่ใช้เงินทุนน้อย สร้างพอร์ตโฟลิโอเบื้องต้น และขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ”
คนรุ่นใหม่ต้องการข้อมูลลงทุนครบจบแอปเดียว
“สินธนันท์ บุญยอด” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าสายงานธุรกิจดิจิทัล บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าโครงการ BLS Intern Camp จัดมากว่า 15 ปีแล้ว ปีนี้มีนักศึกษาสมัครเกือบ 300 คน และผ่านการคัดเลือก 30 คนได้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติงานจริงกับทีมงานมืออาชีพตลอด 6 สัปดาห์
“ผลงานแอป “DR Master”ทำให้เรามองเห็นมุมมองคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการ ข้อมูลการลงทุนที่ครบจบในแอปเดียว มีฟีเจอร์สร้างพอร์ตจำลองตามผลตอบแทนที่คาดไว้ มีฟีเจอร์สรุปพอร์ตลงทุนสไตล์ Spotify Wrapped ที่สามารถแชร์ต่อให้เพื่อนดูได้ ทำให้เรามองเห็นทิศทางและโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต”
ให้โอกาสทดลองงานสลับสายงาน
สินธนันท์ กล่าวว่าต่อในส่วนของพนักงานของ บล.บัวหลวง ที่เข้ามาทำงานในองค์กรแล้ว ในแง่ของโครงสร้างสายอาชีพ (Career Path) บล.บัวหลวง มีความยืดหยุ่นสูง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ โยกย้ายสายงาน (Job Rotation) หรือทดลองทำงานในตำแหน่งอื่นได้ หากพบว่าตำแหน่งที่ทำอยู่เดิมอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในชีวิตการทำงาน
ยกตัวอย่างเช่น หากพนักงานเข้ามาเป็น IC (Investment Consultant) แล้วรู้สึกว่าอยากลองทำงานสาย Research, สาย Product หรือสาย Digital Solutions บริษัทเปิดกว้างให้สามารถพูดคุยกับหัวหน้างานเพื่อขอทดลองย้ายไปทำงานในฝ่ายนั้นๆ ได้โดยมีกระบวนการสนับสนุนและประเมินผลร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าทั้งตัวพนักงานและองค์กรได้ประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win)
On-the-Job Training 1 ปีเต็ม
ส่วน First Jobber หรือคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานที่บล.บัวหลวง มีระบบการพัฒนาที่ถูกออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มต้นตั้งแต่การผ่านหลักสูตรเข้มข้นใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อปูพื้นฐานความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเงินทั้งหมด หลังจากนั้น พนักงานใหม่จะเข้าสู่กระบวนการ On-the-Job Training โดยเข้าไปประกบคู่ทำงานร่วมกับพี่เลี้ยง (Mentor) ซึ่งเป็นพี่ๆ ทีมงานระดับ Senior และผู้บริหาร ในช่วงเวลานี้ หัวหน้างานและพี่เลี้ยงจะทำหน้าที่คอยโค้ชชิ่งและประเมินอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปี เพื่อดูว่าน้องๆ สามารถทำงานจริงและเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีเพียงใด
“พนักงาน 70% ขององค์กร จะเป็นงานขาย ถ้าเกิดน้องๆ ชอบ หรือเก่ง และได้ค่าคอมมิชชันแบบไม่จำกัดจากสิ่งที่เขาสามารถขายได้เขาก็จะเติบโตได้ดีในสายงานการเป็น Sales แต่ถ้าใครบอกว่าอยากจะมาพัฒนาบริการรูปแบบใหม่เราก็เปิดโอกาสให้มีการ Rotate โยกย้ายสายงานภายในเพื่อไปทำในสิ่งที่รักและถนัดที่สุดเพราะวัฒนธรรมของเราค่อนข้างเปิดกว้างให้พนักงานทำในสิ่งที่ชอบมากที่สุด”
อนาคตตลาดทุน AI-คนเดินไปด้วยกัน
ขณะที่ "อรรถนันต์ ปิยเศรษฐ์ "วันที่ 1 กย .จะรับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจการค้าหลักทรัพย์ เสริมว่า แม้โลกการลงทุนในปัจจุบันจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและ AI มากขึ้น เช่น การพัฒนาเครื่องมือลงทุนระดับโลกอย่าง DR (Depositary Receipt) หรือ Global ETF ต่างๆ แต่หัวใจ สำคัญที่สุดขององค์กรยังคงเป็น คน ที่มีความเข้าใจและสามารถสื่อสารกับนักลงทุนรุ่นใหม่ด้วยภาษาเดียวกัน
"การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงานจริงในสายงานตลาดทุน เป็นโปรแกรมการฝึกงานเข้มข้น จึงไม่ใช่แค่ทางผ่านชั่วคราวในการเรซูเม่ แต่เป็น “จุดเริ่มต้นของการค้นหาตัวตน” ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด และการสร้างเครือข่ายที่จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิตการทำงานวัฒนธรรมองค์กรและเปิดกว้างของ บล.บัวหลวง จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นที่หล่อหลอมให้คนรุ่นใหม่กล้าคิด กล้าทำ และเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินในอนาคตได้”



