วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2569

Login
Login

สถาปัตยกรรมทางความคิด 'ยูบิลลี่' ความสนุกระหว่างทางคือทักษะชีวิต

ในโลกธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับลักชัวรี ไม่มีใครปฏิเสธว่า“ยูบิลลี่ ไดมอนด์” (Jubilee Diamond) คือแบรนด์เพชรในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโตหรือเครือข่ายสาขากว่า 130 แห่งทั่วประเทศ แต่คือ“สถาปัตยกรรมทางความคิด”ในการบริหารคนและองค์กรที่มีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่ (Gen Y) สูงถึง 70-80%

“อัญ-อัญรัตน์ พรประกฤต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ” ถึงเบื้องหลังกลยุทธ์การบริหารงานภายใต้แนวคิด Output-based และ Work Integration ที่ทลายกำแพงความกลัวของคนทำงานรุ่นใหม่ ไปจนถึงโปรเจกต์การเปิดตัว “แบรนด์ใหม่” ที่เจาะกลุ่ม Ultra-Luxury ปลายปีนี้พร้อมกับการยกระดับอุตสาหกรรมเพชรไทยสู่ระดับสากล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

บริษัทเลิกจ้าง Gen Z หลังทำงานไม่กี่เดือน เพราะทัศนคติการทำงาน

ทางรอดอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ จาก 'OEM' สู่ 'แบรนด์นวัตกรรม' แชร์ตลาดแสนล้าน

80 % Gen Y ขับเคลื่อนองค์กร

อัญ  เล่าว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างองค์กรในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกลายมาเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริหารสูงสุดต้องทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่ เมื่อคนทำงานส่วนใหญ่กลายเป็นกลุ่ม New Gen การยึดติดกับวัฒนธรรมองค์กรเดิมๆ จึงไม่ใช่คำตอบ แต่ผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงและเปิดพื้นที่รับฟังไอเดียอย่างมีเหตุผล

“ในช่วง 3-4 ปี โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป  ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทำงาน ที่ ยูบิลลี่ เจนวาย ประมาณ 70- 80 % ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเด็กรุ่นใหม่ ด้วยสไตล์ในการทำงานของเขา ด้วยวิธีคิดของเขา สิ่งที่สำคัญคือ ผู้บริหารต้องโอเพ่น (Open) แล้วก็เปิดรับ น้องๆ เขามีไอเดีย แต่บางทีอาจจะยังไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรงเป็นการทำงานร่วมกันเห็นด้วย หรือไม่เห็นต้องบอกเหตุผล เป็นการปรับตัวในการทำงานร่วมกัน ”

สถาปัตยกรรมทางความคิด 'ยูบิลลี่' ความสนุกระหว่างทางคือทักษะชีวิต

บาลานซ์ด้วยใจ ขับเคลื่อนด้วย ‘Output-based’

ในยุคที่คนรุ่นใหม่มองหาความยืดหยุ่นและการใช้ชีวิต อัญ สะท้อนมุมมองการบริหาร โดยนิยามคำว่าความสมดุลของการทำงานและการใช้ชีวิตด้วยคำว่า Work-life Integration ซึ่งถูกหล่อหลอมมาจากสไตล์ของลีดเดอร์ สำหรับ “สไตล์อัญ” จะเป็นแนวอินทิเกรชัน พนักงาน พนักงานในองค์กร 380 คน ก็ต้องมีเคมีเดียวกัน ที่มีทั้งการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างมีความสุข 

ผู้บริหารยูบิลลี่  อธิบายว่า พนักงานที่มีเคมีตรงกับองค์กร ควรจะต้องทำงานด้วยความสนุก ชอบ ที่อยากทำ ทำแล้วมีเอาต์พุต (Output) ได้ผลลัพธ์ ที่ตามมาด้วย ส่วนหลังจากนั้นก็มีทั้งการจะพัก จะเรส (Rest) จะรีวอร์ด (Reward) สิ่งเหล่านั้นสามารถเกิดขึ้น เป็นเวิร์กไลฟ์ อินทิเกรชัน หลักการสำคัญของระบบการทำงานที่ยูบิลลี่ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนชั่วโมงบิน แต่อยู่ที่ความรับผิดชอบและการดีลิเวอร์ผลงาน (Deliver the result) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

“ชีวิตการทำงานต้องกลับไปว่า สนุกในการทำงานไหม  คนเราถ้าสนุกกับการทำงานจะไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงาน เพราะว่าเราทำงานแค่ต้องการให้ได้ผลลัพธ์ ไม่ใช่ทำตามจ็อบเดสคริปชัน (Job description) แต่ทำงานเป็นเอาต์พุตเบส (Output-based) ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ได้ ถ้าได้ผลลัพธ์คือจบ คือขอให้ ดีลิเวอร์ เดอะ รีซอลฟ์ (Deliver the result) คือจบ”

บริหารคน ‘ยืดหยุ่น’ ไม่พุชจนพัง 

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า หากพนักงานบางกลุ่มมีความพอใจในการทำงาน ณ จุดเดิม และไม่อยากเติบโตไปรับภาระงานที่หนักขึ้น ซีอีโอแห่งยูบิลลี่ มีวิธีจัดการและขับเคลื่อนคนกลุ่มนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสมองไหลหรือสร้างความอึดอัดในองค์กร อันบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ทีมทำงานที่สามารถที่จะพุช (Push) ได้หรือไม่นั้น จะเน้นที่ความสามารถที่จะเติบโต ก็จะผลักดันให้ไปจนสูงสุดในสาย ส่วนสำหรับคนที่ไม่อยากที่จะสเตปอัป (Step up)ก็ให้ทำงานร่วมกับองค์กรได้ ในจุดที่เขามีความสุข 

“นโยบายในการทำงานของอันคือต้องการให้ทีมทำงานทุกคน คือมีความสุขในการทำงาน อาจจะไม่มีความสุขตลอดเวลาในการทำงาน แต่ไม่ควรจะต่ำกว่า 80 % คือสนุกกับงานที่ทำ เพราะฉะนั้น ก็จะไม่ได้บังคับถ้าในสิ่งที่ทำยังเป็นประโยชน์อยู่ แต่ก็จะเปิดกว้างและให้โอกาสทดลอง หากพนักงานลองก้าวขึ้นมาแล้วพบว่ายังไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถถอยกลับไปทำในจุดเดิมได้โดยไม่มีความผิด” 

สถาปัตยกรรมทางความคิด 'ยูบิลลี่' ความสนุกระหว่างทางคือทักษะชีวิต

สื่อสาร ‘Hands-on-รีเช็กเรียลไทม์

อย่างไรก็ตาม อัญ ยอมรับว่าความท้าทายขององค์กรที่มีจุดจำหน่ายทั่วประเทศกว่า 130 จุด คือการที่แมสเสจจากส่วนกลางอาจเกิดความบิดเบี้ยว (Misread) เมื่อส่งต่อไปถึงหน้าสาขา เธอใช้ระบบการเช็กข้อมูลและการแบ่งบทบาทการบริหารที่ทำให้พนักงานหน้างานไม่รู้สึกเครียด โดยเน้นการสื่อสารด้วยวิธีไหนที่เข้าใจได้เร็วที่สุด และเช็กไปยัง ระดับพนักงานปฏิบัติการว่าแมสเสจที่ต้องการสื่อสารถูกต้องแม่นยำหรือไม่”เพื่อแก้ไขให้ตรงจุด ในรูปแบบ เฮลป์ฟูล (Helpful) 

นวัตกรรม ‘AI & Data’ ขยับคอลเลกชัน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ยูบิลลี่ครองมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่งในกลุ่มเครื่องประดับเพชรแท้ คือการไม่หยุดนิ่งด้านเทคโนโลยี ผู้นำองค์กรเอนคอเรจพนักงานให้ใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านบิ๊กดาต้าอย่างจริงจังให้พนักงานทุกคนใช้ เอไอในสายงาน เพื่อประหยัดเวลา ใช้เวลาน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ยูบิลลี่วางกลยุทธ์ผ่านการใช้ดาต้าตลอด จะมีดาต้าแบบเรียลไทม์ มีฐานสมาชิกลูกค้า 242,000 ราย ในแต่ละ กลุ่มมีความต้องการ ความชอบที่ไม่เหมือนกัน การใช้ข้อมูลแล้วก็บริหารจัดการวิเคราะห์ผ่านดาต้า แต่ละไตรมาสจะช่วยให้สามารถมี คอลเลกชัน (Collection) ใหม่ๆ ออกมาอย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง 

จากความสำเร็จในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มพนักงานออฟฟิศวัยทำงานตั้งแต่อายุ 25-30 ปีขึ้นไป ผ่านแคมเปญการตลาดระดับโลกและการคอลแลปส์ข้ามอุตสาหกรรมอย่างป็อปมาร์ท (Pop Mart) มีแผนการขยายพอร์ตธุรกิจของยูบิลลี่ในช่วงปลายปีนี้ และขยายฐานลูกค้ารองรับตลาดบน เพิ่มขึ้นเป็นคนละแบรนด์ มีคาแรกเตอร์ ตัวที่ ยูนีค มีแพทเทิร์น (Pattern)อีกด้วย 

ทั้งนี้ ในฐานะ ซีอีโอ และผู้ทำงานมาไม่ต่ำกว่า 24 ปี อัญ แนะนำ คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคเทคโนโลยี และกำลังก้าวขึ้นมาสร้างธุรกิจหรือเป็นผู้นำองค์กรในอนาคต ว่า หัวใจ ความมุ่งมั่น และประสบการณ์ ที่ได้เรียนรู้ ผ่านเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างทางเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของชีวิต ที่สำคัญ ความมุ่งมั่นที่ทำให้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้สำเร็จไม่ว่าจะเจออุปสรรคหรือปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้น ความมุ่งมั่นนี้จะทำให้ก้าวข้ามไปได้