วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

DASH Diet เคล็ดลับอาหารลดความดันที่ดีต่อหัวใจและอายุยืน

ทุกครั้งที่มีการจัดอันดับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพ ชื่อของ DASH Diet มักติดอยู่ในอันดับต้น ๆ เคียงคู่กับ Mediterranean Diet อยู่เสมอ แต่ต่างจากเทรนด์การกินหลายรูปแบบที่เริ่มต้นจากหนังสือขายดีหรือคนดัง DASH Diet ถือกำเนิดขึ้นจาก "งานวิจัยทางการแพทย์" โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ ช่วยลดความดันโลหิตสูงและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายคนจึงมองว่า DASH Diet ไม่ใช่เพียง "ไดเอต" แต่เป็นรูปแบบการกินที่สามารถทำได้ตลอดชีวิต เพราะไม่เคร่งครัดจนเกินไป และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างต่อเนื่อง

'กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย' ชวนผู้อ่านทำความรู้จักว่า DASH Diet คืออะไร มีข้อดีอย่างไร และทำไมจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและการมีอายุยืน

DASH Diet เคล็ดลับอาหารลดความดันที่ดีต่อหัวใจและอายุยืน

DASH Diet คืออะไร?

DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension หรือ "แนวทางการกินเพื่อหยุดภาวะความดันโลหิตสูง"

นักวิจัยในสหรัฐฯ พัฒนารูปแบบการกินนี้ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เพื่อหาวิธีลดความดันโลหิตโดยไม่ต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียว

ผลการทดลองทางคลินิกพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารตามหลัก DASH มีระดับความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และในบางรายให้ผลใกล้เคียงกับการใช้ยาลดความดัน

ปัจจุบัน DASH Diet ได้รับการแนะนำจากองค์กรสุขภาพหลายแห่ง และถูกศึกษาต่อเนื่องจนพบว่าประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การควบคุมความดันเท่านั้น

งานวิจัยพบ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด

งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารตามหลัก DASH อย่างสม่ำเสมอ มีแนวโน้มลดความเสี่ยงของ

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • เบาหวานชนิดที่ 2
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ภาวะสมองเสื่อมและการเสื่อมของการรับรู้

แม้ DASH จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักโดยตรง แต่หลายการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารรูปแบบนี้สามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเน้นอาหารที่อิ่มนานและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ทำไม DASH Diet จึงช่วยลดความดัน ?

จุดเด่นของ DASH คือการปรับหลายปัจจัยพร้อมกัน

1. ลดโซเดียม

DASH แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณเกลือ 1 ช้อนชา และสำหรับผู้ที่มีความดันสูง อาจลดเหลือ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน

การลดโซเดียมช่วยลดปริมาณน้ำในกระแสเลือด ทำให้แรงดันต่อผนังหลอดเลือดลดลง

2. เพิ่มผักและผลไม้

ผักและผลไม้อุดมด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว และช่วยลดผลกระทบของโซเดียม

DASH Diet เคล็ดลับอาหารลดความดันที่ดีต่อหัวใจและอายุยืน

3. เน้นผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ

เป็นแหล่งของแคลเซียม ซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของหลอดเลือดและการควบคุมความดันโลหิต

4. จำกัดแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสัมพันธ์กับความดันโลหิตที่สูงขึ้น จึงควรจำกัดปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์

DASH Diet กินอะไรได้บ้าง?

ข้อดีของ DASH คือ ไม่ตัดอาหารทั้งกลุ่ม ทำให้ทำตามได้ง่ายกว่าหลายรูปแบบการกิน

อาหารที่แนะนำ:

  • ผักหลากสี
  • ผลไม้สด
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ข้าวโอ๊ต
  • ขนมปังโฮลวีต
  • ถั่วและเมล็ดพืช
  • ถั่วเมล็ดแห้ง
  • ปลา
  • ไก่
  • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
  • น้ำมันมะกอกและไขมันดีในปริมาณพอเหมาะ

อาหารที่ควรลด:

  • เนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป
  • นมและชีสไขมันเต็ม
  • น้ำหวานและเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
  • ของหวาน
  • อาหารแปรรูป
  • อาหารเค็มจัด
  • น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าวในปริมาณมาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ช่วงแรกอาจรู้สึกว่าอาหารจืดลง แต่ลิ้นของคนเราสามารถปรับตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าอาหารที่เคยเค็มกลับเค็มเกินไป

ตัวอย่างเมนู DASH Diet 1 วัน

 

มื้อเช้า

ข้าวโอ๊ตไม่เติมเกลือ

กล้วย 1 ผล

ลูกเกดเล็กน้อย

นมพร่องมันเนย

กาแฟหรือชาไม่หวาน

 

มื้อกลางวันหรือเย็น

ปลาแซลมอนย่าง

ข้าวกล้องหรือข้าวธัญพืช

ถั่วแขกและพริกหวาน

ผลไม้สด

DASH Diet เหมาะกับใคร?

ผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุว่า DASH เป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุดในการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และข้อได้เปรียบสำคัญคือ มีความยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์เฉพาะหรือทำตามกฎที่ซับซ้อน จึงเหมาะกับคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะต้องการควบคุมความดัน ดูแลหัวใจ หรือเริ่มต้นดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืน

สำหรับผู้ที่สนใจแนวคิด Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ DASH Diet จึงนับเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด เพราะไม่เพียงช่วยควบคุมความดันโลหิต แต่ยังลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเมื่ออายุมากขึ้น

 

อ้างอิง health.harvard , mayoclinic