วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’

รวมปีนี้ เป็นเวลา 9 ปีอย่างต่อเนื่องที่งาน Bangkok Design Week (BKKDW) หรือ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ กลายเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมประจำปีสำหรับผู้สนใจงานออกแบบสร้างสรรค์และบุคคลทั่วไปที่ต้องการอินเทรนด์

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ดำเนินการโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้จัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงนักออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ ไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ Bangkok Design Week ปีที่ 9

เบื้องหลังความตื่นตาตื่นใจในรูปแบบแสงไฟ ศิลปกรรมทุกรูปแบบ นวัตกรรมใหม่ ดนตรี ภาพยนตร์ อาหารการกิน สัมมนา ฯลฯ ความจริงแล้วงาน Bangkok Design Week เป็น เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ พัฒนาพื้นที่เขตเมือง ของกรุงเทพฯ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Design S/O/S เพื่อนำเสนองานออกแบบในฐานะ ‘ทางรอด’ ท่ามกลางความผันผวนของโลกปัจจุบัน

พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้สัมภาษณ์พิเศษเปิดทิศทางเบื้องหน้า กลไก ปรัชญาของ BKKDW ที่เดินทางมาถึงปีที่ 9

 

ความสำเร็จของ Bangkok Design Week 

CEA จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 โดยยกระดับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center - TCDC) ขึ้นเป็นองค์การมหาชน ปัจจุบัน TCDC เป็นหน่วยงานภายใต้ CEA

พิชิต วีรังคบุตร กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการย้าย TCDC จากเอ็มโพเรียมมาอยู่ที่อาคารไปรษณีย์กลางบางรักเมื่อปี 2560 เครื่องมือนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ขยับเรื่อง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อย่างเดียว แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือในการ พัฒนาพื้นที่ย่าน ไปพร้อมๆ กัน 

กรอบการทำงานแรกเริ่มเน้นไปที่ ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.7 ตารางกิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานและร่องรอย (Footprint) ที่เห็นได้ชัดเจนในทุกเรื่อง

“จากการสำรวจและเก็บข้อมูล พบว่ามี อาคารถูกทิ้งร้าง อยู่ประมาณ 134 อาคาร ในย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยซึ่งเป็นถนนเส้นแรกของกรุงเทพฯ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 160-170 ปี แต่เนื่องจากเมืองมีการขยายตัว ทำให้คนย้ายออกไปมาก จนพื้นที่เดิมมีความเงียบเหงาและหาของกินยากในช่วงพักเที่ยง

ระยะแรก เป้าหมายหลักคือการดึงดูดให้เกิดธุรกิจใหม่ในพื้นที่ เราจัดงานแม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 จนถึงปี 2564 การวัดผลพบว่าจากเดิมที่มีอาคารว่าง 134 แห่ง ลดลงเหลือเพียงประมาณ 24 แห่งเท่านั้น พื้นที่ว่างและอาคารเก่าของตระกูลต่างๆ ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์ โดยมีธุรกิจหลากหลายย้ายมาจากพื้นที่อื่น เช่น สุขุมวิท ทำให้เกิดความหนาแน่นขึ้น

ปัจจุบันพื้นที่นี้เปลี่ยนจากเดิมที่พนักงาน TCDC แทบไม่มีที่กินข้าว กลายเป็นย่านที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์และมีผู้คนในวันเสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ยังเกิด Ripple effect (ผลกระทบลูกโซ่) ที่ขยายตัวไปสู่ภาคเอกชน (Private Entity) ในพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง ‘ทรงวาด’ ที่พยายามช่วยกระตุ้นย่านของตัวเองอย่างน่าสนใจด้วยเช่นกัน” รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าว

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ พิชิต วีรังคบุตร

บางกอกดีไซน์วีค มียอดผู้เข้าชมงานทั้งไทยและต่างประเทศรวมแล้วมากกว่า 400,000 คนในแต่ละปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) แตะระดับ 600 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้รวมถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน

ความสำเร็จของ Bangkok Design Week ได้กลายเป็นกรณีศึกษา เพื่อนำไปใช้ขับเคลื่อนในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลาและอีกหลายเมือง สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องมือนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นตัวกระตุ้น (Catalyst) ความพร้อมในด้านต่างๆ ของเมืองไปพร้อมกันด้วย

Design S/O/S : ดีไซน์...ทำให้อยู่รอด

BKKDW2026 ปรับระยะเวลาการจัดงานเป็น 11 วัน (จากเดิมปีที่แล้ว 16 วัน) โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ สาเหตุที่มีการขยับวันไปมาเนื่องจากต้องหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้ด้วยดี

แนวคิด BKKDW2026 และการฟื้นฟูพื้นที่ในปีนี้มาในธีม Design S/O/S  (ดีไซน์ เอส/โอ/เอส) ไม่ใช่สัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่คือการประกาศศักดาแห่ง การออกแบบ ในฐานะเครื่องมือและพลังที่จะช่วย ทำ/ให้/รอด ซึ่งต่อยอดมาจากแนวคิด “Power of Design” และ “ออกแบบพร้อมบวก” ในปีที่ผ่านๆ มา เพื่อแสดงศักยภาพของ นักออกแบบไทย ให้เห็นชัดเจนขึ้นในระดับสากล

“คำว่า S/O/S ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขอความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่สื่อถึงการใช้ ‘ดีไซน์’ เป็นเครื่องมือและกลไกในการผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่ๆ และเป็นทางรอดท่ามกลางความไม่แน่นอน เช่น สงครามและความผันผวนทางเศรษฐกิจ” พิชิต กล่าวและว่า โครงสร้าง S/O/S ประกอบด้วยกลยุทธ์ ดังนี้

  • Secure Domestic (สร้างความเข้มแข็งในประเทศ) เน้นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสินค้าไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายและแลกเปลี่ยนภายในประเทศมากขึ้น ปีนี้มี 500 กว่าโปรแกรมที่เน้นการนำเสนอ “ของใหม่” ทั้งโปรดักต์ใหม่และผลงานจากนักศึกษา
  • Outreach Opportunity (ขยายโอกาสสู่ภายนอก) มุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับตลาดสากล โดยพยายามยกระดับ Design Fair ให้เป็น International Level เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อ (Merchandiser) และพันธมิตรจากต่างประเทศ รวมถึงการตั้งเป้าเป็น “Milan of Asia (มิลาน ดีไซน์ วีค)” ที่นักออกแบบทั่วโลกจะมาเปิดตัวผลงานที่นี่
  • Sustainable Future (ความยั่งยืน) แม้จะเป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง แต่ผู้จัดพยายามขับเคลื่อนประเด็นเรื่อง ขยะ (Waste) และการอัปไซเคิล (Upcycling) เพื่อให้เทศกาลระดับเมืองมีบทบาทในการกำหนดทิศทางด้านความยั่งยืน

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 โฟกัสไปที่ 4 ย่านหลัก และกระจายตัวอยู่ในย่านอื่น ๆ อีกประมาณ 5 ย่าน รวมโปรแกรมการจัดงานกว่า 400-500 โปรแกรม

 

  เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ พิบูลย์ อมรจิรพร, พิชิต วีรังคบุตร, อมรเทพ คัชชานนท์

 

ยกระดับสู่สากล - เป้าหมาย ‘มิลานแห่งเอเชีย’

พิชิต วีรังคบุตร กล่าวว่า วิสัยทัศน์ที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไปคือการผลักดันให้ กรุงเทพฯ กลายเป็น International Hub หรือ จุดหมายปลายทางด้านการออกแบบ ในระดับเดียวกับเมืองชั้นนำของโลก หรือ มิลานแห่งเอเชีย (Milan of Asia) เพื่อเป็นจุดนัดพบของนักออกแบบและผู้ซื้อ (Merchandiser/Buyer)

บางกอกดีไซน์วีคปีนี้จึงปรับระดับผู้เข้าร่วม เปลี่ยนจากการเชิญบุคคลมาบรรยาย (Talk) เป็นระดับ Studio (แหล่งผลิตงาน), Association (สมาคม) และ Institution (สถาบัน) มากขึ้น รวมทั้งมีกว่า 17 ประเทศเข้าร่วมในปีนี้ เช่น อิหร่าน และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

พร้อมกับเน้นหนักไปที่การสร้าง การซื้อขายจริง (Business Transaction) ไม่ได้มีเพียงแค่การแสดงแสงไฟหรืองานศิลปะสวยงามเท่านั้น มีการทดลองจัด Design Fair ในทำเลที่เป็นหัวใจสำคัญของงานเพื่อดึงดูด Buyer และ International Partner เข้ามาดูและซื้อสินค้าโดยตรง

หนึ่งในสมาคมผู้ทดลองจัด Design Fair ในปีนี้คือ สมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association – D&O) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2542 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 60 แบรนด์ ครอบคลุมกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน แฟชั่น และไลฟ์สไตล์

อมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคม D&O ให้ความเห็นว่า งานแฟร์ในปัจจุบัน (ทั้งของภาครัฐและเอกชน) มีลักษณะที่ใหญ่เกินไปและขาดความชัดเจน ทำให้ไม่ตอบโจทย์การดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหรือการส่งเสริมแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างแท้จริง สมาคมฯ จึงมีแนวคิดที่จะสร้าง “Design Fair” ที่มีความเข้มแข็ง (Solid) และได้มาตรฐานตามที่ตั้งไว้

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ ตัวอย่างงานออกแบบผลิตภัณฑ์ในงานแสดงสินค้า D/Objects ปีนี้

“ปีนี้ สมาคมฯ ร่วมกับ CEA และ Bangkok Design Week พัฒนางานให้มีความเป็น Business-Driven หรือเน้นการทำธุรกิจมากขึ้น ใช้ชื่องานว่า D/Objects (ดี/อ็อปเจคส์) วางเป้าหมายให้เป็นชื่อที่คนจดจำหากมางานนี้จะต้องเจอแบรนด์ที่มีดีไซน์และมีศักยภาพในการส่งออก ไม่ใช่ใครมีแบรนด์ก็สมัครเข้าแสดงงานได้ แต่ต้องมีการคัดเลือก (Select) โดยเน้นแบรนด์ที่มีคอลเลคชั่นใหม่และสามารถซื้อขายได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวต้นแบบ (Prototype)” อมรเทพ กล่าว

งาน D/Objects จัดขึ้นภายใต้ธีม Reinvent the Origin เป็นการหยิบยกบริบทเดิมมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เกิดความสดใหม่ (New Vibe) ไม่ใช่การทำของเก่าซ้ำเดิม แต่เป็นการนำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างโอกาสใหม่ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน มีสมาชิกเข้าร่วมแสดงผลงาน 30 แบรนด์ และจัด D Club พื้นที่พิเศษสำหรับการทำ Business Matching, การจัดกิจกรรม Talk และการตกแต่งที่จะเปลี่ยนไปในทุกปีเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ

สำหรับการผลักดันให้ BKKDW ก้าวสู่การเป็น มิลานแห่งเอเชีย อมรเทพให้ความคิดเห็นว่า องค์ประกอบที่ทำให้คนสนใจมิลานดีไซน์วีคคือความรู้สึกหรือบรรยากาศ (Vibe) มีความน่าสนใจ ในที่นี้หมายถึงอาคาร สถานที่ ที่ตั้ง ผู้คนในบริบทแวดล้อม กลุ่มคนที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน สนุกสนานไปกับการสำรวจงานดีไซน์ไปได้ทั่วเมือง เกิดความรู้สึกที่อยากนำตัวเองเข้าไปสู่บริบทแบบนั้น

ร้านรวงริมถนนและแกลลอรีต่างแสดงตนร่วมไปกับมิลานดีไซน์วีค เช่นเปลี่ยนวินโดว์ดิสเพลย์ใหม่ ทำให้ทั่วทั้งเมืองน่าเดินต่างไปจากช่วงเวลาปกติ งานดีไซน์ที่น่าสนใจจึงมัก แทรกซึมอยู่ในระยะเดินของเมือง ตามตรอกซอกซอย ร้านอาหารหรือร้านค้า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้คนอยากเข้าไปค้นหาและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ

“กายภาพของกรุงเทพฯ อาจไม่สามารถเดินเชื่อมต่อ (Flow) ได้สะดวกเท่ามิลาน แต่สามารถสร้างประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันในรูปแบบของโซนหรือจุดที่น่าสนใจกระจายตัวอยู่ (Sectionalized) เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมและพลังงาน (Energy) ให้กับคนทำงานสร้างสรรค์ เราคงไม่ใช่เป็นมิลานดีไซน์วีค แต่สร้างคุณค่าประสบการณ์คล้ายๆ กันได้ เดินในบางกอกดีไซน์วีคเหมือนเดินในมิลาน น่าจดจำ ได้แรงบันดาลใจและการติดต่อทางธุรกิจ ก็น่าจะประสบความสำเร็จในหลักการแล้วระดับหนึ่ง” นายกสมาคม D&O กล่าว

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ การแปลงโฉมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพระปกเกล้า ปกติมักเงียบเหงาและเปลี่ยว ให้กลายเป็นพื้นที่น่าจดจำด้วยพลังของศิลปะและแสงสว่างผ่านเทคนิค projection mapping

ขณะที่ พิบูลย์ อมรจิรพร Design director Plural Designs Founder Design Plant ซึ่งเข้าร่วมจัดงาน BKKDW2026 ให้ความเห็นว่าด้วยความเป็นประเทศไทยที่เชื่อมต่อกันได้กับหลายวัฒนธรรม สามารถสร้าง Vibe งานดีไซน์วีคที่เป็นของตนเองได้อย่างน่าสนใจ เพราะ Vibe แต่ละที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

“ผมนึกถึงเรื่องคนและโลคอลคอนเทนต์ อยากให้เหมือนเมื่อครั้งที่ ‘ทีซีดีซี’ ตั้งอยู่ที่เอ็มโพเรียม มีนิทรรศการออกแบบเจ๋งๆ แล้วคนพุ่งเข้าไปดู ผมอยากให้ BKKDW มีโลคอลคอนเทนต์เข้มข้นที่คนอยากเข้ามาเสพเทรนด์ ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่การเดินดูงานสวยงามเพียงอย่างเดียว”

พิชิต วีรังคบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญคือ การสร้างความเชื่อมั่น (Build Trust) ให้กับคนที่จะมาแสดงงาน เพราะปัจจุบัน Trust is currency ความเชื่อมั่นมีฐานะเป็นสกุลเงินทางธุรกิจ เป็นเหมือนอัตราแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด หากผู้จัดงานสร้างความมั่นใจได้ว่าเทศกาลนี้สามารถ ดึงดูดคนและทำให้เกิดการซื้อขายได้จริง ก็จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

“เราไม่อยากลอกแบบงานมิลานดีไซน์วีค 100% แต่เราอยากได้ Vibe เราไม่สามารถนำนักออกแบบจำนวนมากเดินทางไปร่วมงานที่มิลานได้ แต่ถ้าคนซื้อ-คนจ้างเดินทางเข้ามามากพอ เรายังสามารถเชื่อมโยงให้เกิดการเยี่ยมชมแหล่งวัสดุหรือโรงงาน ผลประโยชน์ก็ตกอยู่ที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งระบบ”

พิชิตกล่าวด้วยว่า การขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต้องมี 2 ส่วนคู่กัน ได้แก่

  • Stability (เสถียรภาพ) คือการรักษาฐานและลดความเสี่ยง
  • Dynamic (การเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง) คือการขยับไปข้างหน้าให้เกิดการซื้อขาย (Transaction) หากไม่มีไดนามิก เศรษฐกิจก็จะไม่เดินหน้า

เจาะกลยุทธ์ Bangkok Design Week  ปั้นกรุงเทพฯ สู่ ‘มิลานแห่งเอเชีย’ ธีมคอนเซปต์ Bangkok Design Week ปี 2018 - 2025

“ผมมั่นใจว่า งานบางกอกดีไซน์วีคถือเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำหน้าทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง แต่ทำอย่างไรให้มีคุณค่าพอ เวลาเราสร้างอะไรขึ้นไปไม่รู้ปลายทางอยู่ที่ไหน แต่พอบอกมิลานดีไซน์วีค จึงพอเห็นภาพว่าเราจะขึ้นไปทางไหน” พิชิต กล่าว

รอพบก้าวต่อไปของ Bangkok Design Week ได้ในปีต่อๆ ไป

  • credit photo : CEA