วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

จุดกระแสรองเท้าแข่ง PUMA ครองทั้งสนาม HYROX Bangkok 2026

จุดกระแสรองเท้าแข่ง PUMA ครองทั้งสนาม HYROX Bangkok 2026

เพิ่งปิดฉากไปแบบอะดรีนาลีนยังไม่ทันจาง สำหรับศึกฟิตเนสเรซระดับโลก BYD HYROX Bangkok 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 -22 มีนาคม 2569 ณ ไบเทคบางนา ซึ่งปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงสนามแข่งของสายฟิต แต่กลายเป็น “ปรากฏการณ์” ที่ดึงคนรักสุขภาพนับหมื่นให้มารวมตัวกันในฮอลล์เดียว

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก ดาต้าเซ็ต ที่ใช้เครื่องมือ dxt:360 Social Listening วิเคราะห์บทสนทนาบนโซเชียลช่วง 21 กุมภาพันธ์ - 23 มีนาคม 2569 สะท้อนชัดว่า HYROX กำลังก้าวข้ามจาก “กีฬาเฉพาะกลุ่ม” สู่ไลฟ์สไตล์แมส ไม่ใช่แค่คนออกกำลังกายที่พูดถึง แต่ยังขยายไปสู่แฟชั่น อุปกรณ์กีฬา และธุรกิจฟิตเนสที่เริ่มจับกระแสนี้อย่างจริงจัง

และท่ามกลางบทสนทนาทั้งหมด มีหนึ่งคำถามที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ อย่างน่าสนใจ คือ “ควรใส่รองเท้าคู่ไหนลงแข่งดี?”

“กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย” พาผู้อ่านไปสำรวจบทบาทของ “รองเท้า” ในสนาม HYROX และทำความเข้าใจว่าทำไมชื่อของ PUMA ถึงกลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสนามแข่งครั้งนี้

จุดกระแสรองเท้าแข่ง PUMA ครองทั้งสนาม HYROX Bangkok 2026

รองเท้าคู่เดียว เปลี่ยนทั้งเกม

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์ กลับไม่ใช่แค่ฟอร์มหรือความฟิตของนักแข่ง แต่คือคำถามว่า “ใส่รองเท้าคู่ไหนดี?”

เพราะในสนาม HYROX ที่ต้องวิ่งสลับกับสถานีฝึก เช่น Sled Push หรือ Farmer’s Carry รองเท้าไม่ได้เป็นแค่แฟชั่น แต่คือ “อุปกรณ์สำคัญ” ที่ส่งผลต่อเวลาและประสิทธิภาพโดยตรง

PUMA ครองบทสนทนาเกือบทั้งสนาม

ตัวเลข Mentions บนโซเชียลสะท้อนภาพชัดเจนว่า PUMA ถูกพูดถึงสูงถึง 73.6% ของทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากบทบาทในฐานะ Global Partner อย่างเป็นทางการของ HYROX

ความร่วมมือนี้เริ่มต้นในระดับโลกตั้งแต่ปี 2024 และถูกขยายยาวไปจนถึงปี 2030 ครอบคลุมการแข่งขันทุกสนาม พร้อมพัฒนาไลน์สินค้าเฉพาะสำหรับนักกีฬา HYROX ทั้งเสื้อผ้าและรองเท้า โดยเฉพาะตระกูล NITRO™ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ “ไฮบริดฟิตเนส” โดยตรง

บทบาท Global Partner

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ PUMA ถูกพูดถึงอย่างล้นหลาม ไม่ได้อยู่แค่ที่โปรดักต์ แต่คือบทบาทในฐานะ Global Partner ที่เข้ามายกระดับทั้ง “ภาพลักษณ์” และ “มาตรฐานการแข่งขัน” ของกีฬาแนวนี้อย่างจริงจัง

ความสัมพันธ์ระหว่าง PUMA และ HYROX เริ่มต้นตั้งแต่สนามแรกในปี 2018 ในระดับท้องถิ่น ก่อนจะเติบโตสู่พาร์ตเนอร์ระดับโลก สะท้อนการขยายตัวของ HYROX จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม สู่เวทีนานาชาาติที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 175,000 คน ในมากกว่า 65 รายการภายในฤดูกาลเดียว

จุดกระแสรองเท้าแข่ง PUMA ครองทั้งสนาม HYROX Bangkok 2026

ร่วมสร้าง Ecosystem ของกีฬาใหม่

ความสำคัญของความร่วมมือในระดับนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “สนับสนุน” แต่คือการร่วมพัฒนาระบบนิเวศของกีฬาอย่างครบวงจร

ตั้งแต่การออกแบบอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์สนามแข่งจริง การสนับสนุนนักกีฬาระดับ Elite ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั่วโลก

PUMA ลงลึกถึงการพัฒนาไลน์สินค้าเฉพาะสำหรับ HYROX โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง Cloudspun ที่เน้นความนุ่มและการระบายเหงื่อ และ NITRO™ foam ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการวิ่งและ functional training ซึ่งเป็นหัวใจของการแข่งขัน

จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม สู่ไลฟ์สไตล์ระดับโลก

ในอีกมุมหนึ่ง การมี Global Brand เข้ามาถือบทบาทหลัก ยังช่วย “ขยายฐานผู้เล่น” ให้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อแบรนด์ระดับโลกเข้ามาเล่าเรื่อง HYROX ผ่านสินค้า คอนเทนต์ และแคมเปญต่าง ๆ กีฬานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสายฟิตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งใน “วัฒนธรรมไลฟ์สไตล์” ของคนเมืองยุคใหม่อย่างเต็มตัว

รองเท้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อวิ่ง

รุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Deviate NITRO™ Elite 3 และ 4 ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สนาม HYROX แบบครบมิติ

  • NITROFOAM™ Elite: โฟมที่ช่วยคืนพลังงาน ทำให้วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่ล้าเร็ว
  • PWRPLATE (Carbon Plate): แผ่นคาร์บอนช่วยส่งแรง ให้ก้าววิ่งเร็วและนิ่งขึ้น
  • PUMAGRIP Outsole: ยึดเกาะดีทั้งพื้นยางและพื้น turf ในฮอลล์
  • ULTRAWEAVE Upper: เบา ระบายอากาศดี ใส่สบายแม้แข่งระยะยาว น้ำหนักประมาณ 195 กรัม กับ drop 8 มม. ที่บาลานซ์ระหว่างความเร็วและความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีรุ่นอย่าง Velocity NITRO™ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวเลือก “สายบาลานซ์” สำหรับคนที่ต้องการทั้งซัพพอร์ตและความอเนกประสงค์

จากสนามแข่ง สู่ไลฟ์สไตล์

สิ่งที่น่าสนใจคือ HYROX ไม่ได้เปลี่ยนแค่พฤติกรรมการออกกำลังกาย แต่กำลังเปลี่ยน “วิธีคิด” ของคนเมืองต่อฟิตเนส จากเดิมที่การออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องส่วนตัวในยิม วันนี้มันกลายเป็น อีเวนต์ คอมมูนิตี้ และ ไลฟ์สไตล์

รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง “รองเท้าที่เลือกใส่” ก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในบทสนทนาที่สะท้อนว่าผู้คนไม่ได้แค่มาแข่ง แต่ “อิน” กับมันจริง ๆ

 

อ้างอิง puma , sgbonline.