วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

รู้จัก GABA ผ้าเบรกสมองจากธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด นอนหลับดี

รู้จัก GABA ผ้าเบรกสมองจากธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด นอนหลับดี

ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนไม่เคยเงียบ และความคิดที่วนซ้ำอยู่ในหัวแม้กระทั่งตอนกลางคืน หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า ร่างกายเรามี “สวิตช์พัก” อยู่บ้างหรือไม่

คำตอบคือ “มี” และมันอยู่ในสมองของเราเอง

สิ่งนั้นเรียกว่า GABA (กาบา) หรือ Gamma-aminobutyric acid สารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่เสมือน “เบรก” ของระบบประสาท คอยลดความโกลาหลของสัญญาณประสาท ทำให้สมองกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง

เมื่อ GABA ทำงานได้ดี เราจะรู้สึกสงบลง ความคิดที่เคยฟุ้งจะค่อย ๆ ช้าลง และร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดพักฟื้นตามธรรมชาติ

ในมุมหนึ่ง ปัญหาที่คนยุคใหม่จำนวนมากเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น นอนหลับยาก, เครียดง่าย, เหนื่อยล้าเรื้อรัง หรือ “สมองไม่ยอมปิด” ก่อนนอน อาจไม่ใช่แค่เรื่องของความคิด แต่เกี่ยวข้องกับสมดุลของสารสื่อประสาทตัวนี้ด้วย

‘กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย’ พาผู้อ่านไปสำรวจว่า GABA คืออะไร ทำไมวิทยาศาสตร์การนอนและสุขภาพจิตจึงพูดถึงมันมากขึ้น และเราจะดูแลระบบ “เบรกสมอง” นี้ผ่านวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างไร

รู้จัก GABA ผ้าเบรกสมองจากธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด นอนหลับดี

GABA คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับคนยุคใหม่

หากเปรียบ “ระบบประสาท” เป็นรถยนต์ที่กำลังวิ่งเร็ว สารสื่อประสาทบางตัว เช่น กลูตาเมต (Glutamate) จะทำหน้าที่เหมือนคันเร่ง ส่วน GABA คือระบบเบรก

GABA เป็นสารสื่อประสาทประเภท “ยับยั้ง” (Inhibitory neurotransmitter) ในระบบประสาทส่วนกลาง ทำหน้าที่ลดการยิงสัญญาณของเซลล์ประสาทที่มากเกินไป โดยไปบล็อกสัญญาณเคมีบางชนิดในสมอง

ผลลัพธ์คือ:

  • ความตื่นตัวลดลง
  • สมองสงบขึ้น
  • ร่างกายผ่อนคลาย
  • พร้อมเข้าสู่การพักผ่อน

เมื่อระดับ GABA สมดุล สมองจะรับมือกับความเครียด ความกลัว และสิ่งกระตุ้นรอบตัวได้ดีขึ้น เราจะไม่รู้สึก “โอเวอร์โหลด” ทางอารมณ์ง่ายเหมือนเดิม

ในทางตรงกันข้าม หาก GABA ทำงานต่ำกว่าปกติ สมองจะอยู่ในโหมด “ตื่นตัวตลอดเวลา” ซึ่งเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ, วิตกกังวล และความเครียดเรื้อรัง

รู้จัก GABA ผ้าเบรกสมองจากธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด นอนหลับดี

เปิดงานวิจัย: ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความผ่อนคลาย

ข้อมูลจากแหล่งที่มาเผยให้เห็นว่า GABA ไม่ได้มีดีแค่เรื่องใจ แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

1) ลดความดันโลหิตอย่างเป็นธรรมชาติ:

มีงานวิจัยที่น่าสนใจในปี 2016 พบว่า ผู้ใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเล็กน้อย เมื่อรับประทานข้าวขาวที่เสริมด้วย GABA ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ มีระดับความดันโลหิตที่ลดลง สอดคล้องกับคุณสมบัติของ GABA ที่ทำหน้าที่คล้ายสารยับยั้ง ACE ตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยควบคุมระดับความดัน

2) กุญแจสำคัญของการนอนหลับคุณภาพ:

GABA ช่วยให้สมองผ่อนคลายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน โดยเข้าไปควบคุมวงจรการนอนหลับ โดยเฉพาะช่วง "หลับลึก" (Deep sleep) ที่ร่างกายจะได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างเต็มที่

3) ตัวช่วยจัดการความเครียดและความกังวล:

ผลการทบทวนงานวิจัยในปี 2020 ยืนยันว่า การรับประทาน GABA สามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ แม้ว่า นักวิจัยจะระบุว่ายังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นแนวทางรักษาหลักก็ตาม

GABA ทำหน้าที่อย่างไรในเรื่องความอยากอาหาร?

สำหรับการดูแลรูปร่างและระบบเผาผลาญ GABA มีประเด็นสำคัญดังนี้:

1) ควบคุมความอยากอาหาร:

GABA ช่วยควบคุมจังหวะความหิว และคอยส่งสัญญาณบอกสมองเมื่อร่างกาย "อิ่ม" แล้ว เพื่อทำหน้าที่บล็อกสัญญาณความหิวและ ป้องกันการรับประทานอาหารเกินความจำเป็น (Overeating)

2) จัดการน้ำหนักทางอ้อม:

ช่วยลดระดับความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดพฤติกรรม "กินแก้เครียด"

3) ประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ:

มีการศึกษาถึงบทบาทของ GABA ในการรักษาสมดุลพลังงาน และอาจพัฒนาไปสู่การใช้ควบคุมโรคอ้วนและโรคเบาหวานในอนาคต

รู้จัก GABA ผ้าเบรกสมองจากธรรมชาติ ช่วยคลายเครียด นอนหลับดี

เติม GABA ให้ชีวิตแบบวิถีธรรมชาติ

เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารสังเคราะห์เสมอไป เพราะเราสามารถเพิ่มระดับ GABA ได้ง่ายๆ ผ่านไลฟ์สไตล์ประจำวัน เช่น

1) เลือกทานอาหารที่ใช่:

GABA พบได้ในอาหารใกล้ตัว เช่น มะเขือเทศ, บรอกโคลี, ถั่วเหลือง, ข้าวเพาะงอก รวมถึง อาหารหมักดองอย่าง กิมจิ และเทมเป้

นอกจากนี้ การดื่ม ชาเขียวหรือชาอูหลง ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมี แอล-ธีอะนีน (L-theanine) ที่อาจช่วยกระตุ้นการสร้าง GABA ในสมองได้อีกด้วย

2) ขยับร่างกาย:

การออกกำลังกายอย่างหนัก (Vigorous exercise) เพียง 8 - 20 นาที สามารถกระตุ้นการผลิต GABA ได้ ขณะที่ การฝึกโยคะ เพียงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที ผลสแกนสมองพบว่าระดับ GABA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมส่งผลให้ศุขภาพจิตดีขึ้น

3) ฝึกจิตให้หยุดนิ่ง:

การทำสมาธิหรือฝึกหายใจลึก ๆ เพียงวันละ 20 นาที ก็ช่วยให้สมองผลิตและใช้งาน GABA ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อควรระวัง

แม้ว่า GABA จะดูเป็นมิตรต่อร่างกาย แต่หาณเลือกใช้ในรูปแบบอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ทานยาลดความดันและยากันชัก เพราะ GABA อาจไปเสริมฤทธิ์ของยาจนระดับความดันต่ำเกินไปได้

การมีชีวิตที่สมดุลไม่ใช่การหยุดวิ่ง แต่คือการรู้จักจังหวะที่จะ "เหยียบเบรก" ให้เป็น เพื่อให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนและกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อย่างสดใสในทุกๆ วัน

 

อ้างอิง mhanational , my.clevelandclinic , health