เครื่องมือดิจิทัลกับการควบคุมอารมณ์

อารมณ์คนเราเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา จึงต้องมีวิธีการจัดการกับอารมณ์ของเรา โดยเฉพาะการจัดการกับอารมณ์ที่เป็นไปในทางไม่ดี โกรธบ้าง หงุดหงิดบ้าง

ปกติแล้วเราจะรู้ตัวของเราว่าตอนนี้อารมณ์เป็นอย่างไร ถ้าอารมณ์เสีย เราจะบอกได้แทบจะทันทีว่าอะไรทำให้เราเสียอารมณ์ ซึ่งเมื่อรู้แล้ว เราจะหาวิธีจัดการกับอารมณ์นั้น

วิธีที่ง่ายที่สุดคือพยายามหลีกเลี่ยงต้นเหตุของอารมณ์ไม่ดีเหล่านั้น หงุดหงิดกับรถติด ก็หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน 

แต่วันนี้เราหลีกเลี่ยงต้นเหตุแห่งอารมณ์ต่างๆได้ยากขึ้น จากผลของการที่เรามีสารพัดอุปกรณ์ดิจิทัลอยู่รอบตัว ถ้าหงุดหงิดกับการเมือง แต่ก่อนก็ไม่ดูโทรทัศน์ ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ก็พอหลบไปได้บ้าง

วันนี้เรื่องหงุดหงิดมาทางสารพัดเครือข่ายสังคม เดี๋ยวก็เพื่อนออนไลน์แชทมาบอกการเมืองเรื่องนั้นเรื่องนี้ตั้งแต่ยังไม่ตื่นนอนเสียด้วยซ้ำ ดิจิทัลทำให้อารมณ์ในทางลบต่างๆ อยู่กับเรามากขึ้น หนีไปไหน เรื่องหงุดหงิดก็ติดตัวไปตลอด เพราะดิจิทัลสารพัดอย่างที่พกติดตัวไป

มีความพยายามจะใช้สารพัดเครื่องมือดิจิทัลที่อยู่รอบๆ ตัวมาติดตามอารมณ์ของเรา พร้อมกับช่วยเราในการควบคุมอารมณ์นั้นๆ โดยอัตโนมัติ 

แต่วันนี้เครื่องช่วยควบคุมอารมณ์ดิจิทัลยังชาญฉลาดไม่พอจะติดตาม และช่วยหาหนทางควบคุมอารมณ์ให้เราได้โดยอัตโนมัติอย่างแท้จริง เครื่องยังไม่รู้ชัดๆ ว่าตอนนี้เราเสียใจหรือกำลังดีใจ โดยวิเคราะห์จากภาพใบหน้าของเราที่ได้จากกล้องในสมารต์โฟน 

วันนี้เราจึงต้องกำกับการใช้งานสารพัดดิจิทัล ไม่ให้มาเป็นต้นเหตุของอารมณ์ไม่ดีต่างๆ พร้อมๆ กับที่ควรใช้สารพัดดิจิทัลนั้นเพื่อสร้างอารมณ์ดีๆ หรือลดอารมณ์ไม่ดี ด้วยตัวเราเองไปพลางก่อน

อยู่กับดิจิทัลต้องรู้จักที่จะเลือกสถานการณ์การใช้งาน ที่ลดการเกิดอารมณ์ในทางลบต่างๆ ในทำนองเดียวกับที่เราพยายามเลือกสถานการณ์ที่ทำให้เราไม่เสียอารมณ์ในการดำรงชีวิตประจำวัน 

ถ้ารู้ว่าหงุดหงิดกับข่าวที่มาจากเครือข่ายสังคม ก็อย่าไปดูเครือข่ายสังคมก่อนจะลงมือทำงาน เพื่อจะได้ทำงานด้วยความสบายใจ แทนที่จะเริ่มต้นงานด้วยสาระชวนหงุดหงิดที่มากับแชทตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มทำงาน 

กำหนดช่วงเวลาในการใช้งานที่คาดว่าหากหงุดหงิดจากสารพัดแชทในตอนนั้น ก็ไม่เสียอารมณ์มากมายนัก ถ้าเครือข่ายสังคมจากช่องทางใดที่มีแต่เรื่องชวนเสียอารมณ์ก็ตัดใจบล็อกทิ้งไปบ้าง อย่าให้ความอยากรู้อยากเห็นมาทำให้ต้องเสียอารมณ์จนเสียการงาน เสียความสุขไปโดยไม่ควรจะเสีย

ใช้ดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้มีอิทธิพลต่ออารมณ์ทางลบของเราลดลง หรือเปลี่ยนให้เป็นผลกระทบในทางบวก 

ถ้าใครเป็นต้นทางของแชทที่อ่านแล้วเสียอารมณ์เป็นประจำ ก็แชทกลับไปตรงๆ เลยว่าไม่ประสงค์จะแชทคุยกันในเรื่องนั้น แชทส่วนตัวไปบอกมักจะได้รับความร่วมมือด้วยดี เพราะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียหน้าแต่ประการใด เบากว่าการบอกกล่าวตรงๆ ด้วยตนเองเยอะ

ถ้าไม่สบายใจกับแชทเร่งรัดการงานที่ยังไม่เสร็จ ก็หาแอปที่ช่วยจัดการทำงานให้เราสามารถติดตาม และรายงานความคืบหน้าของงานได้อย่างต่อเนื่อง แชททวงงานมา ก็ส่งแชทส่งรายงานความก้าวหน้ากลับคืนไป

ถ้าเสียอารมณ์กับสาระในเครือข่ายสังคมอยู่เป็นประจำ แต่ตัดใจเลิกลาไปไม่ได้ อาจต้องหาแอปที่ช่วยฝึกมุมมองทางบวกมาใช้ฝึกคิดบวก เสริมไปกับการติดตามเครือข่ายสังคมที่เสพติดอยู่นั้น แบ่งเวลามาใช้แอปหรือเว็บที่มีสาระที่ช่วยให้อารมณ์ดี เช่น มีข้อความที่อ่านแล้วเกิดกำลังใจ มีภาพที่ดูแล้วสบายใจ มีเสียงเพลงที่ช่วยลดเครียดไปได้บ้าง

ถ้าจะแก้ไขกันให้ถึงที่สุด อาจใช้ดิจิทัลช่วยในการปรับมุมมองในเรื่องที่ชวนให้เสียอารมณ์ เราเสียอารมณ์เพราะมองแต่บางมุมในเรื่องนั้น ลองใช้ keyword ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ไปค้นดูสาระในยูทูป หรือ ติ๊กต๊อก

แล้วเลือกดูว่าพอจะมีมุมอื่นที่ดูแล้วเรื่องนั้นพอจะสบายใจขึ้นได้บ้างหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เราเปลี่ยนมุมมองในเรื่องนั้นให้เป็นไปในทางบวกได้ จะได้ไม่หงุดหงิดไปกับเรื่องนั้นอีกต่อไป

นอกจากนั้นยังมีเว็บและกลุ่มเครือข่ายสังคมหลายกลุ่มที่กล่าวถึงเรื่องต่างๆ ในทางบวก ลองติดตามดูบ้าง แล้วเรื่องที่มีแต่แย่ๆ อาจพอจะเห็นมุมที่มีอะไรดีอยู่บ้าง ที่ช่วยให้สบายใจขึ้นมาได้

เรื่องเดียวกันแต่นำเสนอในมุมที่ต่างกันมีอยู่มากมาย อย่าติดอยู่กับมุมมองด้านเดียวจนกระทั่งหาความสบายใจไม่ได้

ถ้าดิจิทัลเป็นช่องทางทำให้เราเสียอารมณ์มากขึ้นได้ ก็น่าจะใช้ดิจิทัลมาเป็นช่องทางในการทำให้เรามีอารมณ์ดีๆ ย้อนกลับไปบ้างเช่นเดียวกัน.