วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดเบื้องหลังชุดทีมชาติโอลิมปิกฝรั่งเศส โดย 'Le Coq Sportif'

ชุดนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสสำหรับมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก” และ “พาราลิมปิก” ในปี 2024 นี้ เป็นการร่วมงานระหว่างแบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศส “Le Coq Sportif” กับดีไซเนอร์ชื่อดัง “สเตฟาน แอชพูล” ที่นำเสนอความทันสมัย ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมให้เป็นมากกว่าแค่ “ชุดกีฬา”

KEY POINTS

  • ชุดนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสสำหรับ “โอลิมปิก” และ “พาราลิมปิก” ปี 2024 เป็นการออกแบบจาก “Le Coq Sportif” ร่วมกับ “สเตฟาน แอชพูล”
  • สเตฟาน นอกจากจะมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว ยังเคยร่วมงานกับหลายแบรนด์ดัง เช่น Converse, Chanel และ Nike รวมถึงได้รางวัลใหญ่ของวงการแฟชั่นอย่าง ANDAM อีกด้วย
  • แรงบันดาลใจการออกแบบครั้งนี้ สเตฟานเล่าว่าอยากให้เป็นมากกว่า “ชุดกีฬา” จึงใส่วัฒนธรรม ความทันสมัยและความสวยงามของกรุงปารีสลงไป รวมถึงเรื่องราวความพยายามฝึกซ้อมของนักกีฬาด้วย

มหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง “โอลิมปิก” อาจเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ที่คนทั่วโลกเฝ้ารอที่จะได้เห็นทีมชาติของตัวเองคว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งในรอบ 4 ปี และนอกจากทัพนักกีฬา พิธีเปิดและพิธีปิดสุดอลังการแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองไม่แพ้กันก็คือ ชุดนักกีฬาทีมชาติที่นอกจากจะเน้นเรื่องความสบายในการส่วมใส่เพื่อให้สะดวกต่อการแข่งขันแล้ว “ดีไซน์” ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ “ฝรั่งเศส” ที่ปีนี้มีบทบาทเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2024 อีกด้วย (Olympic Games Paris 2024) โดยแบรนด์ ซึ่งรับหน้าที่ออกแบบให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติในครั้งนี้ก็คือ “Le Coq Sportif” หรือ เลอ ค็อก สปอร์ทิฟ

เปิดเบื้องหลังชุดทีมชาติโอลิมปิกฝรั่งเศส โดย 'Le Coq Sportif' ส่วนหนึ่งของคอลเลกชันชุดนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศส (GQ)

ไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายสำหรับทัพนักกีฬาโอลิมปิกและนักกีฬาพาราลิมปิกกว่า 800 คนแล้ว ยังต้องออกแบบชุดของทีมงานในภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากกว่า 2,000 ชุด

โดยผู้ที่มารับหน้าที่เป็นหัวหอกของการออกแบบครั้งใหญ่นี้ก็คือ “สเตฟาน แอชพูล” หรือ Stéphane Ashpool ดีไซเนอร์ตัวตึงของแบรนด์ Pigalle ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตำนานของวงการสตรีทแวร์แนวกีฬาที่เคยร่วมงานกับหลายแบรนด์ดังสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรูปแบบมาแล้ว เช่น Lacoste, Converse, Chanel และ Nike โดยครั้งนี้ สเตฟาน และแบรนด์เลอ ค็อกฯ ได้จับมือกันออกแบบคอลเลกชันสำหรับนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศสในมหกรรมกีฬาครั้งใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่ปารีสในปีนี้

แต่ก่อนอื่นหลายคนอาจจะสงสัยว่า สเตฟาน แอชพูล เป็นใครและทำไมเขาถึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเครื่องแบบของนักกีฬาทีมชาติและทีมงานของฝรั่งเศส ? กรุงเทพธุรกิจจะพาไปทำความรู้จักกับเขาก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของคอลเลกชันโอลิมปิกกันต่อไป

“สเตฟาน แอชพูล” เบื้องหลังความปังสตรีทแฟชั่น

สเตฟาน แอชพูลเข้าสู่วงการแฟชั่นตั้งแต่ปี 2002 ด้วยการสนับสนุนจากแม่ของเขา โดยการก่อตั้งครีเอทีฟเอเยนซีในชื่อ Vida9 เพื่อผลิตรายการให้กับ Rick Owens, Gareth Pugh, Christian Dior และ Nike ซึ่งประสบการณ์ของ สเตฟาน ที่ได้จาก Vida9 ทำให้เขาเปิดร้าน “Pigalle” ตามมาในปี 2008 เพื่อสะสมสินค้าจากดีไซเนอร์ในฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับทำคอลเลกชันของตัวเองไปด้วย โดยผลงานในช่วงแรกนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากบาสเกตบอล

ต่อมาสายการผลิตของ Pigalle ในภาพรวมมีผู้ค้าปลีกมากกว่า 20 รายรับไปขาย หลังจากนั้นในปี 2015 สเตฟานเปิดตัวอีคอมเมิร์ซสำหรับธุรกิจหลักของเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนจากการขายส่งมาเน้นสร้างธุรกิจแบบบูรณาการในแนวตั้งมากขึ้น และในปีเดียวกัน เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “ANDAM” ที่เป็นรางวัลสำคัญของวงการแฟชั่นในฝรั่งเศส นอกจากเงินรางวัลแล้วเขาจะได้รับคำแนะนำในการทำงานจากประธานใหญ่แผนกแฟชั่นของ Chanel บรูโน พาฟโลฟสกี (Bruno Pavlovsky) อีกด้วย

เปิดเบื้องหลังชุดทีมชาติโอลิมปิกฝรั่งเศส โดย 'Le Coq Sportif' สเตฟาน แอชพูล (IG : stephane_ashpool)

ที่สำคัญสเตฟานยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มครีเอทีฟ PPP ร่วมกับ Pain O choKolat กลุ่มงานศิลปะ และ Le Pompon ไนต์คลับที่มีงานปาร์ตี้และสไตล์สตรีทอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ตัวของสเตฟานและผลงานของเขาเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น จนศิลปินชื่อดังอย่าง A$AP Rocky นำเสื้อผ้าในคอลเลกชันของ Pigalle ไปสวมใส่ออกสื่อ หลังจากนั้นยังมีโอกาสร่วมงานกับ Nike และ Converse ในการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย

ผลงานของ สเตฟาน แอชพูลพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีผลงานบนเวที Paris Men's Fashion Week ตั้งแต่ปี 2009 จนกระทั่งในปี 2014 เว็บไซต์ด้านแฟชั่นของอเมริกา “Style” จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 20 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงแฟชั่นบุรุษ หลังจากที่เขาได้สร้างสรรค์คอลเลกชันและจัดแสดงผลงานในรูปแบบสื่อผสมผสานมามากมาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แบรนด์ เลอ ค็อกฯ จะชักชวนให้เขามาร่วมออกแบบ “ชุดนักกีฬาทีมชาติ”

กว่าจะมาเป็นเครื่องแบบนักกีฬาทีมชาติ “ฝรั่งเศส”

หลังจากสเตฟานปล่อยภาพบางส่วนของชุดนักกีฬาทีมชาติที่เขาออกแบบลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (stephane_ashpool) ก็ได้รับกระแสตอบรับในทางที่ดีอย่างล้นหลาม โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง GQ ว่าเขาได้รับการติดต่อจาก เลอ ค็อกฯ ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2021 หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของ เลอ ค็อกฯ ที่นั่นเองเขาได้เห็นการทำงานของผู้คนมากมายที่เชื่อมโยงกับกีฬา

ที่สำนักงานใหญ่ของ เลอ ค็อกฯ เขาได้พบกับนักกีฬาประมาณ 30 คน และใช้เวลาทั้งวันฟังสิ่งที่นักกีฬาต้องการจากเครื่องแต่งกาย ทำให้ได้ข้อสรุปว่า นักกีฬาส่วนมากต้องการเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูเปล่งประกาย มีความทันสมัย และที่สำคัญแสดงออกถึงความเป็นฝรั่งเศสที่มีองค์ประกอบของวัฒนธรรมที่เป็นมรดกของชาติ

“สิ่งที่เราเห็นจากการแข่งขันในทีวีนั้นเป็นเพียงไม่กี่วินาทีก็จริง แต่มันคือจุดสูงสุดของช่วงเวลาหลายปีที่ต้องขึ้นๆ ลงๆ (การฝึกซ้อมและปัญหาที่ต้องเจอ) สำหรับนักกีฬา เราต้องการถ่ายทอดการเดินทางอันคดเคี้ยวนั้นอย่างละเอียด ซึ่งแสดงออกถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและความผิดหวัง” สเตฟานกล่าว และยกตัวอย่างกางเกงวอร์มกับเสื้อคลุมที่มีลายเส้นโค้งมนที่แสดงออกถึงสิ่งที่เขาอธิบายไปก่อนหน้านี้

เปิดเบื้องหลังชุดทีมชาติโอลิมปิกฝรั่งเศส โดย 'Le Coq Sportif' ส่วนหนึ่งของคอลเลกชันชุดนักกีฬาทีมชาติฝรั่งเศส (GQ)

สเตฟานเล่าถึงการออกแบบชุดนักกีฬาทีมชาติในครั้งนี้ว่ามันผ่านกระบวนการย้อมสีมาหลายครั้ง เพราะเขาต้องการเล่นกับลวดลายของธงชาติฝรั่งเศสที่มี 3 สี และในที่สุดก็ได้สีและลูกเล่นที่เหมาะสมนั่นก็คือการไล่ระดับสี ฟ้า ขาว และแดง ที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกชุด ตั้งแต่เสื้อปั่นจักรยาน ชุดยิมนาสติก และกางเกงว่ายน้ำ โดยเขาอธิบายเพิ่มเติมว่านักกีฬาเริ่มเบื่อกับสีขาวเพราะมันแสดงออกถึงความเป็นกีฬามากเกินไป เขาจึงเลือกใช้สีขาวโทนอบอุ่นแทนสีขาวสดแนวสดใสที่มักถูกใช้เป็นสีหลักสำหรับชุดกีฬาในอดีต

สำหรับเครื่องแบบของนักกีฬาทีมชาติเซ็ตนี้ประกอบด้วย 3 ประเภท ได้แก่

1. ชุดสำหรับสวมใส่ในช่วงวันหยุดที่ต้องอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา

2. ชุดสำหรับใส่ในการฝึกซ้อมระหว่างพักการแข่งขัน

3. ชุดสำหรับใส่ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้สเตฟานยังกล่าวว่าเขาตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นชุดที่เขาออกแบบบนโพเดียมรับรางวัล เพราะมันเป็นชุดที่แสดงออกถึงความละเอียดอ่อน ความภาคภูมิใจแบบฝรั่งเศสที่คู่ควรกับการแสดงบนเวทีโลก

สเตฟานยังให้สัมภาษณ์พิเศษเพิ่มเติมกับนิตยสาร Wonderland ถึงส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชันนี้ว่า เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อนักกีฬาและปารีสที่เป็นเมืองที่มีชีวิต ทำให้ทั้งชื่อเสียงและความสง่างามจากเมืองแห่งแสงไฟนี้ เปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองของความหลากหลาย ความสามัคคี และสะท้อนถึงจิตวิญญาณของงานกีฬาสุดยิ่งใหญ่ที่นอกจากการแข่งขันกีฬาแล้วยังบ่งบอกถึงวัฒนธรรมต่างๆ อีกด้วย

ดังนั้นผลงานการออกแบบของ “สเตฟาน แอชพูล” และ “เลอ ค็อก สปอร์ทิฟ” ในครั้งนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงการผสมผสานความสง่างามแบบฝรั่งเศสเข้ากับความทันสมัย รวมถึงแง่มุมไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้การนำสีของธงชาติเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของเสื้อผ้ายังหมายถึงความหลากหลายของร่างกาย กีฬา และวัฒนธรรมอีกด้วย เพราะถึงแม้ทั้งสามสีจะเป็นสีดั้งเดิมที่เคยใช้กันอยู่แล้ว แต่เขาก็นำมาผสมผสานใหม่เพื่อทำให้เครื่องแบบมีชีวิตชีวามากขึ้น

หลังจากจบภารกิจออกแบบคอลเลกชันเสื้อผ้าระดับชาติในครั้งนี้แล้ว สเตฟานจะกลับมาเปิดร้านของตัวเองอีกครั้งในฤดูร้อนนี้ โดยใช้ชื่อว่า Souvenir Pigalle รวมถึงวางแผนออกแบบคอลเลกชันใหม่สำหรับปีหน้าอีกด้วย

สำหรับคอลเลกชันโอลิมปิกและพาราลิมปิกของทีมชาติฝรั่งเศสในครั้งนี้ หลังจากที่ได้เราได้เห็นกันไปบางส่วนบนโลกออนไลน์แล้ว ก็ใกล้ถึงเวลาที่จะออกมาอวดโฉมต่อนานาประเทศในการแข่งขันที่จะมาถึงในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้

อ้างอิงข้อมูล : GQ และ Wonderland