background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

อย่าละเมิด 'สิทธิเด็ก' กฎหมายที่ทุกคนต้องรู้ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล

อย่าละเมิด 'สิทธิเด็ก' กฎหมายที่ทุกคนต้องรู้ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล

จากกรณี "กราดยิงพารากอน" ที่พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กวัย 14 ปี แม้บางครั้งเกิดเหตุการณ์ที่ "เด็ก" เป็นผู้กระทำผิด แต่อย่าลืมว่าเด็กถูกคุ้มครองด้วย "สิทธิเด็ก" ตามกฎหมาย ที่ทุกคนห้ามละเมิด!

จากกรณีเกิดเหตุ "กราดยิงพารากอน" เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ (3 ต.ค.2566) และพบว่าผู้กระทำความผิดเป็นเด็กอายุเพียง 14 ปี ท้ายที่สุดผู้กระทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม กำลังขุดคุ้ยชื่อและภาพเด็กผู้ก่อเหตุ แล้วมีการแชร์ข้อมูลเหล่านั้นว่อนโซเชียลมีเดีย รู้หรือไม่? การกระทำนั้นถือว่าละเมิด "สิทธิเด็ก" และอาจผิด PDPA

อย่างไรก็ตาม เราสามารถตัดตอนการละเมิดสิทธิเด็กได้ด้วยการช่วยกันตักเตือนคนรอบข้างในประเด็นดังกล่าวได้ เพื่อลดการเผลอกระทำผิดโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ลองมาทบทวนข้อกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็ก และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เกี่ยวกับเด็กที่ทุกคนต้องรู้ ดังนี้

 

  • ตามกฎหมาย "เด็ก" คือผู้ที่มีอายุเท่าไร? แล้ว "สิทธิเด็ก" คืออะไร?

นิยามคำว่า “เด็ก” ตามกฎหมาย หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส โดย “สิทธิเด็ก” เป็นสิทธิสากล (Universal Rights) ที่ต้องได้การรับรองและคุ้มครอง ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา ให้เจริญเติบโตรอบด้านอย่างเต็มศักยภาพและไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยการร่วมมือกันในทุกสถาบันทั่วโลก

ทั้งนี้กฎหมายคุ้มครอง “สิทธิของเด็ก” ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้รับรองไว้ใน 2 มาตราสำคัญ ได้แก่

สิทธิเด็กมาตรา 32 ระบุไว้ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

สิทธิเด็กมาตรา 71 วรรคสาม ระบุไว้ว่า “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว”

 

  • เปิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 โดยเฉพาะเรื่องการเผยแพร่ภาพถ่าย

นอกเหนือจากการปกป้องคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้ว ประเทศไทยยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กสำคัญหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546” ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายมาตรา ได้แก่

พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22 ระบุไว้ว่า “การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใดให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”

พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 27 ระบุไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ” ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

  • แชร์ภาพเด็กบนสื่อโซเชียลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจผิด PDPA

นอกจากนี้ การขุดคุ้ยและส่งต่อชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายเด็กในสื่อโซเชียล ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย PDPA ในส่วนของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางตามกฎหมาย PDPA โดยได้ให้ความคุ้มครองทางสังคมทั้งด้านสิทธิและความเป็นส่วนตัวแก่เด็ก

สำหรับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA ได้กำหนดความคุ้มครองแก่เด็กไว้เป็นกรอบกว้างๆ กล่าวคือ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กใน PDPA จะยึดโยงกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องอายุ และคำว่า “ผู้เยาว์” โดยผู้เยาว์ที่อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะสามารถให้ความยินยอมต่อการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยตนเองได้นั้น ก็ต่อเมื่อเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยลำพัง จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เช่น การรับทุนการศึกษา เป็นต้น 

ทั้งนี้ พ่อแม่ที่ชอบด้วยกฎหมายจะเข้ามามีบทบาทในการให้ความยินยอมการใช้ข้อมูลของเด็กแทนตัวเด็กเองได้ใน 2 กรณี ได้แก่ 
1. กรณีเป็นกิจกรรมที่ยังไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น การทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง 
2. กรณีที่ผู้เยาว์อายุไม่เกิน 10 ปี

 

  • ฝ่าฝืน PDPA เกี่ยวกับข้อมูลเด็ก อาจโดนฟ้องร้อง!

สำหรับกรณีการแชร์ภาพถ่ายรูปเด็กลงโซเชียลมีเดียนั้น โดยทั่วไปหากถ่ายภาพเด็กถูกเก็บไว้ภายในครอบครัว และใช้ประโยชน์ส่วนตัวเฉพาะในครอบครัว ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็จะไม่ถือว่าผิด PDPA แต่ถ้ามีการนำข้อมูลของเด็กไปเผยแพร่ภายนอก หรือใช้เพื่อผลประโยชน์อื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองเด็ก ก็อาจจะถูกตีความว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA ตามมาตรา 4(1) ได้ อีกทั้งยังมีกฎหมายคุ้มครองเด็กอื่นๆ ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ ดังนั้นผู้ที่ละเมิดสิทธิเด็กในแง่ของการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจถูกฟ้องร้องได้ 

ทั้งนี้กฎหมาย PDPA ในประเทศไทยไม่ได้กำหนดขอบเขต “การใช้เพื่อกิจกรรมในครอบครัวหรือประโยชน์ส่วนตัว” ไว้ชัดเจน การชี้ความผิดจึงขึ้นอยู่กับการตีความของผู้บังคบใช้กฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม PDPA ถือเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นให้สิทธิแก่เด็กและเยาวชนอย่างมีขอบเขต และทำให้สังคมได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นเพศหรือวัยใดก็ตาม 

-------------------------------------

อ้างอิง : มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)