background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘Shower Effect’ คิดงานไม่ออก ลองไป ‘อาบน้ำ’ ช่วยปิ๊งไอเดียสุดปัง?

‘Shower Effect’ คิดงานไม่ออก ลองไป ‘อาบน้ำ’ ช่วยปิ๊งไอเดียสุดปัง?

เคยสงสัยไหม ทำไมเวลา “อาบน้ำ” ถึงมีความคิดสร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ? ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่าสิ่งนี้คือ “Shower Effect”เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะที่สงบ สมองปลอดโปร่ง จะส่งผลให้สมองแล่น ไอเดียกระฉูด

Key Points:

  • บางครั้งนั่งคิดงานตั้งนานแต่คิดไม่ออก แต่พอลุกไปอาบน้ำ กลับมีไอเดียใหม่ๆ ผุดขึ้นมาในหัว ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์อธิบายสิ่งนี้ว่า “Shower Effect”
  • ความสงบทั้งทางกายและทางใจที่เกิดขึ้นจากการ “อาบน้ำ” เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มากกว่าการพยายามนั่งคิดงานอยู่ที่โต๊ะ
  • นอกจากอาบน้ำแล้ว กิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถช่วยให้คิดงานออกเหมือนกัน เช่น ล้างจาน ถูบ้าน หรือการพยายามพาสมองไปสู่ความสงบด้วยตัวเอง

คิดงานไม่ออก ไม่มีไอเดียใหม่ๆ ยิ่งพยายามใช้สมอง ยิ่งเครียด ลองทำหลายวิธีแล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้น แต่ทำไมพอไป “อาบน้ำ” ก็ปิ๊งไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมา ? ..นี่อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Shower Effect” ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ที่สอดคล้องกับกิจวัตรพื้นฐานของมนุษย์

การ “อาบน้ำ” ไม่ใช่แค่การชำระล้างร่างกาย ที่ทำให้เราสบายตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์พรั่งพรูออกมา จากการศึกษาพบว่า ความคิดดีๆ เกิดขึ้นในที่ทำงานเพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้มากถึงร้อยละ 80 ในขณะที่ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น อาบน้ำและล้างจาน

อ่านข่าว :

‘ทำงานบ้าน’ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ทำให้มีความสุข-สมองแล่น

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบางส่วนจาก The Washington Post รายงานว่า นักเขียนมืออาชีพ 98 คน และนักฟิสิกส์ 87 คน บันทึกความคิดเจ๋งๆ ของพวกเขาไว้หลังจากที่ได้มันมาหลังจากช่วงเวลาอาบน้ำด้วย

โดย Jonathan Schooler (โจนาธาน สคูลเลอร์) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์สมอง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เคยกล่าวว่า “คุณสามารถคิดอะไรได้สำเร็จจากการอาบน้ำ มากกว่าตอนที่อยู่บนโต๊ะทำงาน”

กรุงเทพธุรกิจจะพาไปเจาะลึกลงไปว่าทำไมการ “อาบน้ำ” ถึงมีส่วนช่วยสำคัญในการ “ทำงาน” เชิงสร้างสรรค์ให้สำเร็จลุล่วง

  • ทำไม “Shower Effect” ช่วยให้สมองแล่น?

Shower Effect” หรือ “Shower Power” คือ ผลลัพธ์ที่ได้มาจากการอาบน้ำ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำ แต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยระหว่างการอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเสียงน้ำ กลิ่นสบู่ ไปจนถึงอุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้จิตใจมีความสงบมากขึ้น และทำให้สมองได้เข้าสู่โหมดพักผ่อน ลดความตึงเครียดและความเหนื่อยล้า หรือเรียกได้ว่าร่างกายได้รับการปลดล็อกจากภาระต่างๆ ที่พบเจอมา ดังนั้นในขณะที่เราปล่อยใจไปกับการอาบน้ำ สมองและจิตใจที่กำลังสงบจะไปกระตุ้นให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้น

ผลจากงานวิจัยของ Jonathan พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 1,100 คน ระบุว่า มีความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นในช่วงอาบน้ำมากถึงร้อยละ 30 ระหว่างเดินทางร้อยละ 13 และระหว่างออกกำลังกายร้อยละ 11 เขาจึงตั้งข้อสังเกตว่ากิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวันบางอย่าง สามารถทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่าตอนนั่งทำงานที่โต๊ะ

เหตุที่ทำให้การ “อาบน้ำ” ส่งผลให้ใครหลายคนปิ๊งไอเดียขึ้นได้นั้น สามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ ได้ดังนี้

1. รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย ถือเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้สมองทำงานได้อย่างอิสระไร้แรงกดดัน และไม่มีข้อจำกัดมาตีกรอบ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงการใช้ “จิตใต้สำนึก” อีกด้วย โดยเฉพาะกระบวนแก้ปัญหาหรือคิดวิเคราะห์เชิงสร้างสรรค์

2. สิ่งแวดล้อมช่วยให้สมองแล่น เพราะการอาบน้ำเป็นกิจกรรมที่มักจะทำคนเดียว เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว ดังนั้นในระหว่างที่เรากำลังอาบน้ำอยู่ ก็สามารถคิดเรื่องต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีใครมาคอยตัดสินเหมือนกับตอนที่อยู่กับคนหมู่มาก (โดยเฉพาะที่ทำงาน)

3. ไม่มีใครรบกวนตอนอาบน้ำ เชื่อว่าหลายคนเวลานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะต้องมีสมาธิหลุดกันบ้างเพราะสิ่งเร้ารอบตัว เช่น คุยกับเพื่อนร่วมงาน ส่องโซเชียลมีเดีย เสียงความวุ่นวายภายในออฟฟิศ หรือแม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลให้สมาธิของเราหายไปด้วย ในขณะที่ การอาบน้ำเป็นสิ่งที่ทำคนเดียว ไม่มีสิ่งอื่นรบกวน เมื่อทุกอย่างเงียบลงจนมีแต่เสียงน้ำ จึงทำให้เรามีามาธิเพิ่มขึ้น

4. สารโดปามีนไหลเวียนได้ดี เมื่อร่างกายของเราสงบ บรรยากาศสงบ สมองปลอดโปร่ง ปริมาณสารโดปามีนก็จะยิ่งหลั่งออกมา ทำให้มีสมาธิและสมองก็มีความกระฉับกระเฉงมากขึ้นนั่นเอง

ด้าน Alice Flaherty (อลิซ ฟลาเฮอร์ตี) นักประสาทวิทยาจาก Massachusetts General Hospital ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์เกี่ยวกับการ “อาบน้ำ” ที่ส่งผลต่อการสร้างสมาธิ ไว้ว่า นักเรียนของเธอเอาแต่นั่งคิดงานอยู่กับโต๊ะจนเครียด เธอเลยแนะนำให้พวกเขาไปอาบน้ำ แล้วก็ได้ผล! เพราะการอยู่ห่างจากโต๊ะ ทำให้เหล่านักเรียนของเธอมีสมาธิมากขึ้น

  • ถ้ายังไม่สะดวก “อาบน้ำ” ต้องทำอย่างไรให้เกิดไอเดีย?

แม้ว่าผลสำรวจและงานวิจัยหลายชิ้นจะพบว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมักเกิดขึ้นตอนอาบน้ำ แต่บางคนอาจไม่สะดวกที่จะอาบน้ำได้ตลอดเวลา เช่น อยู่ที่ออฟฟิศ อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังสามารถกระตุ้นสมองให้ทำงานและเพิ่มไอเดียสร้างสรรค์คล้ายกับช่วงที่เรากำลังอาบน้ำได้เช่นกัน ดังนี้

- ลองปล่อยให้ตัวเองได้หยุดพักสัก 10-15 นาที แล้วลุกไปเดิน ขยับตัวเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อช่วยลดความเครียดที่ต้องเผชิญอยู่ (ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมจริงจัง)

- พาตัวเองออกไปยังสถานที่ใหม่ๆ สำหรับบางคนการที่ต้องอยู่แต่โต๊ะทำงานนานๆ ก็ทำให้สมองล้าได้เช่นกัน ดังนั้นการออกไปพบเจอกับโลกภายนอกบ้างก็ช่วยได้ เนื่องจากได้พบเจอกับสิ่งเร้าใหม่ๆ จึงช่วยให้สมองปลอดโปร่ง

- ลองนำงานหรือไอเดียที่ตัวเองไม่ชอบมาปัดฝุ่น บางครั้งความคิดเหล่านั้นของเราอาจจะดีแล้ว แต่เราไม่ชอบ ณ ตอนนั้น เพราะยังไม่ได้ขัดเกลาความคิดเหล่านั้นให้ดีพอ

- ถ้ายังออกไปไหนไม่ได้ ก็จินตนาการเอาเลย เพราะสถานการณ์การทำงานส่วนใหญ่มักถูกบีบด้วยเวลา จะให้ออกไปเดินเล่น หรือกลับไปอาบน้ำก็คงทำไม่ได้ แต่เราสามารถใช้จินตนาการจากสมองเราได้ โดยการคิดว่าเรากำลังทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ก็ช่วยให้สมองของเราเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้ว การ “อาบน้ำ” เป็นเพียงหนึ่งในวิธีที่จะช่วยปล่อยวางความคิดยุ่งเหยิงต่างๆ เพื่อให้สมองเข้าสู่โหมดพักผ่อน เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่บางครั้งอาจได้ผลมากกว่าการนั่งคิดงานอยู่กับโต๊ะทำงานเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การอาบน้ำก็ไม่ใช่ทางออกทุกอย่างของปัญหา แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีวิธีจัดการกับระบบการทำงานของตัวเองอย่างไร

แต่ถ้าตอนนี้ใครกำลังนั่งคิดงานไม่ออกจนปวดหัวอยู่ล่ะก็.. เราก็ขอแนะนำให้ลองไป “อาบน้ำ” ดูก่อน อาจได้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าที่คิด

อ้างอิงข้อมูล : The Washington Post, Discover Magazine และ Headspace