วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

21 กันยายน “วันสันติภาพโลก” ย้อนดูสถิติ “เหยียดเชื้อชาติ” ในสหรัฐ

21 กันยายน “วันสันติภาพโลก” ย้อนดูสถิติ “เหยียดเชื้อชาติ” ในสหรัฐ

“วันสันติภาพโลก” 21 กันยายน 2565 ปีนี้ชูแคมเปญ “End racism. Build peace.” ชวนย้อนรอยปัญหา “เหยียดเชื้อชาติ” ที่รุนแรงต่อชาวเอเชียอันเชื่อมโยงกับโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งอาชญากรรมดังกล่าวสวนทางกับคำว่า “สันติภาพ” โดยสิ้นเชิง

วันสันติภาพโลก” ตรงกับวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี ในปีนี้แทนที่ผู้คนทั่วโลกจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลองสันติภาพร่วมกัน แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กลับพบเหตุอาชญากรรมความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติเพิ่มขึ้น

โดยก่อนหน้านี้องค์กร Stop AAPI Hate รายงานผลสำรวจว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 - เดือนธันวาคม 2564 เกิดเหตุความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐบ่อยถึง 10,905 ครั้ง ในจำนวนนั้นมี 824 ครั้งที่เป็นเหตุการณ์ความเกลียดชังต่อผู้สูงอายุชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยแบ่งเป็น

  • 57.6%  ผู้สูงอายุเอเชียนอเมริกันถูกล่วงละเมิดทางวาจาหรือถูกรังเกียจที่จะเข้าใกล้
  • 26.2%  ผู้สูงอายุเอเชียนอเมริกันถูกทำร้ายร่างกาย
  • 7.8%  ผู้สูงอายุเอเชียนอเมริกันถูกไอและถุยน้ำลายใส่
  • 7.2%  ผู้สูงอายุเอเชียนอเมริกันถูกบุกรุกทรัพย์สินในบ้าน
  • 5.7%  ผู้สูงอายุเอเชียนอเมริกันถูกห้ามเข้าสถานประกอบการ (ร้านค้า/ร้านอาหาร/โรงแรม)

โดยหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงสุดสะเทือนใจ ที่เกิดจากการเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐคือ กรณีกราดยิงหญิงเอเชียในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เมื่อ 16 มี.ค. 2564 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ได้ออกมากล่าวประณาม "อาชญากรรมความเกลียดชัง" ในครั้งนั้นด้วย 

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากศูนย์ศึกษาอาชญากรรมที่มีสาเหตุจากความเกลียดชัง ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (CSUSB) ในปี 2564 ระบุไว้ว่า พบเหตุอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเอเชียใน 16 เมืองใหญ่และเทศมณฑลของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 164% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563

ส่วนใน “นิวยอร์ก” ซึ่งมีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอาศัยอยู่มากที่สุด มีรายงานพบอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเอเชียเพิ่มขึ้น 223% ในไตรมาส 1/2564 , “ซานฟรานซิสโก” พบคดีที่เชื่อมโยงกับการทำร้ายชาวเอเชียเพิ่มขึ้น 140% , “ลอสแองเจลิส” เกิดอาชญากรรมต่อต้านชาวเอเชียเพิ่มขึ้น 80% , ส่วนใน “บอสตัน” พบอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเอเชียเพิ่มขึ้น 60% ในไตรมาส 1/2564

21 กันยายน “วันสันติภาพโลก” ย้อนดูสถิติ “เหยียดเชื้อชาติ” ในสหรัฐ

นี่ยังไม่นับเหตุการณ์ความเกลียดชังและต่อชาวเอเชียอื่นๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมายหลายครั้งทั่วโลก จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้นสะท้อนว่าปัญหาการเหยียดเชื้อชาติลุกลามมาหลายปี นับตั้งแต่เกิดเหตุระบาด COVID-19 แม้ในปี 2565 จะไม่พบเหตุความรุนแรงมากเท่าปีที่แล้ว แต่ปัญหานี้ก็ยังคงฝังรากลึกในสังคมโลก

แม้ก่อนหน้านี้จะมีแนวคิดเรื่อง “Global Citizenship” เพื่อรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันของประชากรทุกชาติในโลก โดยมีหลักการคร่าวๆ คือ การตระหนักถึงความเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยกันในระดับโลก และมีจิตสำนึกร่วมถึงปัญหาในระดับโลก เช่น ปัญหาโลกร้อน อีกทั้งต้องมีทักษะการทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความแตกต่างทั้งในเชิงภาษา วัฒนธรรม และเชื้อชาติ ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับความสนใจจากประชากรหหลากหลายประเทศ แต่ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติอาจขัดขวางไม่ให้ชาวโลกก้าวไปถึงจุดนั้น

เนื่องใน “วันสันติภาพโลก” ที่ตรงกับวันที่ 21 กันยายน 2565 องค์การสหประชาชาติ (UN) จึงถือโอกาสนี้เปิดแคมเปญประจำปีนี้ ในธีม “End racism. Build peace.” หรือ “ยุติการเหยียดเชื้อชาติ เพื่อสร้างสันติสุข” โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รณรงค์ให้ทั่วโลกยุติความรุนแรง พักรบ และหยุดสงคราม

ทั้งนี้ การบรรลุสันติภาพที่แท้จริงนั้น มีมากกว่าแค่การวางอาวุธและยุติสงคราม แต่ต้องมีการสร้างสังคมที่สมาชิกโลกทุกคนรู้สึกว่าสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ โดยการสร้างโลกที่ผู้คนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ

21 กันยายน “วันสันติภาพโลก” ย้อนดูสถิติ “เหยียดเชื้อชาติ” ในสหรัฐ

António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า “การเหยียดเชื้อชาติยังคงเป็นพิษต่อทั้ง สถาบันทางสังคม โครงสร้างทางสังคม และชีวิตประจำวันของทุกคนในทุกสังคม อีกทั้งเป็นตัวกระตุ้นความไม่เท่าเทียมกันและลดทอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมสั่นคลอน เป็นบ่อนทำลายประชาธิปไตยในหลายๆ รัฐบาลทั่วโลก”

สำหรับทางออกของปัญหาการเหยียดเชื้อชาตินั้น เชื่อว่าทุกคนต้องเข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติร่วมกัน เพื่อมุ่งสู่สันติภาพของโลกอย่างแท้จริง โดยมีวิธีทำงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • รื้อโครงสร้างสังคมยุคเก่าที่ยึดมั่นการเหยียดเชื้อชาติให้หมดไป
  • สนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนได้ทุกที่บนโลก
  • ต่อต้านคำพูดที่แสดงความเกลียดชังหรือการเหยียดเชื้อชาติทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 
  • ส่งเสริมการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติผ่านการศึกษาและระบบยุติธรรม

แม้ว่าปัญหานี้ยังไม่สามารถขจัดออกไปจากสังคมได้ทันที แต่การร่วมมือกันแก้ปัญหา "เหยียดเชื้อชาติ" ในระดับสากล เป็นความหวังหนึ่งเดียวที่จะทำให้ประชาคมโลกสามารถก้าวข้ามความรุนแรง สงคราม และความไม่เท่าเทียม แล้วจับมือกันพัฒนาสังคมโลกให้ก้าวหน้าด้วยความสันติสุข

--------------------------------------------

อ้างอิง : stopaapihate.orgun.orgGlobal Citizenship, Infoquest