วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

กทม. ประกาศจัดเทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง" ตลอดเดือนกรกฎาคม

กทม. ประกาศจัดเทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง" ตลอดเดือนกรกฎาคม

กรุงเทพมหานครฯ ร่วมมือกับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ และชมรมหนังกลางแปลง ประกาศจัดเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ปลอบขวัญคนกรุง และส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังไทย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฯ เข้าร่วมการแถลงข่าวการจัดงานเทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง" ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2565 ร่วมกับตัวแทนจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ สมาคมหนังกลางแปลง และชมรม Better Bangkok โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ปลอบขวัญประชาชน ตลอดจนช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยไปพร้อมๆ กัน

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้รายละเอียดว่า เทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง" เป็นการจัดฉายหนังกลางแปลงกระจายไปหลายพื้นที่รอบเขตกรุงเทพมหานคร ตลอดเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทั้งเขตกรุงเทพชั้นในอย่าง ลานคนเมือง สยามสแควร์ สวนเบญจกิติ และเขตกรุงเทพชั้นนอกอย่าง ตลาดสวนบางแคภิรมย์ สวนรถไฟ สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

 

โดยในแต่ละสัปดาห์ ตลอดเดือนกรกฎาคม จะมีการฉายหนังกลางแปลงให้ชมกันฟรี 2 จุดด้วยกัน แต่ละจุดจะฉายหนังเพียงวันละ 1 เรื่อง เพื่อไม่ให้เลิกดึกเกินไป และไม่เป็นการรบกวนผู้ที่อาศัยอยู่แถวนั้น

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานก็เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครต่อจากเทศกาลดนตรีในสวน นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยกระจายรายได้ให้กับประชาชนในหลากหลายพื้นที่

 

โดยหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งก็ได้มีการพูดคุยกับทางสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยแล้วลงความเห็นว่าการจัดฉายหนังกลางแปลงน่าจะเหมาะที่สุด เพราะเป็นพื้นที่เปิด เข้าถึงชุมชนต่างๆ ได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะช่วยทั้งในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์

 

โปรแกรมเทศกาล "กรุงเทพฯ กลางแปลง"

สำหรับโปรแกรมการฉายหนัง “กรุงเทพฯ กลางแปลง” ทั้งวันเวลา สถานที่ และหนังที่ฉาย (อาจเปลี่ยนแปลงสถานที่ & ภาพยนตร์บางเรื่อง) มีดังต่อไปนี้

  • สัปดาห์แรก : 7-9 กรกฎาคม

สถานที่: ลานคนเมือง

ภาพยนตร์: 2499 อันธพาลครองเมือง, เวลาในขวดแก้ว, แพรดำ

สถานที่: TDPK

ภาพยนตร์: รถไฟฟ้ามาหานะเธอ, 36, แม่นาคพระโขนง (2502)

  • สัปดาห์ที่สอง : 14-16 กรกฎาคม

สถานที่: ศูนย์เยาวชนคลองเตย

ภาพยนตร์: RRR, มนต์รักทรานซิสเตอร์, บุญชูผู้น่ารัก

สถานที่: สวนรถไฟ

ภาพยนตร์: 4Kings, Portrait of a Lady on Fire, One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

  • สัปดาห์ที่สาม: 21-23 กรกฎาคม

สถานที่: สวนเบญจกิติ

ภาพยนตร์: มหานคร, อนธการ, Wheel of Fortune and Fantasy

สถานที่: ตลาดสวนบางแคภิรมย์

ภาพยนตร์: Fast and Furious, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, เพื่อนสนิท

  • สัปดาห์ที่สี่: 28-30 กรกฎาคม

สถานที่: Block I สยามสแควร์

ภาพยนตร์: รักแห่งสยาม, Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย, สยามสแควร์

สถานที่: สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ภาพยนตร์: คู่กรรม, พี่นาค, มือปืน

วันสุดท้าย: 31 กรกฎาคม

สถานที่: สวนครูองุ่น

ภาพยนตร์: School Town King

สถานที่: สุขุมวิท 31

ภาพยนตร์: One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

 

ฉายหนังหลากหลาย เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

อนุชา บุญยวรรธนะ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กล่าวถึงการคัดเลือกหนังมาฉายในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” ว่าพิจารณาให้มีหนังที่หลากหลาย เข้าถึงคนดูหลายกลุ่ม โดยมีตั้งแต่หนังที่เก่ามากอย่าง แม่นาคพระโขนง ปี พ.ศ. 2502 ไปจนถึงหนังใหม่ที่เพิ่งออกฉายในปี 2565 นี้อย่างหนังเรื่อง RRR

 

นอกจากนี้ยังมีการเลือกหนังให้สอดคล้องกับพื้นที่สาธารณะนั้นๆ ด้วย เช่น สัปดาห์ที่ 4 มีการฉายหนังที่ Block I สยามสแควร์ ก็คัดเลือกภาพยนตร์ “รักแห่งสยาม” และ “สยามสแควร์” ซึ่งถ่ายทำในบริเวณนั้นมาฉาย ส่วนในแถบชานเมืองก็จะเลือกภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับครอบครัว

 

นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยกล่าวด้วยว่า เนื่องจากการชมภาพยนตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังประเทืองปัญญาด้วย จึงมีการจัดกิจกรรม เช่น เชิญนักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย จัดเวิร์คชอปในชุมชนต่างๆ เสริมเข้าไปก่อนที่จะมีการฉายภาพยนตร์

 

เสน่ห์ของ “หนังกลางแปลง” ที่คนกรุงจะได้เห็น

ขณะที่ตัวแทนจาก “สมาคมหนังกลางแปลง” กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญมากในขณะนี้ อีกทั้งการจัดเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” ยังถือเป็นนิมิตหมายอันดี ถือเป็นการออกสตาร์ทให้กับผู้มีอาชีพหนังกลางแปลงได้รับรู้ว่า สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้เหมือนเดิมแล้ว

 

นอกจากนี้ ตัวแทนจากสมาคมหนังกลางแปลงยังให้รายละเอียดว่า การชมหนังกลางแปลงนั้นจะต่างจากการชมในโรงภาพยนตร์ โดยแฟนคลับหนังกลางแปลงจะไม่ได้มาดูหนังอย่างเดียว แต่จะมากันทั้งครอบครัวพร้อมหาอะไรรับประทานไปด้วย ถ้าช่วงที่หนังไม่สนุกก็จะลุกไปหาลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่างมากิน และก่อนหนังฉายก็จะคุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบต่างๆ ซึ่งนั่นเป็นเสน่ห์ของหนังกลางแปลงที่จะนำมาให้คนเมืองกรุงได้สัมผัสกัน

 

“เราจะนำสิ่งที่ดีที่สุดมาให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้ชมกัน ท่านทราบหรือไม่ว่าหนึ่งหน่วย หนึ่งจอสกรีนที่เอามาฉาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 8 ล้านบาท ไม่น้อยไปกว่าการฉายในโรงภาพยนตร์เลย ทั้งการตั้งจอ การเซ็ตระบบทั้งหมด เราจะนำมืออาชีพของหนังกลางแปลงมาในทุกสถานที่ ท่านจะได้รับอรรถรสในการชมหนังทุกเรื่องอย่างเต็มอิ่ม และได้รับความประทับใจอย่างแน่นอน”

 

จัดแสดงภาพถ่ายเก่าของสถานที่จัดฉายหนัง

ขณะที่ตัวแทนจาก หอภาพยนตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ทำหน้าที่อนุรักษ์หนังเก่า และภาพเก่า กล่าวว่า จะมีการนำภาพเก่าของกรุงเทพ ภาพเก่าของสถานที่ๆ มีการจัดฉายหนังกลางแปลงมาจัดแสดงให้ดูกันด้วย

 

พร้อมเสริมว่า การฉายหนังกลางแปลงเป็นเรื่องของการปลอบขวัญประชาชน หนังเป็นสิ่งที่เราจะดูในยามที่มีความทุกข์ ส่วนหนังที่เลือกมาฉายในโปรแกรมนี้ทั้งหมดก็พิจารณาโดยคิดถึงคนดูไปด้วย และหวังว่าเวลาสั้นๆ เพียง 2-3 ชั่วโมงที่ได้รับชมหนังกลางแปลง ทุกคนจะได้พบกับความรู้สึกใหม่ๆ และทำให้คิดอะไรได้ด้วย