PRINC Group ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน ประกาศผนึกกำลังความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส (Siemens Healthineers) ยกระดับขีดความสามารถการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง
KEY POINTS
- PRINC Group จับมือพันธมิตรระดับโลก ‘Siemens Healthineers’ ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง (Center of Excellence) ยกระดับศักยภาพการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งขั้นสูงในระดับภูมิภาค
- ปักหมุด ‘รพ.พิษณุเวช’ จังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลาง (Hub) รักษาโรคมะเร็งภาคเหนือตอนล่าง พร้อมเปิดบริการต้นปี 2570 ต่อยอดจาก รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ ที่เปิดบริการแล้ว
- ชูโมเดล Hub & Spoke และแนวคิด ‘Healthcare for All’ ลดภาระการเดินทางของผู้ป่วย ให้คนไทยเข้าถึงการรักษามาตรฐานสากลในราคาที่คุ้มค่า
ปัญหาการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยในพื้นที่ต่างจังหวัด ล่าสุด บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน ประกาศผนึกกำลังความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส (Siemens Healthineers) ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก
ความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healthcare for All: PRINC Group and Siemens Healthineers Bringing Advanced Cancer Care Closer to Home Across Thailand” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง นำมาตรฐานระดับสากลกระจายสู่ประชาชนในภูมิภาค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
PRINC ลงทุน 1.4 พันล้านฮับโรคซับซ้อน กระจายมาตรฐานการรักษาสู่เมืองรอง
รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ คว้า 3 รางวัล จากเวทีนานาชาติ Healthcare Asia Awards 2025
ชูโมเดล ‘Hub & Spoke’ หนุนรักษาครบวงจร
นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม PRINC Group เปิดเผยภายหลัง พิธีลงนามความร่วมมือว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลในเครือมีทั้งหมด 19 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้โมเดล Hub & Spoke ที่เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลในภูมิภาคเข้าด้วยกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีมาตรฐานและคุ้มค่า
“การลงทุนพัฒนาและขยายศักยภาพการรักษาโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง จะช่วยขยายขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง ตลอดจนการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับสากลมาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยในภูมิภาคได้รับการดูแลรักษาที่สะดวกและใกล้บ้านมากขึ้น”
‘รพ.พิษณุเวช’ ฮับมะเร็งภาคเหนือตอนล่างต้นปี 70
การจับมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีอย่าง Siemens Healthineers จะเป็นการร่วมมือระยะยาวเพื่อยกระดับศูนย์การรักษาเฉพาะทาง ในส่วนของแผนขยายบริการรังสีรักษาของกลุ่ม ปัจจุบันได้เปิดให้บริการศูนย์รังสีรักษาแห่งแรกไปแล้วที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง
“ก้าวต่อไป คือการจัดตั้ง ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก เปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2570 โดยวางเป้าหมายให้เป็น ‘Hub’ ในการรักษาโรคมะเร็งครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมโยงส่งต่อผู้ป่วยกับเครือข่ายโรงพยาบาลภายในกลุ่ม”
ขณะที่ นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านโครงการและภารกิจพิเศษ PRINC Group การว่าการตั้งศูนย์รังสีรักษา (Center of Excellence) นี้หัวใจสำคัญคือการลดเวลารอคอยของผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งต่อยอดไปสู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ การวิจัย และการยกระดับทักษะของบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
รองรับ“มะเร็งช่องท้อง”ลดเวลารอคอยของผู้ป่วย
โดยจะมีระบบคลาวด์และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงถึงกัน (Cloud-based & Seamless Network) ส่งต่อข้อมูลแผนการรักษาและโปรโตคอลรังสีรักษาสามารถแชร์และส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลหรือศูนย์การรักษาอื่น ๆ ได้ทันที หากโรงพยาบาลต้นทางมีปัญหา เครื่องหยุดชะงัก หรือบุคลากรไม่เพียงพอ ก็สามารถส่งต่อไปยังสาขาอื่นได้โดยที่คนไข้ไม่ต้องเริ่มขั้นตอนการวางแผนใหม่ การรวมศูนย์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มทำให้สามารถให้นักฟิสิกส์จากจุดศูนย์กลางช่วยวางแผน ส่งโปรโตคอล และซัพพอร์ตสาขาปลายทางได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงและการปรับแผนอัตโนมัติ (Precision & Adaptive) เทคโนโลยีช่วยโฟกัสรังสีไปยังตัวก้อนมะเร็งได้อย่างจำเพาะเจาะจง ลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง และมีระบบปรับลดหรือปรับโดสของรังสีได้ตามขนาดก้อนมะเร็งที่ยุบลง มี AI ช่วยเสริมการตัดสินใจ AI ทำหน้าที่รวบรวมประมวลผลข้อมูลและส่งสัญญาณแจ้งเตือนจุดที่อาจคลาดเคลื่อน ช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพรวมและตัดสินใจวางแผนการรักษาได้รวดเร็วและรอบคอบยิ่งขึ้น
สามารถรองรับการรักษาขั้นสูง (Advanced Radiotherapy) เครื่องมือมีความสามารถสูงกว่าระบบทั่วไปในบางพื้นที่ เช่น รองรับการฉายแสงมะเร็งในช่องท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถและลดเวลารอคอยของผู้ป่วย เทคโนโลยีมีความเร็ว (Speed) และความยืดหยุ่นสูง ช่วยรองรับจำนวนเคสการรักษาต่อวันได้มากขึ้น ลดระยะเวลาและคิวที่ต้องรอรับบริการฉายรังสี ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที
หนุนสร้างอีโคซิสเต็มสุขภาพสู่ความยั่งยืน
ด้าน คริส โพเรย์ กรรมการผู้จัดการ ซีเมนส์ เฮลทธิเนียร์ส ประเทศไทย ระบุว่าความร่วมมือกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ (Princ) ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ แต่เป็นการผสานพลังเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและกระบวนการทำงานทางคลินิก (Clinical & Operational Workflows) ทั่วทั้งเครือข่ายโรงพยาบาลพริ้นซ์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล (Global Best Practices) พร้อมลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในท้องถิ่น ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนในระดับภูมิภาคสามารถเข้าถึงการตรวจรักษาเฉพาะทางได้ในชุมชนของตนเอง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งให้กับประชาชนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิภาคที่ความต้องการบริการการแพทย์เฉพาะทางยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
"Siemens Healthineers มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบครบวงจร (Entire Patient Pathway)ตั้งแต่ การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัย (Screening & Diagnosis): เช่น เครื่อง MRI, CT scan, เมมโมแกรม (Mammography) และเอกซเรย์ การวางแผนการรักษา (Planning) มีการใช้เครื่อง CT Simulator การรักษา (Treatment) การรักษาด้วยรังสีรักษาผ่านเครื่องเร่งอนุภาคเชิงเส้น (Linear Accelerator) การติดตามผล (Follow-up) ความร่วมมือกับเครือพริ้นซ์ (PRINC) มีการนำเทคโนโลยีอย่าง CT Simulator และ Linear Accelerator ไปใช้งานร่วมกับโรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ เพื่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"
คริส ได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญว่าเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพได้ แต่พลังแห่ง ‘ความเป็นพันธมิตร’ (Partnership) ต่างหากที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จที่แท้จริงของการเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ไม่ได้วัดจากตัวเทคโนโลยี แต่วัดจากความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้ป่วย และ ครอบครัว"
ฉุกเฉินทำ CT Simulator ได้ทันที
พญ.ปาริชาติ เมืองไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ กล่าวว่า เปิดให้บริการรังรักษามะเร็งมาตั้งแต่ต้นปี 2568 ปัจจุบันให้บริการเฉลี่ยประมาณ 14 เคส/วัน โดยศักยภาพต่อ 1 เครื่อง สามารถรองรับได้ประมาณ 30–40 เคส/วัน หากเพิ่มรอบการทำงานเต็มที่ 8 ชั่วโมง อาจขยายได้ถึง 50–60 เคส/วัน
พื้นที่ศรีสะเกษ อยู่ในเขตสุขภาพที่ 10 ในพื้นที่มีเครื่องฉายแสง อยู่มีศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี และโรงพยาบาลชีวา หรือชีวามิตรา โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ถือเป็นแห่งที่ 3 ในเขตนี้ที่มีเครื่องฉายแสง ซึ่งในพื้นที่มีผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการรังสีรักษาประมาณ 700–1,000 ราย ก่อนหน้านี้ต้องเดินทางไปฉายแสงที่ศูนย์มะเร็ง จ.อุบลราชธานี ต้องทำต่อเนื่องวันละ 15 นาที จำนวน 20–30 วัน ทำให้ผู้ป่วยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่าที่พัก ไม่สามารถประกอบอาชีพหรืออยู่กับครอบครัวได้ จนผู้ป่วยบางรายยอมยุติการรักษา
การที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ เปิดศูนย์ฉายแสงในพื้นที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และดูแลครอบครัวควบคู่ไปกับการรักษาได้ ปัจจุบันรองรับสิทธิข้าราชการ, ประกันสังคม และอยู่ระหว่างขั้นตอนการเข้าประเมินมาตรฐานจาก สปสช. เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการร่วม ปัจจุบันกลุ่มผู้รับบริการ สัดส่วนหลักเป็นคนไทย โดยมีชาวต่างชาติ เช่น ยุโรป อเมริกา หรือกลุ่มเขยฝรั่งที่พำนักหลังเกษียณ คิดเป็นประมาณ 5–10%
ดูแลผู้ป่วยครบวงจร Holistic Care
สำหรับผู้ป่วยจากต่างอำเภอหรือจังหวัดใกล้เคียงในแถบอีสานใต้ โรงพยาบาลจัดให้มี บริการรถรับ-ส่ง และ บ้านพักรองรับตลอดระยะเวลาการรักษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้ป่วยและญาติการผสานเทคโนโลยีและลดขั้นตอน มีระบบการวางแผนการรักษาด้วย Simulator และซอฟต์แวร์ช่วยวางแผนที่แม่นยำ ช่วยย่นระยะเวลาการวางแผนการรักษาจากปกติ 3–4 วัน ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอื่นที่ไม่มีระบบของซีเมนส์ ด้วยการนำข้อมูลมา Re-assess และจำลองการรักษาใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวนาน
"กรณีเคสฉุกเฉิน สามารถทำ CT Simulator ได้ทันทีและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงประสานนักฟิสิกส์การแพทย์เพื่อเริ่มฉายแสงได้ในวันรุ่งขึ้น หรือภายในวันเดียวกันหากฉุกเฉินมาก ช่วยลดระยะเวลารอคอยการฉายแสงจากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ โดยตั้งเป้าให้ผู้ป่วยได้รับการฉายแสงภายใน 7–10 วัน รวมถึงมีบริการรถรับ-ส่งและที่พักสำหรับคนไข้"
โดยให้บริการรักษาโรคมะเร็งแบบครบวงจร (Comprehensive Care) ครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองพันธุกรรม (Gene Screening), การตรวจวินิจฉัยและระบุระยะโรค (Staging), การผ่าตัด, การฉายแสง, เคมีบำบัด, ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ไปจนถึงการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)





