เมื่อมีอาการท้องผูก ตัวช่วยยอดฮิตที่หลายคนมักมองหา ได้แก่ การดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น การกินผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง เช่น มะละกอสุก ลูกพรุน หรือแก้วมังกร รวมถึงการปรับพฤติกรรมขับถ่ายให้เป็นเวลา และการเสริมจุลินทรีย์สุขภาพหรือโปรไบโอติกส์เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้อุจจาระนิ่มลง และ 5 อย่างที่หลายคนมักคิดว่าจะช่วยให้ถ่ายดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เจ้าของเพจ "Dr.Jade Happy Life" ว่า 5 อย่างที่หลายคนคิดว่าทำแล้วถ่ายดี ที่แต่จริง ๆ อาจเข้าใจผิด หลายคนเวลาท้องผูก ถ่ายยาก หรือรู้สึกอึไม่สุดมักจะพยายามหาวิธีให้ “ถ่ายออกให้ได้” ก่อน บางคนกินไฟเบอร์เยอะขึ้น บางคนดื่มกาแฟตอนเช้า บางคนกินยาระบาย บางคนนั่งห้องน้ำนาน ๆ บางคนเบ่งแรง ๆ จนกว่าจะออก พอถ่ายออกได้ ก็รู้สึกว่า “โอเค วิธีนี้ได้ผล” “แบบนี้แปลว่าลำไส้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”
แต่ในทางการแพทย์ ต้องบอกว่า การถ่ายออกได้ ไม่ได้แปลว่า “ระบบขับถ่ายปกติ” เสมอไป เพราะการขับถ่ายที่ดี ไม่ได้ดูแค่ว่าอึออกหรือไม่ออก แต่ต้องดูด้วยว่า อึนิ่มไหม ต้องเบ่งไหม ถ่ายสุดไหมถ่ายเป็นเวลาหรือเปล่า มีท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้องร่วมไหม และที่สำคัญคือ ลำไส้ทำงานเองได้ดีแค่ไหน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
5 อย่างที่คิดว่าทำแล้ว 'ถ่ายดี'
ลองมาดู 5 อย่างที่หลายคนคิดว่าทำแล้วถ่ายดี แต่จริง ๆ อาจกำลังแก้ไม่ตรงจุดครับ
1.กินไฟเบอร์เยอะ ๆ แล้วคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งดี
ไฟเบอร์ดีครับ แต่ไม่ได้แปลว่าเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หลายคนพอท้องผูก ก็เพิ่มผัก เพิ่มธัญพืช เพิ่มไซเลียม แบบจัดเต็มทันที ช่วงแรกอาจรู้สึกว่าอึเยอะขึ้นแต่บางคนผ่านไปสักพักกลับแน่นท้องกว่าเดิม ท้องอืด ผายลมเยอะรู้สึกเหมือนมีอึค้าง แต่ดันออกไม่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไฟเบอร์ไม่ดี แต่อยู่ที่เพิ่มเร็วเกินไป ดื่มน้ำน้อย ขยับตัวน้อย หรือลำไส้เดิมบีบตัวช้าอยู่แล้ว
ไฟเบอร์เหมือนฟองน้ำ ถ้ามีน้ำพอ มันช่วยให้อึนิ่ม แต่ถ้าน้ำน้อย มันอาจทำให้อึแน่นและแข็งกว่าเดิมได้เพราะงั้นไฟเบอร์ต้องเพิ่มแบบค่อย ๆ ไป และต้องมากับน้ำเสมอ
2.ดื่มกาแฟแล้วถ่าย เลยคิดว่าลำไส้ดี
หลายคนมีสูตรประจำตัว ตื่นมา ดื่มกาแฟ ไม่นานก็ปวดอึ แล้วก็รู้สึกว่า “กาแฟนี่แหละช่วยให้ถ่ายดี”
จริง กาแฟกระตุ้นการขยับของลำไส้ได้ โดยเฉพาะตอนเช้า เพราะร่างกายมีจังหวะที่ลำไส้พร้อมทำงานอยู่แล้วแต่ประเด็นคือ ถ้าวันไหนไม่ดื่มกาแฟแล้วถ่ายไม่ออก ต้องเบ่ง อึแข็ง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด แบบนี้อาจไม่ได้แปลว่าลำไส้ดี แต่อาจแปลว่าลำไส้ยังต้องพึ่งตัวกระตุ้นอยู่อีกอย่าง กาแฟไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนดื่มแล้วปวดบิดถ่ายเหลว แสบท้อง หรือกรดไหลย้อนกำเริบ
กาแฟไม่ผิด แต่ไม่ควรใช้กาแฟเป็นตัววัดว่าลำไส้ดีหรือไม่ดี ลำไส้ที่ดี ควรถ่ายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้พึ่งกาแฟทุกวัน
3.กินยาระบายแล้วถ่ายออก เลยคิดว่าหายท้องผูก
อันนี้เจอบ่อยมาก ท้องผูกมาหลายวัน พอกินยาระบายแล้วถ่ายออกเยอะ โล่งทันที แล้วคิดว่า “หายแล้ว” แต่จริง ๆ ต้องแยกให้ออก ถ่ายออกเพราะยาช่วยกับลำไส้กลับมาทำงานดีขึ้นเอง ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ยาระบายมีประโยชน์ ถ้าใช้ถูกจังหวะ ใช้ระยะสั้น หรือใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ถ้าใช้บ่อย ใช้เองเรื่อย ๆ
หรือใช้ทุกครั้งที่ถ่ายไม่ออก โดยไม่ได้แก้ต้นเหตุ เช่น ดื่มน้ำน้อย กินน้อยเกินไป ไฟเบอร์ไม่พอ กลั้นอึบ่อย เครียด นอนน้อย ไม่ค่อยขยับตัว
สุดท้ายปัญหาเดิมก็กลับมาได้ บางคนพอใช้ยากระตุ้นบ่อย ๆ โดยไม่แก้ต้นเหตุ ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องพึ่งยาเรื่อย ๆยาระบายไม่ใช่ศัตรู แต่ไม่ควรเป็นคำตอบหลักทุกครั้ง ถ้าต้องพึ่งบ่อย ๆ ควรกลับมาดูว่า ต้นเหตุของท้องผูกจริง ๆ คืออะไร
4.นั่งห้องน้ำนาน ๆ แล้วคิดว่ายิ่งนานยิ่งถ่ายหมด
หลายคนเข้าห้องน้ำทีนานมาก เอามือถือเข้าไป ไถไปเรื่อย ๆ นั่งรอจนกว่าจะรู้สึกว่าถ่ายหมดดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ถ้านั่งนานบ่อย ๆ โดยเฉพาะถ้ามีเบ่งเป็นช่วง ๆแรงดันแถวทวารหนักจะเพิ่มขึ้นได้ผลที่ตามมาอาจเป็นริดสีดวง เจ็บก้น เลือดออกเวลาถ่าย หรือยิ่งรู้สึกถ่ายไม่สุดกว่าเดิม การถ่ายที่ดี ไม่ควรต้องนั่งนานมากครับถ้ามีปวดอึจริง ๆ ส่วนใหญ่ควรถ่ายได้ค่อนข้างคล่อง ไม่ต้องเบ่งหนัก ไม่ต้องนั่งรอจนขาชาถ้านั่งไป 10–15 นาทีแล้วยังไม่ออก ลุกก่อนดีกว่า ไปดื่มน้ำ ขยับตัว แล้วค่อยกลับมาเมื่อปวดจริง ห้องน้ำควรเป็นที่ถ่ายไม่ใช่ที่นั่งรอลำไส้ทั้งวัน
5.เบ่งแรง ๆ แล้วออก เลยคิดว่าแค่พยายามอีกนิดก็พอ
หลายคนถ่ายไม่ออกก็เริ่มเบ่ง กลั้นหายใจ เกร็งท้อง ดันจนหน้าแดง พออึออก ก็คิดว่า“เห็นไหม เบ่งหน่อยก็ออก” แต่ถ้าต้องเบ่งแรงบ่อย ๆ อันนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดี การเบ่งทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้น เพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนัก และอาจทำให้ริดสีดวง แผลปริ หรือปัญหาอุ้งเชิงกรานแย่ลงได้บางคนยิ่งเบ่ง ยิ่งถ่ายไม่สุดเพราะกล้ามเนื้อที่ควรคลาย กลับไม่คลายในจังหวะที่ควรคลาย ภาวะแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่อึแข็งอย่างเดียวแต่เป็นปัญหาเรื่องกลไกการถ่ายด้วย
ถ้าถ่ายดีจริง ไม่ควรต้องเบ่งแรงทุกครั้ง สิ่งที่ช่วยได้คือ ทำให้อึนิ่มพอดี ดื่มน้ำให้พอเพิ่มไฟเบอร์แบบค่อย ๆ ไป
ขยับตัวทุกวัน ฝึกเข้าห้องน้ำเป็นเวลา และจัดท่านั่งให้เหมาะ เช่น ยกเข่าสูงขึ้นเล็กน้อยให้คล้ายท่านั่งยอง จะช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้นในบางคน
เช็กระบบขับถ่าย อึออก แต่ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป
ถ่ายออกได้ ไม่ได้แปลว่าถ่ายดีเสมอไป ถ้าต้องพึ่งกาแฟทุกวัน ต้องกินยาระบายบ่อยต้องนั่งนาน ต้องเบ่งแรง หรือเพิ่มไฟเบอร์แล้วแน่นท้องกว่าเดิม แปลว่าเราอาจกำลังแก้ที่ปลายเหตุอยู่การขับถ่ายที่ดีควรเป็นแบบปวดแล้วถ่ายได้ อึนิ่มเป็นทรง ไม่ต้องเบ่งมาก ไม่เจ็บไม่เลือดออกไม่แน่นท้องมากและถ่ายแล้วรู้สึกโล่งจริง
พื้นฐานสำคัญคือค่อย ๆ ปรับให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นจังหวะ ดื่มน้ำให้พอ เพิ่มไฟเบอร์แบบพอดี ขยับตัวทุกวัน ไม่กลั้นอึ ไม่ใช้การเบ่งหรือยาระบายเป็นคำตอบหลักทุกครั้งอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้เกี่ยวข้องกับการย่อย การหมักใยอาหาร การสร้างกรดไขมันสายสั้น และการทำงานของลำไส้ ถ้าสมดุลตรงนี้รวน บางคนอาจมีท้องอืด แน่นท้อง ถ่ายไม่เป็นเวลา หรือถ่ายแล้วไม่ค่อยโล่งได้
นอกจากปรับพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว การกินอาหารที่มีใยอาหารหลากหลาย อาหารหมักบางชนิดที่เหมาะกับตัวเอง หรือโพรไบโอติกส์ที่เลือกให้เหมาะสม ก็อาจเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลสมดุลลำไส้ในบางคน ลำไส้ที่ดีไม่ใช่ลำไส้ที่ถูกบังคับให้ออก แต่คือลำไส้ที่ทำงานเป็นจังหวะได้เองถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณเตือน เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดผิดปกติ ซีด ปวดท้องมาก ถ่ายเปลี่ยนไปชัดเจน หรือท้องผูกใหม่ในคนอายุมากควรตรวจประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรซื้อยากินเองไปเรื่อย ๆ
อ้างอิง: Dr.Jade Happy Life



