คณะจิตวิทยา จุฬาฯ ชวนเผยแพร่ 'สื่อสารอย่างรับผิดชอบ'เหตุกราดยิงในโรงเรียน ย้ำ 4 สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ หวั่นกระทบต่อผู้ประสบเหตุและสังคม
จากกรณีเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวม 8 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บล่าสุดมี 22 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนที่บาดเจ็บสาหัส 7 ราย
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่าน "Psychology CU" เชิญชวนทุกท่านร่วมกันรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประสบเหตุและสังคม เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากเหตุการณ์และสร้างสังคมที่ดูแลกันด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘ปัญหาสุขภาพจิต’ หลัง ‘เหตุกราดยิงในโรงเรียน’ บาดแผลที่มองไม่เห็นติดตัว ‘เหยื่อ’ ตลอดชีวิต
สลด! พบศพ "ปู่-ย่า" ในบ้านเด็ก 14 กราดยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเกิดเหตุความรุนแรง
ไม่ควรทำ
1. ไม่เผยแพร่ชื่อ ภาพ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ
- หลีกเลี่ยงการเปิดเผยชื่อ รูป ประวัติ ชีวิตส่วนตัว โรงเรียน หรือแรงจูงใจที่ยังไม่ยืนยัน เพราะอาจทำให้ผู้ก่อเหตุได้รับความสนใจเกินจำเป็น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลียนแบบ
2. ไม่เผยแพร่ภาพหรือคลิปที่รุนแรง
- งดแชร์ภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ เลือด เสียงกรีดร้อง คลิปขณะเกิดเหตุ หรือภาพที่ระบุตัวผู้ประสบเหตุได้ เพราะอาจกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องและผู้รับข่าว โดยเฉพาะเด็ก
3. ไม่รายงานข่าวแบบเร้าอารมณ์
- หลีกเลี่ยงการใช้คำพาดหัวที่สร้างความตื่นตระหนก การบรรยายเหตุการณ์อย่างละเอียด หรือการเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ "รุนแรงที่สุด" หรือ "มากกว่าครั้งก่อน"
4. ไม่แชร์ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ไม่ส่งต่อข่าวลือ ภาพเก่า หรือข้อความที่ยังไม่มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
เมื่อเกิดเหตุกราดยิง ควรสื่อสารอย่างไร?
สิ่งที่ควรทำ
1. รายงานข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา
- ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือเติมรายละเอียดที่ยังไม่มีการยืนยัน
2. ให้ความสำคัญกับผู้ประสบเหตุและการช่วยเหลือ
- สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือ การเยียวยา ช่องทางรับการสนับสนุน และการฟื้นฟู มากกว่าการมุ่งเน้นตัวผู้ก่อเหตุ
3. ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ช่วยเหลือและความร่วมมือของชุมชน
- นำเสนอการทำงานของครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้ปกครอง และผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่อสะท้อนพลังของการดูแลกันในภาวะวิกฤต
4. คำนึงถึงผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
- ก่อนโพสต์หรือแชร์ ควรพิจารณาว่าเนื้อหานั้นอาจส่งผลต่อเด็ก ผู้ประสบเหตุ หรือครอบครัวของพวกเขาหรือไม่
5. ส่งเสริมความรู้เรื่องการป้องกันและการเยียวยา
- เผยแพร่ข้อมูลที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจวิธีดูแลตนเอง ดูแลเด็ก และเข้าถึงความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์
อ้างอิง: เพจ Psychology CU



