วานนี้ (8 ก.ค.2569) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน International Healthcare Week 2026 และงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม (Thailand Medical & Wellness Expo 2026) โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยคณะทูตานุทูต ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วม
นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย แต่ยังสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายหลักของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญ โดยเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub ของโลก ผ่านการยกระดับมาตรฐานสินค้า นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ในทุกมิติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ยศชนัน' พลิกเกมเศรษฐกิจไทย ด้วย Deep Tech - Health Tech
ชายวัย 40+ เช็กด่วน! 4 สุขภาพภัยเงียบที่ต้องรู้ก่อนสาย
บริการสุขภาพไทยทัดเทียมเวทีโลก
“รัฐบาลเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ความท้าทายด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่อาจแก้ไข่ได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งโดยลำพัง ความสำเร็จที่แท้จริงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งงานนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลัง ร่วมกันตลอดห่วงโช่อุปทานอุตสาหกรรมการแพทย์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การเจรจาธุรกิจและขยายเครือข่ายความร่วมมือในครั้ง นี้จะช่วยสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการผนึกพลังด้านสุขภาพและเทคโนโลยีร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายพัฒนา กล่าวว่า อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยมีศักยภาพสูงในเวทีโลก จากต้นทุนที่สั่งสมมายาวนาน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐาน มีวัฒนธรรมการต้อนรับอบอุ่นเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคและของโลก
รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญ พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ผ่านการยกระดับมาตรฐานสินค้า นวัตกรรมการบริการสุขภาพ รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสุขภาพในทุกมิติ
การจัดงาน International Healthcare Week 2026 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล 3 ประการ คือ
1) ยกระดับมาตรฐานและนวัตกรรม โดยแสดงศักยภาพเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมด้านสุขภาพ และบริการระดับพรีเมียมของไทยต่อสายตานานาชาติ สร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ไทย
2) สร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการด้าน Wellness โรงพยาบาล สถาบันวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลก เพื่อต่อยอดสู่การเจรจาธุรกิจและสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค ช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจดิจิทัล
และ 3) ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยเป็น Medical Hub ของโลก และเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับผู้ต้องการบริการสุขภาพครบวงจร ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศ ยกระดับการจ้างงาน
“งานวันนี้ไม่ใช่เพียงการจัดนิทรรศการแสดงสินค้าและบริการทั่วไป แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านการผนึกกำลังตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมการแพทย์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นเวทีแห่งโอกาสที่จะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งยา เครื่องมือแพทย์ ห้องปฏิบัติการ บริการสุขภาพและความงาม เปิดทางให้เกิดการเจรจาธุรกิจ จับคู่การค้าการลงทุน และขยายเครือข่าย ช่วยสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ให้แก่เศรษฐกิจสุขภาพไทย ยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพไทยให้ทัดเทียมและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมีรัฐบาลสนับสนุนและผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพไทยอย่างเต็มที่” นายพัฒนากล่าว
4 งานใหญ่สุขภาพสู่ Healthcare Economy
ด้านนายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า International Healthcare Week 2026 เป็นการบูรณาการ 4 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ซึ่งภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 1,200 บริษัทจากทั่วโลก พร้อมการประชุมวิชาการและสัมมนากว่า 200 หัวข้อ รวมถึง กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดการลงทุน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 26,000 คน
“นอกจากนวัตกรรมล้ำสมัยจาก 4 งานใหญ่แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับองค์ความรู้สู่สากล โดยจัดสัมมนาเฉพาะด้านกว่า 200 หัวข้อ ซึ่งหลายหัวข้อได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางการแพทย์ นี่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรมสุขภาพของไทยและอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งในเวทีโลก งาน International Healthcare Week 2026 จึงเป็นแท่นสปริงบอร์ดสำคัญที่พันธมิตรทุกภาคส่วน จะใช้ประกาศศักดาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพไทยให้โดดเด่นและสง่างามในสายตาชาวโลก”
ทั้งนี้ งาน International Healthcare Week 2026 ระหว่างวันที่ 8 - 10กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 1-3 และ 5 -8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิรกิติ์ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Healthcare Economy ของไทย เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรมของไทย