วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เทรนด์ ‘Scent Wellness’ จิ๊กซอว์ใหม่ตลาดชะลอวัย โอกาสแบรนด์ไทย

เมื่อพูดถึง “กลิ่น” หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของน้ำหอมทั่วไปที่หาซื้อได้ในห้างสรรพสินค้า แต่ในยุคปัจจุบันที่คนกำลังให้ความสนใจกับกระแสการดูแลสุขภาพ และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ "Longevity" ทำให้เรื่องของกลิ่นไม่ใช่เพียงแค่น้ำหอมที่สร้างความรื่นรมย์ชั่วครู่อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสู่การมีสุขภาวะที่ดี

ปัจจุบัน "ศาสตร์แห่งกลิ่นบำบัด" (Aromatherapy) เป็นนวัตกรรมที่เชื่อมโยงโดยตรงกับระบบการทำงานของร่างกายและสมอง โดย ดร.อานุภาพ เอื้อยฉิมพลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มี อินสไปร์ จำกัด (ME INSPIRE) ได้ให้สัมภาษณ์ภายในงาน Thailand Wellness and Healthcare Expo ในฐานะ นักกลยุทธ์การตลาดแบรนด์สปาระดับสากล ที่ได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกถึงบทบาทของกลิ่นหอมในฐานะกลไกขับเคลื่อนสุขภาพองค์รวมและโอกาสทางธุรกิจที่น่าจับตามอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รู้จักและเข้าใจ 'กลิ่นคนแก่' ที่ทุกคนต้องเจอเมื่ออายุมากขึ้น

'ผายลม' กลิ่นที่บ่งบอกสุขภาพ จำนวนครั้งบอกโรค กลั้นตดก็เสี่ยง

กลิ่นกับกลไกทางวิทยาศาสตร์

ดร.อานุภาพ ให้ข้อมูลไว้ว่าในเชิงกลไกทางวิทยาศาสตร์ มีผลงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจนว่าโมเลกุลของกลิ่นที่สูดดมเข้าไปจะเดินทางผ่านประสาทรับกลิ่นเข้าสู่กระแสเลือดและส่งสัญญาณตรงไปยังสมองส่วนลิมบิก (Limbic System) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำ กระบวนการนี้จะส่งผลให้ร่างกายลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด พร้อมทั้งสั่งการให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะพักผ่อนและฟื้นฟู

ในปัจจุบัน ตัวอย่างกลิ่นที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการส่งเสริมสุขภาวะทางใจมีได้หลายอย่าง อ้างอิงจาก Scent and Sense กลิ่นยอดนิยมจากดอกลาเวนเดอร์ มีความสามารถในการช่วยลดความตึงเครียด ชะลออัตราการเต้นของหัวใจ และส่งเสริมการนอนหลับให้ลึกยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม กลิ่นจากส้มและเบอร์กาม็อต (Citrus & Bergamot) จะช่วยกระตุ้นความสดชื่น บรรเทาอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวล พร้อมกระตุ้นการตื่นตัวของสมองและลดความเหนื่อยล้าสะสม เป็นต้น

เมื่อมองถึงผลลัพท์ทางสุขภาพข้างต้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มหันมาผสานศาสตร์แห่งกลิ่นเข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเกิดเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่นในวงการกีฬา มีการพัฒนาน้ำมันนวดที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลดอาการปวดกล้ามเนื้อทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังปรุงแต่งกลิ่นเพื่อช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของผู้เล่นกีฬาไปพร้อมกัน

เทรนด์ ‘Scent Wellness’  จิ๊กซอว์ใหม่ตลาดชะลอวัย โอกาสแบรนด์ไทย

แหล่งวัตถุดิบและฐานการผลิตชั้นนำของภูมิภาค

ในกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ เช่น คาเฟ่ โรงแรม ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมยานยนต์ ต่างก็นำกลิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับแบรนด์และสถานที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ ภายในวงเสวนาจากงาน Thailand Wellness and Healthcare Expo ยังได้มีการพูดถึงเทรนด์ที่น่าสนใจอย่างการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลก ที่เปิดโอกาสให้เกิดตลาดใหม่ (Blue Ocean) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับปรุงหรือลดกลิ่นเฉพาะของผู้สูงวัย ซึ่งเป็นความต้องการที่มีอัตราการเติบโตสูง รวมถึงความพยายามในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวดเมื่อยหรือแผ่นแปะบรรเทาอาการปวด จากเดิมที่มีกลิ่นยาฉุนให้กลายเป็นกลิ่นอโรมาที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทั่วไป ตลอดจนการศึกษานวัตกรรมที่ใช้กลิ่นร่วมกับแสงบำบัด เช่น แสงสีแดง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการลดอาการปวดกล้ามเนื้อ

สำหรับประเทศไทย ดร.อานุภาพ ชี้ว่ามีศักยภาพและความพร้อมสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นแหล่งวัตถุดิบและสารตั้งต้นที่ครบถ้วน จนแบรนด์ยุโรปชั้นนำระดับโลกต่างเข้ามาสั่งซื้อน้ำมันหอมระเหย จากไทย

ปัจจุบันในประเทศมีผู้ประกอบการและฐานการผลิตที่แข็งแกร่งอย่าง Perfumer World ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ระดับสากลที่มีฐานการผลิตในไทย หรือแบรนด์ Simple Sense ที่มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับประเทศฝรั่งเศส และ LOSiam ที่โดดเด่นในการสกัดกลิ่นจากวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย เช่น ตะไคร้ ใบชา และใบยาสูบ

ด้วยศักยภาพที่มีในปัจจุบัน ดร.อานุภาพ มองว่าหากรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ร่วมจัดตั้งสมาคมหรือองค์กรที่สามารถรวมกลุ่มผู้ประกอบการให้เป็นทีมเดียวกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันผลักดันอุตสาหกรรมไปในทิศทางเดียวกันอย่างจริงจัง พร้อมแนะนำเชิงกลยุทธ์และการตลาดในโลกยุคดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวงการเครื่องหอมไทยก้าวไกลสู่ระดับโลกได้

เทรนด์ ‘Scent Wellness’  จิ๊กซอว์ใหม่ตลาดชะลอวัย โอกาสแบรนด์ไทย

กลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่

บทสรุปจากเวทีเสวนา ได้ให้คำแนะนำเรื่องการทำการตลาดดิจิตอล จากข้อจำกัดทางกายภาพที่กลิ่นไม่สามารถส่งผ่านหน้าจอออนไลน์ได้ ผู้ประกอบการจึงต้องประยุกต์ใช้การตลาดเชิงภาพและสี ในการสื่อสารอารมณ์แทน เช่น การใช้โทนสีส้มหรือสีเหลืองเพื่อสื่อถึงความสดชื่น หรือการใช้ภาพถ่ายที่แสดงถึงความผ่อนคลายเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพาตัวเองเข้าสู่กิจกรรมการจับคู่ธุรกิจและการจัดแสดงสินค้าเพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์จริง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

ท้ายที่สุด ดร.อานุภาพ ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจในอุตสาหกรรมกลิ่นว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการศึกษาหาความรู้จริงเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุดิบก่อนลงมือทำ และที่สำคัญที่สุดคือศึกษาเรื่องการควบคุมมาตรฐานให้เป็นไปตามสากล อย่างมาตรฐาน IFRA (International Fragrance Association) ซึ่งเปรียบเสมือนองค์การอาหารและยาของอุตสาหกรรมกลิ่นโลก

“การทำธุรกิจนั้นเปรียบเสมือนกับการวิ่งมาราธอน สิ่งที่จะทำให้เราสามารถวิ่งถึงเส้นชัยและประสบความสำเร็จได้คือ ความสุข ดังนั้นจึงอยากให้คนที่กำลังเริ่มทำธุรกิจของตัวเองทุกคนย้อนกลับไป Deep Talk กับตัวเอง ในทุก ๆ โมเมนต์ ทุก ๆ ขั้นตอนของการทำงานว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร และสุดท้ายการทำงานด้วยความสุข จะนำพามาซึ่งโอกาสทางธุรกิจจากเอนเนอร์จี้ที่เราส่งออกมาสู่ผู้บริโภค”