วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'Sudden Death' เสียชีวิตกะทันหัน ตรวจเชิงลึก 'รู้ความเสี่ยง' ป้องกันได้

"Sudden Death" ภัยเงียบไม่เลือกวัย คนอายุน้อย แข็งแรงดีก็ "วูบดับกะทันหัน" มักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่มี “ปัจจัยเสี่ยง”ซ่อนอยู่ ตรวจสุขภาพทั่วไปไม่เจอต้อง “ตรวจเชิงลึก” ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

คำถามคาใจที่พบบ่อยในยุคนี้! เมื่อคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน คนที่ดูว่ามีสุขภาพดีและนักกีฬา เสียชีวิตกะทันหันเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นการวูบขณะออกกำลังกาย หรือการนอนหลับแล้วเสียชีวิตไปเฉยๆ  

ทางการแพทย์ เรียกว่า "Sudden Death" หรือ ภาวะที่อวัยวะสำคัญของร่างกายหยุดทำงานกะทันหัน เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันและรุนแรง ทำให้เสียชีวิตทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังมีอาการ เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยแทบไม่พบสัญญาณเตือนล่วงหน้า 

Sudden Death ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนป่วย

ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตกะทันหันราว 1.5 ล้านคนต่อปี ส่วนประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตในอัตราสูงถึงชั่วโมงละ 8 คน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก  

  • Sudden Cardiac Death (SCD) : การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจ พบมากที่สุดถึง 80-90% เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน จากเส้นเลือดหัวใจตีบ/ตัน และทำให้ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติเฉียบพลัน 
  • Sudden Non-Cardiac Death : การเสียชีวิตกะทันหันจากสาเหตุอื่น เช่น โรคทางสมอง เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันอย่างรุนแรง ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
  • และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ : ขาดออกซิเจนเฉียบพลันจนส่งผลต่อระบบการทำงานของหัวใจ 

สำหรับ “ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” หรือ Sudden Cardiac Death (SCD) หลายคนมักคิดว่าจะเกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคหัวใจเท่านั้น แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันพบในคนอายุน้อย นักกีฬา คนทำงานหนัก หรือแม้แต่คนที่ดูสุขภาพดีมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่น่ากังวล คือ ผู้ป่วยจำนวนมาก “ไม่มีอาการเตือนชัดเจน” ก่อนเกิดเหตุการณ์ และหลายรายเพิ่งทราบว่าตนเองมีโรคซ่อนอยู่เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นแล้ว 'Sudden Death' เสียชีวิตกะทันหัน ตรวจเชิงลึก 'รู้ความเสี่ยง' ป้องกันได้

“พันธุกรรม” วายร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตา

พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.เมดพาร์ค ให้ข้อมูลว่า วงการแพทย์พบว่า Sudden Death จำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับ “โรคพันธุกรรมของหัวใจ” โดยเฉพาะในคนอายุน้อยหรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลัน ซึ่งโรคเหล่านี้อาจไม่แสดงอาการ และการตรวจสุขภาพทั่วไปอาจไม่พบ

  1. Hypertrophic Cardiomyopathy (HCM) เป็นโรคที่กล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ Sudden Death ในนักกีฬา ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการจนเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงหรือเสียชีวิตเฉียบพลัน
  2. Arrhythmogenic Right Ventricular Cardiomyopathy (ARVC) โรคนี้ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนถูกแทนที่ด้วยไขมันและพังผืด ส่งผลให้เกิด ventricular arrhythmia ได้ง่าย พบได้ในคนอายุน้อยและนักกีฬา โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
  3. Brugada Syndrome เป็นโรคของระบบไฟฟ้าหัวใจที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตขณะนอนหลับ โดยพบได้ค่อนข้างบ่อยในคนเอเชีย โดยมีไข้สูง การพักผ่อนไม่พอ ทำงานหนัก หรือความเครียด อาจกระตุ้น arrhythmia รุนแรงได้
  4. Long QT Syndrome (LQTS) เป็นภาวะที่ระบบไฟฟ้าหัวใจใช้เวลาฟื้นตัวนานผิดปกติ ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะอันตราย ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นลมระหว่างออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือเวลาตกใจ
  5. Catecholaminergic Polymorphic Ventricular Tachycardia (CPVT)โรคนี้มักเกิดในเด็กหรือคนอายุน้อย และสัมพันธ์กับการเกิด ventricular tachycardia ระหว่างออกแรงหรือเครียด แม้หัวใจอาจดูปกติจาก ultrasound หรือ imaging ทั่วไป แต่มีความเสี่ยง Sudden Death สูงหากไม่ได้รับการวินิจฉัย

Sudden Death อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่ไม่ได้แปลว่าป้องกันไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการไม่มองข้ามสัญญาณเตือน และการค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ก่อนที่จะสายเกินไป” พญ.สุรีย์รัตน์ กล่าว

'Sudden Death' เสียชีวิตกะทันหัน ตรวจเชิงลึก 'รู้ความเสี่ยง' ป้องกันได้

สมองสั่งปิดสวิตช์หัวใจ

แม้สาเหตุส่วนใหญ่ของ Sudden Death จะมาจากโรคหัวใจ แต่มีสถิติที่น่าสนใจพบว่า 4 - 5% ของการเสียชีวิตกะทันหัน มีสาเหตุมาจาก “โรคหลอดเลือดสมอง” ขณะที่ข้อมูลของ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทยเฉลี่ย 100 คนต่อวัน โดยในกลุ่มตัวเลขนี้ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตในช่วงอายุที่น้อยลง คือ 30 - 40 ปี ขยายตัวสูงขึ้น

น.อ. นพ.อุดม สุทธิพนไพศาล ร.น. แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยาโรคหลอดเลือดสมอง และรังสีร่วมรักษาระบบประสาท รพ.เมดพาร์ค อธิบายว่า Sudden Death ทางระบบประสาทและสมองส่วนใหญ่ มี 2 แบบ คือ "ตีบกับแตก" หากหลอดเลือดสมองตีบ คนไข้มักจะมีอาการอัมพฤกษ์อัมพาต แต่อาจไม่ถึงขั้นเสียชีวิตทันที ยกเว้นกรณีที่เป็นการตีบที่ก้านสมองซึ่งเป็นศูนย์รวมการควบคุมร่างกาย อาการอาจจะรุนแรงและรวดเร็วกว่าจุดอื่น

ส่วนกรณีหลอดเลือดสมองแตก หากคนไข้มีหลอดเลือดสมองโป่งพองและมีเหตุกระตุ้น เช่น ความดันสูงขึ้นจนหลอดเลือดแตกในตำแหน่งสำคัญ เลือดที่ออกทันทีจะไปกดสมองส่วนสำคัญ และส่งผลผ่านระบบประสาทอัตโนมัติไปกระตุ้นให้หัวใจหยุดเต้นได้ 

คนไข้กลุ่มนี้หากส่งมาโรงพยาบาลและทำ CPR จนฟื้นขึ้นมา เราต้องตรวจหาต้นเหตุต่อ ซึ่งบางครั้งพบว่าหัวใจปกติ แต่พอไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองกลับพบว่ามีเลือดออกเต็มสมอง ทำให้เราเริ่มรู้สาเหตุในกลุ่มคนพวกนี้มากขึ้น” น.อ. นพ.อุดมกล่าว

'Sudden Death' เสียชีวิตกะทันหัน ตรวจเชิงลึก 'รู้ความเสี่ยง' ป้องกันได้

ตรวจเชิงลึก ลดความเสี่ยง 60 - 80%

วงการแพทย์เชื่อว่า Sudden Death จำนวนมาก “สามารถป้องกันได้” หากค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะต้น ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยง, ติดตาม arrhythmia,วางแผนรักษา, ปรับ และตรวจคัดกรองคนในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

เพียงแต่การตรวจสุขภาพประจำปีที่เป็นการตรวจคัดกรองพฤติกรรม โรคพื้นฐานทั่วไป “ไม่เพียงพอ” ซึ่งในการประเมินความเสี่ยงภาวะ Sudden Death แนวทางสำคัญคือการประเมินแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Screening) ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบหัวใจ สมอง การนอนหลับ และความเสี่ยงทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่เงียบๆ ในร่างกายได้ลึกถึงระดับยีน ช่วยลดความเสี่ยงในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงได้ 60 - 80% อาทิ 

  • การตรวจหัวใจขั้นสูง เช่น การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Cardio Scan / Holter Monitor) เพื่อหาความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ, การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงร่วมกับการออกกำลังกาย (stress echocardiogram) เพื่อดูโครงสร้างและความหนาของกล้ามเนื้อหัวใจ ,การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT Angiography) และ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ตลอดทั้งเส้น (CTA Whole Aorta) 
  • การตรวจคัดกรองความผิดปกติของเลือดและหลอดเลือด: การตรวจหาภาวะเลือดแข็งตัวง่ายเกินไป (Abnormal Blood Clot Risk Screening) เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในสมองหรือหัวใจ 
  • การตรวจทางพันธุศาสตร์ (Genetic Testing): การตรวจวิเคราะห์ยีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจเต้นผิดปกติหรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม 
  • การตรวจประสิทธิภาพการนอนหลับ (Sleep Test): เพื่อหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลให้หัวใจทำงานหนักในระยะยาว 

กลุ่มเสี่ยงที่ควรต้องตรวจ

ภาวะ Sudden Death ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุ แต่พบได้ในคนทุกช่วงวัย กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติครอบครัว เคยมีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ,ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ, ผู้ที่เคยมีอาการวูบ หน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือใจสั่นบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ, กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตหนักหน่วง: พักผ่อนน้อย เครียดสะสม สูบบุหรี่จัด และไม่ออกกำลังกาย, นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก (Extreme Exercise): ซึ่งอาจมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติซ่อนอยู่

“ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะวัยทำงานที่ต้องรับผิดชอบสูงและละเลยการดูแลสุขภาพ หรือบุคคลที่มีอาการผิดปกติและประวัติครอบครัวตามกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรที่จะต้องเข้ารับการตรวจเชิงลึก ช่วยให้พบสัญญาณเตือนล่วงหน้า ลดความเสี่ยงเสียชีวิตกะทันหัน” 'Sudden Death' เสียชีวิตกะทันหัน ตรวจเชิงลึก 'รู้ความเสี่ยง' ป้องกันได้