ปัจจุบันมีผู้ป่วยจำนวนมากที่เผชิญกับปัญหา เข่าโก่ง หรือ เข่าเก และมีอาการปวดเข่าร่วมด้วย แต่มักจะไม่ทราบว่าความผิดปกติดังกล่าวสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูกให้กลับมาตรง ผู้ป่วยหลายคนยังมีความเข้าใจผิดและคิดว่าภาวะดังกล่าวรักษาไม่ได้ทำอะไรไม่ได้นอกจาก ต้องทนปวดไปเรื่อยๆทั้งชีวิต หรือแค่รอรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพียงอย่างเดียว
นอกจากปัญหาเข่าโก่งแล้ว ความผิดปกติของกระดูกรูปแบบอื่นๆ เช่น ภาวะขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ก็เป็นสาเหตุที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเดินแล้วเกิดอาการปวดเข่าและปวดหลังตามมาได้มา จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่สามารถไปเรียนหรือทำงานตามปกติได้เช่นกัน
ดังนั้น การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างกระดูกที่ผิดรูปให้กลับมาอยู่ในแนวที่ถูกต้อง จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่ ช่วยแก้ปัญหาและลดอาการปวดเข่าได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูประสิทธิภาพการใช้งาน (Function) ของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสามารถพึ่งพาตนเองและกลับไปประกอบอาชีพในสังคมได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องทนปวดเพื่อรอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
คนไทย 6 ล้านคน เสี่ยงโรคกระดูกและข้อ 'สูงวัย-วัยทำงาน' ป่วยสูง
ไม่ล้มก็เสี่ยง! ความจริงกระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน ภัยเงียบสูงวัย
ผ่าตัดแก้ไขกระดูก ช่วยผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตในสังคม
“ผศ.พญ.จิดาภา ว่องเจริญวัฒนา” ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ชำนาญการด้านยืดกระดูกและแก้ไขความผิดรูปกระดูกแขนและขา รพ.ศิริราช ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกผิดรูปหรือขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ความผิดปกติเหล่านี้มักทำให้เกิดอาการปวด เดินกะเผลก จนไม่สามารถไปเรียนหรือทำงานได้ และต้องเก็บตัวอยู่บ้านให้ครอบครัวดูแล แต่เมื่อได้รับการผ่าตัดแก้ไขให้กระดูกกลับมาตรงและยาวเท่ากัน ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคม ทำงานหาเลี้ยงชีพ และพึ่งพาตัวเองได้อีกครั้ง
ปัจจุบันผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง (สปสช. หรือสิทธิ 30 บาท) รวมถึงสิทธิประกันสังคมและข้าราชการ สามารถใช้เบิกค่าอุปกรณ์เหล็กดามกระดูกในรุ่นพื้นฐานได้ในปัจจุบัน ถือเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกผิดรูปสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ส่วนอุปกรณ์รูปแบบอื่นๆ เช่น วงเหล็กยืดกระดูกที่อยู่ภายนอกร่างกาย รวมถึงนวัตกรรมเหล็กยืดกระดูกแบบฝังในตัวรุ่นใหม่ ต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ ยังไม่สามารถใช้สิทธิเบิกจ่าย
นวัตกรรมยืดกระดูกเพิ่มความสูงได้
ผศ.พญ.จิดาภา กล่าวว่าล่าสุดมีนวัตกรรมปรับแก้ความพิการของขาจากการใช้อุปกรณ์ภายนอกมาสู่เทคโนโลยีแกนเหล็กที่ใช้หลักการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใส่ภายในกระดูก (Magentic intramedullary lengthening nail) ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นและลดแผลเป็นภายนอกที่ชัดเจน และนวัตกรรมนี้ยังสามารถยืดกระดูกเพิ่มความสูงได้ประมาณ 6-8 เซนติเมตร และใช้เวลาในการพักฟื้นจนกระดูกแข็งแรงสมบูรณ์ประมาณ 10-12 เดือน แต่ค่าใช้จ่ายในการทำหัตการจะค่อนข้างสูงเพราะนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ
ทั้งนี้มีข้อมูลและการทำวิจัยจากต่างประเทศระบุว่า ผู้ที่มีรูปร่างตัวเล็ก (โดยเฉพาะผู้ชาย) มักจะมีปัญหาทางด้านจิตใจหรือมีปมลึกๆ ในใจ (Psychological issues) เกี่ยวกับความสูงของตนเอง การผ่าตัดยืดความสูงจะช่วยปรับสัดส่วนร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มความมั่นใจ (Confidence) และช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ป่วยให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความสูงที่ไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานมักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการทำอาชีพในฝัน เช่น การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) การผ่าตัดเพิ่มความสูง จึงช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถไขว่คว้าหน้าที่การงานที่ต้องการได้ ซึ่งส่งผลดีต่อความรู้สึกเติมเต็มในชีวิต
"แพทย์ให้ความสำคัญกับการผ่าตัดยืดกระดูกว่าไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาเพื่อฟื้นฟูประสิทธิภาพการใช้งาน (Function) การใช้ชีวิต และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยได้ซึ่งความสามารถในการดูแลตัวเองได้นี้ เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและมีสุขภาพจิตที่เข้มแข็งขึ้น"
ปัจจุบันในประเทศไทยมีแพทย์ที่เชี่ยวชาญและสามารถทำการผ่าตัดยืดกระดูกด้วยเทคโนโลยีนี้ได้ประมาณ 3-4 คน เนื่องจากเทคนิคการยืดและปรับแก้ความผิดรูปของกระดูกถือเป็นศาสตร์แขนงใหม่ทางการแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) ซึ่งแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดได้จำเป็นต้องผ่านการศึกษาต่อเฉพาะทางแขนงนี้มาโดยตรง ในขณะที่แพทย์ที่ชำนาญการและทำได้ครอบคลุมทั้งการผ่าตัดเพิ่มความสูงและการผ่าตัดแก้ไขภาวะกระดูกผิดรูปแบบซับซ้อนนั้นยังมีจำนวนที่น้อย
ขณะนี้โรงพยาบาลศิริราชได้มีการเปิดรับรักษาและทำการผ่าตัดยืดกระดูกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของทางโรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัดรักษาเคสเหล่านี้ไปแล้วเกิน 100 เคสต่อปี ผู้ที่มีปัญหาภาวะกระดูกผิดรูป ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน หรือผู้ที่ต้องการผ่าตัดยืดกระดูกเพื่อเพิ่มความสูง สามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางได้
โอกาส (Opportunities) ของประเทศไทย
ผศ.พญ.จิดาภา กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง (Center of Excellence) ด้านการผ่าตัดยืดและแก้ไขกระดูกผิดรูปในระดับภูมิภาค ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ยังไม่มีศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการยืดขาหรือแก้ไขขากระดูกผิดรูป หากประเทศไทยจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านนี้จะต้องเป็นศูนย์ที่เป็นที่รู้จักและมีผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้ามาทำการรักษา
ประกอบกับประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์อยู่แล้ว แม้อุปกรณ์จะมีราคาสูง แต่ค่ารักษาโดยรวมก็ยังถูกกว่าการไปทำที่ยุโรปหรือสหรัฐ ปัจจุบันเริ่มมีชาวต่างชาติติดต่อสอบถามข้อมูลและราคาเข้ามาที่ไทยบ้างแล้ว หากศูนย์เฉพาะทางประสบความสำเร็จจนมีฐานคนไข้ขนาดใหญ่ขึ้น อาจเป็นแรงจูงใจสำคัญให้สตาร์ตอัปไทย หันมาสนใจลงทุนวิจัยและผลิตอุปกรณ์เหล็กยืดกระดูกขั้นสูงนี้ได้เองในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลในอนาคต
“หากในอนาคตศูนย์การรักษาเป็นที่รู้จักและมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษามากขึ้น จนโรงพยาบาลสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์แบบเหมาล็อตใหญ่ได้ ราคาอุปกรณ์นี้อาจถูกลงถึง 1 ใน 3 จากราคาปัจจุบัน"
ปัจจุบันรพ.ใช้อุปกรณ์เหล็กยืดกระดูกแบบพื้นฐานที่สามารถดึงยืดความยาวได้ ในอนาคต หากการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) สำเร็จและสามารถดึงดูดผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาทำการรักษาได้มากขึ้น ตลาดที่เติบโตขึ้นนี้อาจเป็นแรงจูงใจสำคัญให้สตาร์ตอัปไทยลงทุนเพื่อพัฒนาและผลิตนวัตกรรมเหล็กยืดกระดูกขั้นสูงนี้ขึ้นมาใช้เองภายในประเทศ จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงอุปกรณ์ในราคาที่ถูกลงกว่าการสั่งนำเข้าแบบในปัจจุบันอย่างมาก
อนึ่งในปัจจุบัน รพ.เอกชน บางแห่ง เช่น รพ.กระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข (kdms) ก็เริ่มมีการนำนวัตกรรมยืดกระดูกเข้ามาให้บริการ สำหรับผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการแก้ไขความผิดรูปของกระดูกและการเพิ่มความสูง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงให้กับผู้ป่วย เพิ่มปริมาณเคสรักษา ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์ของประเทศ และส่งเสริมให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางการแพทย์ด้านนี้ในภูมิภาคได้เช่นกัน
นวัตกรรมยืดกระดูก
การทำงานของนวัตกรรมยืดกระดูกด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า จะประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วนหลักที่ทำงานร่วมกัน คือ แกนเหล็กที่ฝังอยู่ภายในกระดูก และ เครื่องมือควบคุมระบบไฟฟ้าที่อยู่ภายนอกร่างกาย โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดและฝังอุปกรณ์เหล็กยืดกระดูกเข้าไปซ่อนไว้ที่แกนกลางด้านในของกระดูกทั้งหมด โดยภายในแกนเหล็กนี้จะมีส่วนประกอบของแม่เหล็ก (Magnet) ฝังเอาไว้ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องมีโครงเหล็กเกะกะอยู่ภายนอกขาเหมือนเทคโนโลยีในอดีต
เมื่อถึงระยะที่ต้องดึงยืดกระดูก ผู้ป่วยนำเครื่องมือระบบไฟฟ้ามาวางทาบที่บริเวณขาด้านนอกแล้ว กดปุ่มเพื่อสั่งการให้ระบบไฟฟ้าทำปฏิกิริยากับแม่เหล็กที่ฝังอยู่ด้านใน ซึ่งกลไกนี้จะไปกระตุ้นให้ตัวแกนเหล็กค่อยๆ ยืดความยาวออก ยืดในอัตราที่แม่นยำและปลอดภัยการกดปุ่มยืดนี้จะทำให้กระดูกค่อยๆ ยาวขึ้น โดยแพทย์จะกำหนดให้ยืดในอัตราความเร็ว ไม่เกินวันละ 1 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสมที่สุดที่ร่างกายจะสามารถสร้างเนื้อกระดูกใหม่ขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างได้ทันท่วงที
ผ่าตัดเพื่อนำแกนเหล็กออกในอีก 1-2 ปีให้หลัง (หลังจากที่กระดูกใหม่สมานตัวจนแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว) เพื่อป้องกันอันตรายหรือปัญหาในอนาคต หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องสแกนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือมีความจำเป็นต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

