วิกฤตการณ์โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วจนสร้างภาวะหมดไฟ ความโดดเดี่ยวจากการใช้เทคโนโลยี และความวิตกกังวลจากการกลัวตกกระแส (FOMO) ให้กับผู้ค
บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด แบรนด์รีสอร์ทเวลเนสของคนไทย ได้ประกาศถึงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการพลิกโฉมประเทศไทย จากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนแบบเน้นปริมาณ สู่การเป็น "ที่พักพิงแห่งใหม่ของโลก" (Sanctuary for Wellbeing) ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า
นายกรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานบริหาร ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดเรื่องสุขภาวะ ได้เปลี่ยนจากเรื่องทางเลือกมาเป็นกระแสหลักของโลก นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทยในฐานะที่จะก้าวไปเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจสุขภาพที่มีมูลค่าในปัจจุบันสูงถึง 42.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าตัวเลขนี้กลับคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.63 ของส่วนแบ่งตลาดโลกเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ทำให้ชีวาศรมร่วมกันกับภาครัฐ ตั้งเป้าหมายที่จะส่งเสริมศักยภาพบริการเวลเนส เปลี่ยนจากความผ่อนคลายสู่บริการมูลค่าสูง เพื่อดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่พร้อมจ่ายเพื่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่จับต้องได้ สร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่คนไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ชีวาศรม' รุกปรับแผนระยะสั้น ดันฟู้ดดิลิเวอรี่-ให้คำปรึกษาสุขภาพออนไลน์
ชงรัฐตั้ง 'บอร์ด Wellness แห่งชาติ’ ให้ทุนงานวิจัยพัฒนาเป็นนวัตกรรม
‘นักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง’ ดัน‘Mental Health’
เมื่อเจาะลึกถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย นายกรดชี้ว่านักท่องเที่ยวสุขภาพระดับบน มีความยืดหยุ่นต่อวิกฤตเศรษฐกิจหรือสงครามสูงมาก ต่างจากกลุ่มท่องเที่ยวทั่วไป หากไม่มีอุปสรรคร้ายแรงเรื่องการเดินทางหรือสายการบิน การมาดูแลสุขภาพสำหรับพวกเขาคือ กิจวัตรประจำวัน (Routine) หรือเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองที่ต้องกลับมาเป็นประจำ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมองว่านี่คือการลงทุนระยะยาวกับชีวิต
โดยกลุ่มลูกค้าหลักของตลาดเวลเนสไทยในปัจจุบันยังคงนำโดยตลาด ยุโรป นำเด่นโดยอังกฤษและเยอรมนี ซึ่งประชากรในกลุ่มนี้มีความคุ้นเคยและเข้าใจศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพแบบเวลเนสเชิงป้องกันมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีแล้ว
"สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้คือ เทรนด์บริการที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง “สุขภาพจิต” ซึ่งกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจอย่างมาก เนื่องจากสภาวะจิตใจมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความอ่อนแอของร่างกายในหลายมิติ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดแข็งและตัวตนของคนไทย ที่สอดรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านความเงียบสงบตามวิถีวัฒนธรรม ความโอบอ้อมอารี และหัวใจแห่งการต้อนรับที่เป็นมิตรไมตรีของผู้ให้บริการไทย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่าและหาไม่ได้จากที่อื่น"
ดีไซน์แพ็กเกจสุขภาพเฉพาะบุคคลเพิ่มยอดใช้จ่าย
กลยุทธ์สำคัญในการตอบโจทย์บริการมูลค่าสูงของชีวาศรม คือการออกแบบบริการแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งนายกรดเปรียบเทียบว่า "เราไม่ได้ตัดเสื้อโหลที่ทุกคนใส่ได้เหมือนกันหมด" แต่ต้องเริ่มจากการให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อค้นหาตัวตนและปัญหาที่แท้จริงของแขกแต่ละราย แล้วจึงออกแบบ "Spending per guest" หรือการใช้จ่ายต่อหัวผ่านแพ็กเกจที่เจาะลึกเฉพาะทาง หากสามารถตอบโจทย์การแก้ไขอาการหรือความต้องการส่วนบุคคลได้ชัดเจน มูลค่าการใช้จ่ายจะสูงขึ้นกว่าโรงแรมทั่วไปหลายเท่าตัว เนื่องจากเป็นการรวมบริการจากผู้เชี่ยวชาญหลายศาสตร์เข้าไว้ด้วยกันในที่เดียว
เพื่อทำให้ภาพของการแพทย์แผนไทยสามารถจับต้องได้ ชีวาศรมได้นำวิทยาศาสตร์มาทำงานร่วมกับภูมิปัญญา โดยใช้ "การแพทย์แม่นยำ" (Precision Medicine) เป็นตัวตั้งต้นผสานเข้ากับข้อมูลของผู้เข้าพัก ส่งผลให้ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถพิสูจน์ได้ถึงระดับยีนและปัจจัยเหนือยีน (Epigenetics) เช่น การพิสูจน์ว่าความสุขจากการพำนักและรับบริการอย่างเป็นระบบเพียง 9-10 วัน สามารถส่งผลให้ยีนในร่างกายเข้มแข็งขึ้นและลดอายุทางชีวภาพได้จริงได้ขนาดไหน การใช้ข้อมูลเหล่านี้คือตัวพิสูจน์ที่ปลายทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล ในขณะที่กระบวนการระหว่างทางยังคงใช้ดีเอ็นเอความเป็นไทยเป็นแกนกลางในการดูแล
อัปเกรดกายวิภาคศาสตร์แก่แรงงานนวดไทย
ในมิติของการพัฒนาบุคลากร นายกรดสะท้อนภาพปัญหาแรงงานนวดไทยในปัจจุบันว่ามีทั้งในระบบและนอกระบบ โดยกลุ่มนอกระบบส่วนใหญ่มักใช้วิธีครูพักลักจำ เรียนเพียง 3-4 วันก็ออกมาให้บริการ ทำให้ไม่สามารถขยับเพดานราคาได้
สิ่งที่ชีวาศรมกำลังเร่งทำร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น ม.แม่ฟ้าหลวง ม.ธรรมศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และ ม.หอการค้าไทย คือการสร้างมาตรฐานใหม่ผ่านหลักสูตรที่เน้นความรู้ด้าน "กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา" (Anatomy & Physiology) อย่างถ่องแท้ไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ให้บริการเข้าใจระบบร่างกาย สามารถแยกแยะความตึงตัวและกล้ามเนื้อได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการดึงแรงงานที่อยู่นอกระบบกลับเข้าสู่ตลาด ยังเป็นการยกระดับวิชาชีพให้ทัดเทียมกับการฝังเข็มจีนหรืออายุรเวทของอินเดีย
นอกจากการเร่งผลิตคน ยังมีการเชื่อมโยงงานวิจัยในระดับชาติ ร่วมกับจุฬาฯ ศึกษาวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย นำภูมิปัญญา "ฤๅษีดัดตน" มาผสานกับ "กายภาพบำบัด" (Physiotherapy) เพื่อสร้างภาษาสากลทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการประสานงานกับเครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่ในการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
Pain Point กับการสร้าง ‘กระทรวง Wellness’
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคใหญ่ที่สุดที่นายกรดสะท้อนคือ "นโยบายรัฐที่ไม่ต่อเนื่อง" ที่ผ่านมาภาคเอกชนต้องนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนขั้วการเมือง แม้ทิศทางจากกระทรวง อว. จะชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องการคือยุทธศาสตร์ประเทศที่เป็นเอกภาพ นายกรดจึงเสนอแนวคิดเชิงรุกให้จัดตั้ง "กระทรวง Wellness" หรือ "กระทรวงสุขภาพและกีฬา" เพื่อรวบรวมอำนาจการบริหารจากกระทรวงต่างๆ ให้กลายเป็นหน่วยงานเดียวที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพโดยตรง
ประเทศไทยมีจุดแข็งที่ AI ก็มาแทนไม่ได้ นั่นคือการดูแลมนุษย์ (Human Touch) เราเก่งที่สุดในโลกเรื่องความเข้าใจเพื่อนมนุษย์และจิตวิญญาณของการต้อนรับ การจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางเวลเนสโลก ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างจิ๊กซอว์วิทยาศาสตร์ที่ภาครัฐกำลังปูทาง และภูมิปัญญาการให้บริการระดับโลกจากภาคเอกชน หากทั้งสองส่วนนี้ขับเคลื่อนไปพร้อมกันภายใต้นโยบายที่มั่นคง เวลเนสจะไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือหัวใจหลักในการพาประเทศไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และกลายเป็นบ้านหลังที่สองที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพที่สุดสำหรับชาวโลก
รัฐหนุนเวลเนสสู่ ‘Growth Engine’
วิสัยทัศน์ของชีวาศรมสอดรับอย่างลงตัวกับทิศทางนโยบายระดับชาติ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตอกย้ำภาพดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้น ผ่านการร่วมมือกันภายในงาน “Beyond Relaxation” ที่เป็นงานสัมมนาเพื่อสร้างเครือข่ายระดับชาติ พร้อมทั้งกล่าวว่า ประเทศไทยต้องก้าวข้ามการมองธุรกิจสปาเป็นเพียง "ความผ่อนคลาย" สู่ "บริการมูลค่าสูง" (High Value Service) แต่เวลเนสคือ "Growth Engine" หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะพาไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจากความรู้สึก "สบาย" มาสู่ "Scientific Base Wellness" หรือการมีหลักฐานเชิงประจักษ์ (Clinical Data) รับรองผลลัพธ์ทางสุขภาพ เช่น การใช้นวัตกรรมคลื่นเสียง ควบคุมการนอนหลับ หรือการวิเคราะห์คลื่นสมอง ภาครัฐจึงเตรียมระบบนิเวศผ่าน สกสว. และ NIA สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งห้องแล็บและมาตรฐานโรงงาน เพื่อให้คนตัวเล็กหรือ SME สามารถพัฒนานวัตกรรมแล้วนำไปเสียบปลั๊กเติบโตคู่กับทุนใหญ่ได้ พร้อมท้าทายเป้าหมายการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อให้สมกับศักยภาพของเวลเนสไทย

