วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

แม้สภาวะโลกจะเปลี่ยนไปในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ประเทศไทยยังคงมีข้อได้เปรียบในกลุ่ม”อุตสาหกรรมยา” ซึ่งจัดเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้อุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต (New S-Curve) โดยเฉพาะการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) เพื่อรับมือสังคมสูงวัย และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

อุตสาหกรรมยาไทยมีการขยายตัวเฉลี่ย 7% ต่อปี ขณะที่ภาพรวมอาเซียนโตอยู่ที่ 7.5% สะท้อนว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่หยุดนิ่งตามความต้องการพื้นฐานของประชากรที่มีความต้องการยามากขึ้น  ขณะเดียวกัน ไทยตั้งอยู่ในจุด Mainland ของภูมิภาคที่มีความได้เปรียบ มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก ซึ่งยังขาดศักยภาพในการผลิตยาด้วยตนเอง ทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญโดยธรรมชาติ

นอกจากนั้น การบริการทางการแพทย์ของไทยเป็นที่ยอมรับระดับโลกในด้านคุณภาพที่ "คุ้มค่า" เมื่อเทียบกับราคา ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูด Medical Tourism และส่งผลดีต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยาที่ผลิตในประเทศ และการรองรับมาตรฐานระดับโลก (Global Standards): ไทยได้ประกาศใช้มาตรฐาน PIC/S GMP มาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อต่างชาติว่ายาที่ผลิตจากไทยมีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เป็นใบเบิกทางที่ทำให้ยาทุกเม็ดที่ผลิตในไทยมีความน่าเชื่อถือสูงสุดในอาเซียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ทีเซลส์' เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยา ดัน ATMPs ด้วยวิจัยต่อยอดร่วมAI

ผ่าทางรอดอุตสาหกรรมชิ้นส่วน จาก'ฐานยานยนต์' สู่ 'เครื่องมือแพทย์'

อย.หนุนพัฒนาอุตสาหกรรมยาสู่ยุค ATMP

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Advanced Therapy Medicinal หรือ ATMP เปลี่ยนยารักษาในรูปแบบเดิม มาเป็นการซ่อมแซมอวัยวะและฟื้นฟูเซลล์โดยตรง (Cell and Gene Therapy) ซึ่งแตกต่างจากยาแผนปัจจุบันที่เน้นบรรเทาอาการ แต่อนาคตคือการแก้ไขความผิดปกติที่ต้นเหตุ เช่น การรักษามะเร็งด้วย CAR-T Cell

“อย. เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเท่าทันเทคโนโลยี เพราะเราดูแลทั้ง Ecosystem ของยา เมื่อโลกเปลี่ยนจากเคมีไปสู่เซลล์ที่มีชีวิต กฎระเบียบแบบเดิมจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป”

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

4 ยุทธศาสตร์ อย. กับบทบาท ‘Supporter’

ภญ.สุภัทรา  กล่าวต่อว่าอย. ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน 4 แกนหลัก เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้

1. นวัตกรรมกฎกติกา (Regulatory Innovation): การปรับกฎระเบียบให้ยืดหยุ่นตามความเสี่ยงเนื่องจาก ATMP มีความซับซ้อนและเฉพาะตัวสูง ไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกผลิตภัณฑ์ได้

2. การเร่งเข้าถึงนวัตกรรม: มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ได้เร็วขึ้น โดยไม่อยู่แค่ในห้องวิจัย แต่ต้องก้าวไปสู่ระดับพาณิชย์

3. ปั้นฐานเศรษฐกิจมูลค่าสูง (Medical Hub): ยกระดับประเทศไทยให้เป็น Biotech Hub และ Clinical Hub ดึงดูดนักลงทุนและผู้ป่วยจากทั่วโลกมาใช้บริการทางการแพทย์ที่ไทยมีจุดแข็งอยู่แล้ว

4. เชื่อมโยง Ecosystem: การทำ MOU ร่วมกับองค์กรต่างๆ เช่น PREMA, TPMA, สวรส. และหน่วยงานวิจัย เพื่อสร้างเครือข่ายตั้งแต่การทดลองทางคลินิกไปจนถึงการผลิตจริง

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

วาระแห่งชาติสู่ความมั่งคั่งทางสุขภาพ

ความท้าทายของ ATMP คือการมีกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยจำนวนน้อยกว่ายาเคมี ทำให้การเก็บข้อมูลต้องทำอย่างต่อเนื่อง อย. จึงนำระบบ Rolling Monitoring มาใช้ คือการอนุญาตให้ใช้ยาควบคู่ไปกับการเก็บข้อมูลตลอดอายุขัยของผู้รับการรักษา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและไม่ให้คนไทย “ตกขบวน” เทคโนโลยีโลก

“ปัจจุบันรัฐบาลได้แต่งตั้ง คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติด้าน ATMP เพื่อผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดย อย. ยืนยันว่าจะเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้คุมกฎ" มาเป็น "ผู้สนับสนุน" ที่พร้อมให้คำปรึกษาแก่นักวิจัยและเอกชนตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลและเปลี่ยนไทยให้กลายเป็นโรงงานยาของอาเซียนอย่างแท้จริง"

นอกจากการผลิตยาเคมี “ภญ.สุภัทรา” กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประเทศในแถบตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE แสดงความสนใจใน "สมุนไพรไทย" อย่างมาก และมีการเจรจาทำ MOU กับ อย. เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสทองที่ไทยจะได้ขยายตลาด Niche Market ที่มีกำลังซื้อสูง

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

"อย่าเป็นของตาย" ต้องรุกตลาดสากล

ภก.สุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอุปนายก สมาพันธ์อุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA) กล่าวว่าที่ผ่านมาไทยมีของดีแต่ "คนหาเราไม่เจอ" ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องใช้เวทีระดับโลกอย่างงาน CPHI เป็นช่องทางในการเปิดตัวและสื่อสารศักยภาพด้านการผลิต ทั้งในกลุ่ม "ยาใหม่" และ "ยาชื่อสามัญ" (Generic Drugs) ที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำแต่คุณภาพสูง เพื่อนำเงินตราต่างประเทศกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

โลกปัจจุบันไม่ได้เจรจาบนกติกาเดิมอีกต่อไป แต่มีการ "แบ่งขั้ว" อย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศเล็กๆ อย่างไทย

"เราต้องเตรียมตัวพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะในยามวิกฤต การที่เขาเคยสัญญาว่าจะให้ เขาอาจจะไม่ให้เราก็ได้ ซึ่งความมั่นคงทางยาจะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน"

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ คือการปรับมุมมองต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยต้องเร่งสร้าง Connection และเปิดโลกทัศน์ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้ระบบการผลิตมีความยืดหยุ่น (Resilience) สามารถปรับเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบหรือคู่ค้าได้ทันทีหากเกิดวิกฤตการณ์ปิดกั้นทางการค้า

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

จากยาสามัญสู่ "ยาชีววัตถุ" (ATMP)

ภก.สุรชัย ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมยาไทยที่ประมาณการไว้ที่ 7% ต่อปี โดยมองว่าแม้ปัจจุบันไทยจะเก่งเรื่อง "ยาสามัญ" (Generic Drugs) ที่เป็นเสมือน "พี่ใหญ่" ในการหาเงินเข้าประเทศ แต่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Biological และ ATMP (Advanced Therapy Medicinal Products)

"เราต้องรีบผลักดันน้องชายที่เก่งนวัตกรรมขึ้นมาสู้ เพราะเทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนไปวัดกันที่ยาชีวภาพและเซลล์บำบัด" ภก.สุรชัย กล่าว พร้อมย้ำว่าการลงทุนในเทคโนโลยีเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง (High Efficiency) คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างอินเดียและจีนได้

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

3 เสาหลัก 'ความมั่นคงทางยา' ยุค Post-Pandemic

ดร.พญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่าโลกหลังยุคโควิด-19 บังคับให้ทุกประเทศต้อง "พึ่งพาตนเอง" มากขึ้น GPO จึงวางแนวทางไว้ใน 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. ยกระดับ 'ต้นน้ำ' (Upstream): มุ่งเน้นการพัฒนาวัตถุดิบทางยา (API) เองในประเทศ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมดันผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์และสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

2. บริหารคลังยาสำรอง (National Stockpile): การจัดการสต็อกยาในกลุ่มโรคสำคัญ เช่น HIV, ตับอักเสบ, วัณโรค และยากำพร้าที่หาได้ยาก เพื่อให้มั่นใจว่า Supply ในประเทศจะไม่ขาดช่วง

3. ความพร้อมด้านวัคซีน: พัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตทั้งแบบ Egg-based และ Cell-based เพื่อรองรับโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

“สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือการรุกเข้าสู่เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง เพื่อพาไทยพ้นจากกับดักการเป็นเพียงผู้ผลิตยา ไปสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรม ได้แก่ ATMP ยามุ่งเป้าและการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ,Personalized Medicine การพัฒนาวัคซีนรักษามะเร็งเฉพาะบุคคล และBiologics & Biosimilars: เร่งการผลิตยาชีววัตถุที่กำลังเป็นเทรนด์หลักของโลกสุขภาพ”

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

ปักหมุดความมั่นคงทางยาด้วยนวัตกรรมขั้นสูง

น.ส.รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้จัดงาน “CPHI South East Asia” ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดำเนินการภายใต้แนวคิด The Gateway to the ASEAN Pharma Industry ที่จะมุ่งเน้นไปที่ ATMP และ Biopharma ซึ่งเป็นเทรนด์การรักษาแห่งอนาคต โดยได้รับความร่วมมือจาก อย. ในการเปลี่ยนบทบาทจากการกำกับดูแลเพียงอย่างเดียว มาเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เพื่อสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศในระยะยาว

“เราไม่ได้คุยแค่เรื่องยา Generic อีกต่อไป แต่เรากำลังสร้างนิเวศน์ที่เอื้อต่อการผลิตยาขั้นสูง ซึ่งจะทำให้ไทยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเป็นฐานการผลิตสำคัญในอาเซียนได้”

นอกจากเป็น งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยาครบวงจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมนวัตกรรมจากกว่า 400 บริษัททั่วโลกโชว์ศักยภาพ เปิดไฮไลต์โซนพาวิลเลี่ยนนานาชาติ 8 ประเทศ เรียนรู้เทรนด์นวัตกรรมจากประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และอียิปต์ พร้อมพื้นที่เจรจาธุรกิจ อัปเดตความรู้ด้านวิชาการกว่า 60 หัวข้อ ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 10,000 คนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก อีกหนึ่งงานที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

สำหรับ ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้ คือการปรับตัวของภาคการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive) ที่เริ่มเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการผลิต (Transformation) มาสู่การรับจ้างผลิตเครื่องมือแพทย์ (Medical Device Manufacturing) เพื่อรองรับนโยบาย Medical Hub ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมรับช่วงผลิตในไทยที่จะเข้าไปแทรกตัวอยู่ใน Supply Chain ระดับโลก

น.ส.รุ้งเพชร กล่าวต่อว่า โรงงานแต่ละแห่งต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่า 100 ล้านบาทเพื่อยกระดับมาตรฐานนี้ ดังนั้น หน้าที่ของ Informa คือการพาผู้ซื้อจากทั่วโลกมาทำความตกลงทางธุรกิจ เพื่อใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่ไทยมีอยู่ให้สูงสุด งาน CPHI South East Asia คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยย่นระยะเวลาในการหา Supply Chain สำหรับผู้ประกอบการไทย

"งานนี้มีโซลูชันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ แต่เรายกทั่วโลกมาไว้ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้อัปเดตเทรนด์และสร้างพันธมิตรในระดับสากล"

ผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้จาก เว็บไซต์: www.cphi.com/sea หรือ Facebook / LinkedIn: CPHI South East Asia | Instagram: @CPHI_SEA

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน

อุตสาหกรรมยา ATMP ไทยรุ่ง 'CPHI 2026'เปิดประตูสู่ตลาดยาอาเซียน