วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เครื่องมือแพทย์ส่อขาดตลาด ก.ค.นี้ ฝากรัฐเลิกแช่แข็งราคา-เปิด Fast Track

เครื่องมือแพทย์ส่อขาดตลาด ก.ค.นี้ ฝากรัฐเลิกแช่แข็งราคา-เปิด Fast Track

ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ดูเหมือนไกลตัว แต่ในความเป็นจริงกำลังคืบคลานเข้าสู่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลไทยอย่างเงียบเชียบ เมื่อ "ถาดเครื่องมือแพทย์ ถุงน้ำเกลือ" ที่หมอและพยาบาลต้องใช้ช่วยชีวิตคนไข้กำลังกลายเป็นตัวประกันในวิกฤตน้ำมัน  ความผันผวนในตะวันออกกลาง และนโยบายปิดกั้นของจีน กำลังส่งผลความมั่นคงทางสาธารณสุขของไทยอย่างรุนแรง

นายจารุเดช คุณะดิลก กรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม.อี. เมดิเทค จำกัด และในฐานะประธานที่ปรึกษาและกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กล่าวว่าวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในลักษณะโดมิโนต่อภาคการผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะการเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตด้านต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งในส่วนของวิกฤตน้ำมันและค่าขนส่ง ตอนนี้ ค่าระวางเรือและขนส่งปรับเพิ่มขึ้นทันที 40% และบางกรณีที่ต้องเร่งรัดการจัดส่ง ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่าจากสถานการณ์ปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'Osscentric Medical Sandbox' เชื่อมแพทย์-วิศวะ ดัน MedTech ไทยโตสากล

วีนง่าย หงุดหงิดบ่อย เช็ก'ฮอร์โมน VS พฤติกรรม' พร้อมทริคคุมอารมณ์

สารตั้งต้นผลิตพลาสติกทางการแพทย์ ค่าขนส่งสูงขึ้น 40%

ขณะที่สารตั้งต้นโพลีโอเลฟิน เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกและพอลิเมอร์ต่างๆของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เกือบทุกชนิด ตั้งแต่กระบอกฉีดยาไปจนถึงสายน้ำเกลือ ความผันผวนของราคาน้ำมันทำให้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงภายในเดือนกรกฎาคมนี้

“ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับขึ้นทันที 50% ในรอบการส่งมอบล่าสุด และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องครั้งละ 40-50% ในทุกรอบคำสั่งซื้อ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนการผลิต เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารจัดการภายในได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับโควตาวัตถุดิบ คู่ค้าเริ่มจำกัดปริมาณการขาย (Allocation) ไม่สามารถสั่งซื้อได้ตามปริมาณที่ต้องการเพื่อสำรองการผลิตของผู้ประกอบการ ดังนั้น ขณะนี้ผู้ผลิตไทยกำลังเผชิญกับสภาวะหายใจไม่ออกทางธุรกิจ"ก่อนจะถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายจากประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีนที่จำกัดการส่งออกเคมีตั้งต้นเหลือเพียง 20-30% จากยอดสั่งซื้อปกติ”นายจารุเดช กล่าว

ผู้ผลิตแบกรับขาดทุนแทนรัฐ

ตอนนี้ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นแบบรายวัน ควบคู่กับระบบประมูลราคาคงที่รายปีของภาครัฐ ซึ่งขาดกลไกการปรับราคาตามสถานการณ์จริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระขาดทุนแทนรัฐ 

นายจารุเดช ประเมินว่าหากไม่มีการทบสูตรราคากลาง ผู้ประกอบการหลายรายจะถึงจุดอิ่มตัวและอาจต้องปิดตัวลงภายในเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้ ฉะนั้น การบริหารจัดการเพื่อความอยู่รอดและป้องกันการกักตุนสินค้าจองโรงพยาบาล ผู้ผลิตจำเป็นต้องจำกัดโควตาการส่งมอบเหลือเพียง 50% เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะกระจายไปถึงโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วประเทศกว่า 5,000 แห่ง (รวมโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 1,700 แห่ง และสถานีอนามัย/รพ.สต.) ได้อย่างทั่วถึง

อย.-สธ.เปิด Fast Track หนุนผู้ผลิต

นายจารุเดช กล่าวต่อไปว่าสำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงในระยะสั้นนั้น ต้องเริ่มจากการจำกัดโควตาส่งมอบสินค้า เพราะขณะนี้หลายๆ โรงพยาบาลได้มีการสต็อกสินค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะเกิดการขาดแคลนสินค้าจากการกักตุน ต้องจ่ายสินค้า 50% ของยอดสั่งซื้อ  รวมถึงควรให้สิทธิ์ขาดในการส่งมอบสินค้าแก่ห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉินก่อน รวมทั้ง ควรเจรจาลดสต็อก โดยขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลลดการเก็บสต็อกในระยะยาว เพื่อส่งมอบใช้รายวัน และต้องตรึงราคาชั่วคราว พยายามรักษาเสถียรภาพราคาให้นานที่สุด เพื่อลดกระทบต่อผู้ป่วย

“ภาครัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับดูแล มาเป็นผู้เกื้อหนุน โดยเร็วที่สุด อย่างกรมศุลกากร และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ควรใช้กลไกระบบทางด่วนพิเศษ (Fast Track) สำหรับนำเข้าวัตถุดิบเร่งด่วน โดยเฉพาะอย. รับรองสถานะผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ตัวจริง เพื่อลดขั้นตอนการตรวจเอกสารที่ซ้ำซ้อนและผ่อนผันการตรวจสอบเต็มรูปแบบในระยะสั้น ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข ควรจัดทำRoadmap และช่องทาง Feedback เร่งด่วน เพื่อรับฟังปัญหาการขาดแคลนสินค้าในระดับปฏิบัติการ และพิจารณาปรับเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างให้มีความยืดหยุ่นตามต้นทุนที่แท้จริง”นายจารุเดช กล่าว

ส่วน กระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ควรจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกิจ เข้าตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการทันที พร้อมทั้งอนุมัติโครงการสนับสนุนงบประมาณลดต้นทุน โดยไม่ต้องรอรอบปีงบประมาณตุลาคม เพราะความเดือดร้อนของผู้ผลิตรอไม่ได้ และเร่งอัตราการผลิตในประเทศ เพื่อทดแทนสินค้าจีนที่เริ่มขาดตลาดและมีราคาไม่แน่นอน ควยคู่ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มทุนและสามารถแข่งขันได้

ผู้ผลิตดึงนวัตกรรมจัดการโลจิสติกส์

นายจารุเดช กล่าวด้วยว่าในส่วนของผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์นั้น ขณะนี้เมื่อกลไกรัฐมีข้อจำกัดด้านเวลา ภาคเอกชนต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติระบบโลจิสติกส์ด้วยตัวเองผ่านโมเดล "Shared Logistics" เพื่อความอยู่รอดของทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาลภาครัฐ ปัจจุบันเวลาไปจัดสินเครื่องมือแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ จะเป็นแนวคิดต่างคนต่างส่งซึ่งทำให้เสียต้นทุนในค่าขนส่ง

“หากปรับแนวคิดการขนส่งผลิตภัณฑ์เป็นการรวมศูนย์  เช่น หากมีหลายบริษัทต้องส่งสินค้าไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ก็ให้ใช้ระบบตัวกลางรวมสินค้าทั้งหมดลงในรถคันเดียว เพื่อเฉลี่ยต้นทุนคงที่และลดผลกระทบจากค่าน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งหน่วยงานกลางที่ทำได้ คือ ภาครัฐ ต้องเป็นเจ้าภาพ และทำให้เกิดการรวมศูนย์ให้ได้ เพื่อช่วยผู้ประกอบการ และประชาชน เพราะเรื่องของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์เป็นธุรกิจที่ช่วยชีวิตของผู้คน” นายจารุเดช กล่าว