โรงพยาบาลนครธน กำลังขยายระบบนิเวศทางสุขภาพอย่างครบวงจรผ่านโครงการ Nakhonthon Long Life Center เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูร่างกายด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์และดนตรีบำบัด สามารถเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลหลักเพียง 350 เมตร สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเพื่อบริหารจัดการที่พักอาศัยระยะยาวภายใต้มาตรฐานการออกแบบสากลและระบบกรองอากาศระดับห้องผ่าตัด ในด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเขตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ควบคู่ไปกับการเตรียมเปิดรับสิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลนครธน 2 ในอนาคตอันใกล้
"พญ.ศิเรมอร ทองสิมา” ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงแผนยุทธศาสตร์ Health Care Ecosystem ของกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลนครธน มุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านสุขภาพใน ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยออกแบบระบบนิเวศทางการแพทย์ให้ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ก่อนกำเนิดจนถึงการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อสร้างความไว้วางใจและแบ่งเบาภาระของครอบครัวผู้รับบริการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'นครธน' ขยายทีมกุมารแพทย์ 15 สาขา รับดีมานด์ โตสวนเทรนด์เกิดลด
'Osscentric Medical Sandbox' เชื่อมแพทย์-วิศวะ ดัน MedTech ไทยโตสากล
เน้นรักษาโรคซับซ้อนระดับพรีเมียม-บริการมาตรฐาน
โดยโรงพยาบาลนครธน 1 เน้นการรักษาโรคซับซ้อนระดับพรีเมียม ส่วน นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ (Nakornthon Long Life Center) โครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อมาเติมเต็ม Ecosystem ของกลุ่มโรงพยาบาล เพื่อตอบรับกับวิกฤติสังคมสูงวัย (Aged Society) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตัวอาคารอยู่ห่างจากโรงพยาบาลนครธนเพียง 350 เมตร ทำให้มีจุดแข็งด้านการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างไร้รอยต่อและปลอดภัย
ส่วน โรงพยาบาลนครธน 2 เน้นบริการมาตรฐานและกลุ่มประกันสังคม ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มเปิดรับผู้ประกันตนได้ในปี 2570 โดยคาดหวังจำนวนผู้ประกันตนในระยะแรกที่ 50,000 ราย และตั้งเป้าขยายไปถึง 100,000 รายในอนาคต
“Roadmap ระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โรงพยาบาลนครธนตั้งเป้าหมายที่จะทำโครงสร้างทั้ง 3 ขานี้ให้แข็งแกร่งมั่นคงยิ่งขึ้น โดยจะยังไม่มีนโยบายที่จะขยายโครงสร้างหรือเปิดโรงพยาบาลแห่งที่ 3 หรือ 4 เพิ่มเติมในช่วงเวลานี้ เพื่อยึดมั่นการเป็นผู้นำด้านสุขภาพที่ครบวงจรที่สุดในเขตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก”
เติมเต็มระบบนิเวศโรงพยาบาลนครธน
“พญ.ศิเรมอร” ขยายความ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ (Nakornthon Long Life Center) ว่าเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนครธน โดยมีบริการที่อยู่อาศัยและดูแลระยะยาว (Residence & Long-term Care) การดูแลผู้ป่วยระยะยาวแบบรายเดือน รับดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือผู้ป่วยสโตรกที่ต้องการการพักฟื้น
โดยมีห้องพักรองรับหลายระดับตั้งแต่ห้องพัก 4 คน ไปจนถึงห้องเดี่ยว ที่ญาติสามารถพักร่วมด้วยได้ บริการดูแลระหว่างวัน (Day Care) การออกแบบเพื่อผู้สูงวัย (Universal Design) ตัวอาคารเน้นพื้นที่สีเขียว และใช้ระบบปรับอากาศอัดความเย็นเข้าอาคาร (Free Cool Fresh Air) ที่มีตัวกรองฝุ่น PM 2.5 และไวรัสได้เทียบเท่ามาตรฐานห้องผ่าตัด รวมถึงใช้กระจก 2 ชั้นเพื่อกันความร้อนและเสียงรบกวน
ศูนย์ดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) ธาราบำบัด (Hydrotherapy) บริการฟื้นฟูในน้ำซึ่งเป็นบริการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับศูนย์นี้โดยเฉพาะ การฟื้นฟูด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-assisted therapy) มีการนำหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาช่วยฝึกการเดินและการเคลื่อนไหวของแขนและขาทั้งระยางบนและระยางล่าง ช่วยให้การฟื้นฟูที่ดีขึ้น
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Center) การดูแลเชิงป้องกัน มีบริการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วย เช่น การให้วิตามิน (IV Drip) และโคลอนดีท็อกซ์ ดนตรีบำบัด (Music Therapy) เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ โดยมีการจ้างนักดนตรีบำบัดมืออาชีพแบบเต็มเวลา เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและสร้างความผ่อนคลายให้ผู้ป่วย ซึ่งผลตอบรับดีมากทั้งกับมารดาหลังคลอด และยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ช่วยเรื่องโฟกัสในกลุ่มเด็กสมาธิสั้นหรือเด็กออทิสติกได้อีกด้วย
ศูนย์ดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ให้บริการกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการเพียงการบรรเทาอาการปวดและพักฟื้นอย่างสงบ โดยละเว้นการทำหัตถการหรือการรักษาที่รุกล้ำร่างกาย ตัวศูนย์ตั้งอยู่ในซอยห่างจากโรงพยาบาลนครธนหลักเพียง 350 เมตร ทำให้เกิดการเชื่อมต่อบริการแบบไร้รอยต่อ (Seamless) หากผู้รับบริการเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น หลอดเลือดหัวใจหรือสมองตีบ ก็สามารถส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนครธน 1 ที่มีศูนย์เฉพาะทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สร้างความมั่นให้กับทั้งตัวผู้ป่วยและลูกหลาน
ใช้หุ่นยนต์ฝึกเดินฝีมือคนไทยลดนำเข้า
ศูนย์ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมของคนไทยมาใช้เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย โดยมีการใช้ หุ่นยนต์ (Robot) เพื่อช่วยฝึกการเดินและการเคลื่อนไหว ครอบคลุมทั้งส่วนแขนและขาทั้งระยางบนและระยางล่าง นวัตกรรมหุ่นยนต์นี้เกิดจากความร่วมมือและการพาร์ตเนอร์กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เฌ้อสเซอรี่ โฮม ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนผลงานของคนไทยที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าและไม่แพงเท่ากับการนำเข้าจากต่างประเทศ
"จุดเด่นสำคัญของหุ่นยนต์ที่นำมาใช้คือการพัฒนามาถึง เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสวยงามและเป็นมิตร โดยมีการใช้เทคโนโลยี 3D Printer มาพิมพ์ชิ้นส่วนประกอบบริเวณแขนและขาแทนการใช้กล่องสี่เหลี่ยมแบบรุ่นเก่า รูปลักษณ์ที่สวยงามและน่าใช้นี้ มีส่วนสำคัญอย่างมากในแง่ของจิตวิทยา เพราะช่วยดึงดูดให้ผู้ป่วยรู้สึกมีกำลังใจและอยากให้ความร่วมมือในการฝึกทำกายภาพบำบัดมากยิ่งขึ้นหากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหุ่นยนต์ (Robotic) ร่วมด้วย จะมีอัตราค่าบริการในส่วนนี้ร่วมด้วย"
รุกตลาดต่างชาติ-ประกันดูแลบั้นปลายชีวิต
ปัจจุบันฐานผู้มารับบริการของโรงพยาบาลนครธนเป็นชาวไทย 95% และ ชาวต่างชาติ 5% โดยกลุ่มลูกค้าต่างชาติหลักคือ ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในไทย (Expat) ชาวเมียนมา และชาวบังกลาเทศ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยชาวบังกลาเทศนั้นมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงมากหลังจากทางโรงพยาบาลได้เริ่มเปิดตลาดไปเมื่อปี 2567
สำหรับการขยายฐานลูกค้าในส่วนของ นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ทางโรงพยาบาลได้ใช้จุดแข็งของบริษัทพาร์ตเนอร์ที่เข้ามารับจ้างบริหารงาน คือ เฌ้อสเซอรี่ โฮม ซึ่งมีเครือข่ายร่วมกับสถานทูตหลายแห่ง โดยได้เริ่มดำเนินการรุกตลาดต่างชาติไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเจรจาและเยี่ยมเยียน สถานทูตอิสราเอล และ สถานทูตเมียนมา เพื่อประเมินแนวโน้มในการส่งต่อคนไข้และเตรียมทำตลาดร่วมกัน กำลังวางแผนที่จะติดต่อไปยังสถานทูตในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ ได้แก่ เปรู และกัวเตมาลา เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังได้ทำงานร่วมกับบริษัทประกัน ในแง่ของสิทธิประโยชน์และการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในส่วนของการเบิกเคลมค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หากเป็นการใช้บริการด้านการดูแลรักษาหรือทำกายภาพบำบัด ผู้ใช้บริการสามารถนำไป เบิกเคลมกับบริษัทประกันสุขภาพได้ตามปกติ และทางศูนย์ได้ดึงโมเดลความร่วมมือกับบริษัทประกันที่ทางเฌ้อสเซอรี่ โฮม มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วเข้ามาใช้ สอดคล้องกับเทรนด์
“ปัจจุบันที่บริษัทประกันหลายแห่งกำลังปรับตัวจากอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง หันมา ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับสังคมสูงวัยโดยเฉพาะ เพื่อให้วัยทำงานสามารถซื้อประกันเพื่อเป็นสวัสดิการรองรับการดูแลตนเองในระยะยาวหรือในบั้นปลายชีวิตได้ การมีหลักประกันนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งตัวผู้สูงอายุเองว่าจะไม่เป็นภาระของลูกหลาน และสร้างความสบายใจให้กับผู้ให้บริการด้วย”


