วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

ประเทศไทยกำลังนับถอยหลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร “เฌ้อสเซอรี่โฮม” (Chersery Home) ในฐานะผู้นำด้านการดูแลผู้สูงอายุ ได้เผยวิสัยทัศน์และก้าวต่อไปที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการรุกตลาดกลุ่มบริการส่งเสริมการดูแลที่บ้าน (Home Care) ที่คาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของบริการประเภทนี้อาจเติบโตสูงแตะระดับ 20,000 - 30,000 ล้านบาทต่อปี

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ หรือ “หมอเก่ง” เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเฌ้อสเซอรี่โฮม (Chersery Home) ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงไทยด้วย ได้ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงทิศทางธุรกิจและภาพรวมของอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุ (Care Economy) ที่กำลังจะพลิกโฉมไปจากเดิม

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

"Chersery Home" ยกโมเดลใหม่ ปั้นธุรกิจผู้สูงวัยครบวงจร สู่สังคมร้อยปีอย่างมีความสุข

สิ่งที่สูงวัยควรรู้ 'กินคาร์ไบโฮเดรต'อย่างไร? ให้ไม่อ้วน ไม่เสี่ยงโรค

จุดเปลี่ยนระบบสาธารณสุข สู่ขุมทรัพย์ “โฮมแคร์” หมื่นล้าน

ผู้บริหารเฌ้อสเซอรี่โฮม ฉายภาพระบบสาธารณสุขไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยใช้โมเดลแบบ Centralized Health Care หรือการรวมศูนย์ความเชี่ยวชาญไว้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งเมื่อเกิดวิกฤติอย่างโควิด-19 ทำให้เห็นถึงข้อจำกัด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ความแออัด และความไม่สะดวกในการเดินทางของผู้สูงอายุที่ต้องการพักฟื้นอยู่ที่บ้านมากกว่า

"สิ่งที่เรามองคือ หลังโควิดเป็นต้นมา แนวคิดจะเปลี่ยนจาก Centralized Care มาเป็น Decentralized Health Care คือการกระจายความเจริญ ความเชี่ยวชาญ บุคลากร และระบบการแพทย์ลงไปให้ถึงระดับชุมชนและที่บ้านให้ได้"

การเปลี่ยนผ่านนี้นำมาสู่โอกาสทางธุรกิจมหาศาล โดย นพ.เก่งพงศ์ ประเมินว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ธุรกิจกลุ่มที่อยู่อาศัย (Real Estate) สำหรับผู้สูงอายุอาจจะไม่เติบโตมากเท่ากับกลุ่มบริการส่งเสริมการดูแลที่บ้าน หรือ Home Care ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การส่งผู้ดูแลไปที่บ้าน บริการกายภาพบำบัด ไปจนถึงแพลตฟอร์มการขายและให้เช่าอุปกรณ์การแพทย์ โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของบริการประเภทนี้อาจเติบโตสูงแตะระดับ 20,000 - 30,000 ล้านบาทต่อปี

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

ชูกลยุทธ์ 3A สร้างความยั่งยืน กางแผนขยายฐานบริการ

การดำเนินงานของเฌ้อสเซอรี่โฮมตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ยึดมั่นในกลยุทธ์ “3A” เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

Accessible (เข้าถึงง่าย): บริการต้องเข้าถึงได้สะดวกและทั่วถึง Affordable (ราคาพอจ่ายได้): อัตราค่าบริการต้องไม่แพงจนเกินไป ทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง Accountable (รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ได้): ระบบต้องสามารถวัดผลลัพธ์ทางการแพทย์ได้จริง เช่น วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้าของการฟื้นฟูภายในระยะเวลาที่กำหนด 

ปัจจุบัน เฌ้อสเซอรี่โฮม เปิดให้บริการดูแลผู้สูงอายุแล้ว 4 สาขาหลัก ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ 13 (30 เตียง), สาขาราชพฤกษ์ (60 เตียง), สาขาพระราม 2 (40 เตียง), และสาขาสุขุมวิท 107 หรือแบริ่ง 15 (50 เตียง) รวมถึงคลินิกกายภาพบำบัดอีก 2 แห่ง

สำหรับบริการ Home Care ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเติบโต แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การส่งผู้ดูแลหรือพยาบาลไปเฝ้าที่บ้าน, บริการกายภาพบำบัดที่บ้าน และบริการเช่าอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบครบเซต (เช่น เตียงไฟฟ้า, เครื่องผลิตออกซิเจน, สายซักชั่น) ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,000 กว่าบาทต่อเดือน ซึ่งช่วยให้ครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อขาดที่อาจสูงถึงหลักแสนบาท โดยในอนาคตมีแผนจะขยายพื้นที่ให้บริการเช่าอุปกรณ์จากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ออกไปยังต่างจังหวัดในรัศมีไม่เกิน 80 กม. เช่น ลพบุรี ชลบุรี และหัวหิน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

อภิมหาโปรเจกต์ ‘นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์’ ผนึกกำลังกับธุรกิจประกัน

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของเฌ้อสเซอรี่โฮม คือการได้รับสิทธิ์บริหารโครงการ “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์” (Nakornthon Long Life Center) ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน ปี 2569 บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ย่านพระราม 2 ซึ่งจะเป็นศูนย์กายภาพบำบัดและดูแลผู้สูงอายุที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ศูนย์แห่งนี้จะให้บริการแบบครบวงจร 4 ส่วนหลัก

ได้แก่ Residence: บริการห้องพักมาตรฐานระดับ Nursing Home Advance Innovative Rehab Center: ศูนย์ฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำหุ่นยนต์ฝึกเดินและฟื้นฟูสัญชาติไทยมาใช้เป็นที่แรก ซึ่งมีราคาเพียง 2.5 ล้านบาท ช่วยประหยัดงบประมาณจากการนำเข้าหุ่นยนต์ต่างประเทศที่มีราคาสูงถึง 10-13 ล้านบาทได้ถึง 6 เท่า Wellness Senior Center: ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัย Palliative Care: การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด 

โดยเฉพาะกลุ่ม Palliative Care ถือเป็นบริการที่ตลาดมีความต้องการสูงมาก เฌ้อสเซอรี่โฮม จึงได้จับมือกับบริษัทประกันชีวิตชั้นนำ อาทิ ไทยประกันชีวิต, เมืองไทยประกันชีวิต, และ AIA เพื่อออกแบบความคุ้มครองรูปแบบใหม่ ที่ทำให้ผู้เอาประกันสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการพักฟื้นที่ศูนย์ได้ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนทั่วไปกว่าครึ่งหนึ่ง นับเป็นการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบประกันสุขภาพ

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

ปั้นโมเดล Daycare แห่งอนาคต ผลักดันตั้ง “สภาวิชาชีพ”

ผู้บริหารเฌ้อสเซอรี่โฮม ยังมองว่า โมเดลศูนย์ดูแลแบบไปเช้าเย็นกลับ (Daycare) คือทางออกแห่งอนาคตของประเทศ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่สูงและไม่เป็นภาระงบประมาณภาครัฐจนเกินไปนัก ซึ่งปัจจุบันทางเอกชนได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าไปช่วยบริหารจัดการศูนย์ Daycare ให้กับทางภาครัฐและท้องถิ่นในอนาคต

สิ่งที่ นพ.เก่งพงศ์ พยายามผลักดันอย่างหนักในฐานะนายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงไทยก็คือ การผลักดันให้มีพ.ร.บ. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดตั้งสภาวิชาชีพ (คล้ายกับแพทยสภาหรือสภาการพยาบาล) ทำให้มีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งสภาวิชาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อออกใบอนุญาต (License) ควบคุมมาตรฐาน สัญญาจ้าง และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ดูแล (Caregiver) ซึ่งหากทำสำเร็จ จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะผู้ดูแลผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และเพิ่มศักยภาพให้ไทยพร้อมเป็น Medical Hub อย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่เริ่มเข้ามาศึกษาลู่ทางลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการและพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เนื่องจากการขับเคลื่อนกฎหมายระดับ พ.ร.บ. นั้นต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก สมาคมซึ่งเป็นตัวแทนของภาคเอกชน ได้รวมตัวกันและเชิญหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงคณะพยาบาลศาสตร์และสถาบันการศึกษา เข้ามาฟอร์มทีมเป็นคณะทำงานร่วมกันช่วยกันผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ขึ้นมาให้สำเร็จหากการผลักดัน พ.ร.บ. สำเร็จ จะเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การจัดตั้ง“สภาวิชาชีพ”ตามมา เพื่อให้มีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลมาตรฐานของอาชีพนี้ต่อไป 

“การมีสภาวิชาชีพจะสร้างความมั่นใจให้ภาคประชาชนผู้ใช้บริการสร้างระบบฐานข้อมูลที่ประชาชนสามารถตรวจสอบเลขใบอนุญาต วุฒิบัตร และประสบการณ์ทำงานจริงของผู้ดูแลได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ลักษณะเดียวกับการตรวจสอบสถานะของแพทย์) ช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นใจและเชื่อใจได้ว่าผู้ที่มาดูแลพ่อแม่ของตนนั้นมีคุณสมบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยจริง เพราะมีระบบดูแลอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการมีอำนาจตามกฎหมายในการควบคุมมาตรฐานการทำงาน ดูแลความชัดเจนเรื่องสัญญาจ้าง จัดสอบใบอนุญาต (License) รวมถึงมีระบบรองรับในการจัดการปัญหาหรือการฟ้องร้องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างผู้จ้างและผู้ดูแลด้วย" 

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน

'เฌ้อสเซอรี่โฮม’ รับเมกะเทรนด์สูงวัย ฟันธงตลาด ‘โฮมแคร์’ โตทะลุ 3 หมื่นล้าน