วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ตลาด AI ด้านการแพทย์ปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตจาก 36,670 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 สู่ 505,590 ล้านดอลลาร์ในปี 2576 (ข้อมูลจากบริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด) และจากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) พบว่าความต้องการรับบริการสาธารณสุขของไทย แต่ไม่ได้รับบริการของผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้นราว 27%

ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรอยู่ที่ 1:2,497 และในภาคใต้อยู่ที่ 1:1,831  ซึ่งAI ทางการแพทย์   จะมีบทบาทเข้ามาเติมเต็ม ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนได้มากขึ้น  ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ป่วยที่รอคิวเข้ารับการตรวจ วินิจฉัยในเวลานานๆ สามารถเข้าถึงบริการแพทย์ได้รวดเร็วและทั่วถึง ตลอดจน โอกาสรับการรักษาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

วันนี้ (20 มีนาคม 2569) ที่โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สทนว.) และรังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย (รสท.) จัด "AISaMD Demo Day: The first step ผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ไทย มุ่งสู่มาตรฐานในระดับสากล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เตือน! 'อดนอน' เสี่ยงทำลายสมอง ย้ำ 'การนอนคุณภาพ' กุญแจสุขภาพดี

เสียงจากใจทลายกำแพงความเงียบ 'Propoliz' ชวนส่งเสียง...ถึงใจให้คนหูหนวก

ก้าวข้ามขีดจำกัดจาก ML สู่ AI ของจริง

พร้อมประกาศลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับสำคัญ ได้แก่ 1. การลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาการประเมิน ตรวจสอบ และทดสอบด้านสมรรถนะและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์รวมถึงเครื่องมือแพทย์ซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ ระหว่าง สทนว. สวทช. และ อย. และ 2.การลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการพัฒนาหลักเกณฑ์และบริการทดสอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล ระหว่าง เนคเทค-สวทช. และ รทส. เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบและกำกับดูแลนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมด้านเครื่องมือแพทย์ บริการทางการแพทย์และยา กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศขนาดกลางที่มีระบบสาธารณสุขเข้มแข็ง เรามี Data Asset ขนาดใหญ่และมีคุณภาพมากพอที่จะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการก้าวข้ามขีดจำกัดของ Machine Learning (ML) แบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น AI ของจริง ทีมีความสามารถในการใช้เหตุผลทางคลินิก (Clinical Reasoning) ได้อย่างเป็นอิสระ

 Precision Medicine หรือการยกระดับสู่การแพทย์แม่นยำที่สามารถวินิจฉัยและให้คำปรึกษาที่จำเพาะเจาะจงต่อตัวบุคคล ,Health Management  การใช้ AI เข้ามาจัดการระบบสุขภาพและบริหารจัดการโรงพยาบาลในระดับมหภาคเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด การเปลี่ยนผ่านเหล่านี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าจากเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็น "ที่ปรึกษาอัจฉริยะ" ที่ทรงพลังและไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอนการรักษา

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

สร้างความเชื่อมั่น AI เครื่องมือแพทย์ไทย

“ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ เราไม่ได้ถูกจำกัดให้เป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้งานเท่านั้น แต่เรามีศักยภาพกว่านั้น การเลือกสวมบทบาทเป็นทั้งผู้ผลิต (Producer) และ ผู้ใช้ (User) คือยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพ เพราะการพัฒนา AI ขึ้นเองหมายถึงการที่เราสามารถควบคุมคุณภาพและทดสอบความแม่นยำให้สอดคล้องกับพันธุกรรมและบริบทของคนไทยได้ โดยต้องอาศัย ความเร็ว (Speed) ที่เกิดจากความร่วมมือกันอย่างฉับไว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน 4 เสาหลักคือ ความปลอดภัย (Safety), คุณภาพ (Quality), ประสิทธิภาพ (Efficacy) และ ประสิทธิผล (Effectiveness) เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย"

นพ.สุวิทย์ กล่าวต่อว่าวันนี้เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนา AI Software as Medical Device (AISaMD) ความร่วมมือของทุกหน่วยงานจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ และร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศให้เป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล การทำงานร่วมกับภาคเอกชน มาตรฐานกฎหมาย ไปจนถึงประเด็นที่ต้องผลักดันอย่างจริงจัง เช่น จริยธรรม AI และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐเพื่อรองรับต้นทุนพัฒนานวัตกรรม”

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ฐานการวิจัย หนุน AI การแพทย์ ‘Made in Thailand’

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในด้านการแพทย์ที่ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสร้างเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การพิสูจน์ว่า AI นั้นมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้จริง สวทช. จึงมุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือ 2 ส่วนสำคัญในวันนี้สะท้อนภาพระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ได้แก่ ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง อย. ในฐานะผู้กำกับดูแลหลักเกณฑ์ สวทน. ผู้สนับสนุนทุนและช่องทางเชิงพาณิชย์ และ สวทช. ซึ่งเป็นฐานการวิจัยและทดสอบทางเทคนิคมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ผ่านห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ หรือ SQUAT และศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC อีกทั้งความร่วมมือระหว่างเนคเทค สวทช. และ รสท. ที่นำมาตรฐานทางเทคนิคมาผสานกับมาตรฐานทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะแปลผลได้ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้ใช้งานจริง

ทั้งนี้ในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ สวทช. จะนำโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนการตรวจสอบ AI ทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังเพื่อผลักดันนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI การยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล การให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนสนับสนุนงานวิจัยและกำลังคนผ่านศูนย์วิจัยแห่งชาติ นอกจากนี้ สวทช. ยังพร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ตามที่ อย. มอบหมาย เพื่อเร่งกระบวนการขึ้นทะเบียนให้รวดเร็วขึ้น

“ความสำเร็จจากโครงการ AISaMD วันนี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่าหากเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นวัตกรรมและเครื่องมือแพทย์ ‘Made in Thailand’ จะสามารถยืนหยัดและมีความน่าเชื่อถือในเวทีโลก ซึ่งทั้งหมดนี้คือ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและทดสอบเครื่องมือแพทย์ระดับสูงในอาเซียนและสากล” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าว

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

3 แนวทางดันนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่มาตรฐานโลก

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ภารกิจหลักของ อย. คือ การคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้นำนวัตกรรมออกสู่ตลาดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่ามกลางความท้าทายของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้ามาของซอฟต์แวร์และ AI

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ อย. ได้มุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การให้คำปรึกษาเชิงรุก เพื่อให้ความรู้แก่ผู้วิจัยตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดทางกฎหมาย 2. การบูรณาการองค์ความรู้ โดยนำเกณฑ์ประเมินสมรรถนะและความปลอดภัยมาใช้เป็นหลักการสำคัญในการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ และ 3. การพัฒนาบุคลากรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและยกระดับศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ

"อย. พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งเคียงข้างกับทุกท่านตั้งแต่ต้น พร้อมที่จะเป็น Supporter, Facilitator และ Initiator ให้กับทุกท่าน เราพร้อมที่จะส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำกับท่านตั้งแต่เริ่มวิจัย หรือตั้งแต่มีแนวความคิดที่จะประดิษฐ์" 

อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันเครื่องมือแพทย์จะเป็นลักษณะ "ปลาเร็วกินปลาช้า" การรอให้วิจัยเสร็จแล้วค่อยเดินไปหา อย. อาจจะไม่ทันการและเป็นความพ่ายแพ้ทางธุรกิจ การที่ อย. กระโดดเข้ามาอยู่ใน Ecosystem ตั้งแต่ขั้นตอนไอเดีย จะช่วยลดความเสี่ยง (De-risking) และเร่งกระบวนการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด (Time-to-Market) ได้

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ดึงศักยภาพนักวิจัยไทย เปลี่ยนงานวิจัยสู่มูลค่าเศรษฐกิจ

ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ สทนว. กล่าวว่า เทคโนโลยี AI และซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ คือ โอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย โดย สทนว. มีเป้าหมายชัดเจนในการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อดึงศักยภาพของนักวิจัยและสตาร์ตอัปไทยออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ เพื่อนำความฉลาดของ AI ออกจากห้องวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์และระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม

โดย สทนว. มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. การส่งเสริมให้นวัตกรรม AI ที่ผ่านการรับรองเข้าสู่ตลาดและระบบสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว 2. การเชื่อมโยงสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech กับแหล่งทุนและนักลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรม และ 3. การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายพันธมิตรเพื่อบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมดิจิทัลให้เติบโตอย่างมั่นคง

“ความร่วมมือในวันนี้คือการประกาศความพร้อมว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำคือการวิจัย กลางน้ำคือการรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงปลายน้ำคือการขับเคลื่อนธุรกิจในระดับสากล ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการนำนวัตกรรมเหล่านี้เข้าสู่ระบบ สปสช. (บัตรทอง) เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงในภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการ "Unlock Bottleneck" ครั้งใหญ่ที่ทำให้สตาร์ทอัพไทยมีรายได้หมุนเวียนจริง ไม่ใช่แค่การชนะงานประกวด"

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

 AISaMD ปี 2 ยกระดับผู้ประกอบการAI เครื่องมือแพทย์ไทย

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า โครงการ AISaMD เกิดจากโจทย์ที่ท้าทายในการสร้างกลไกเร่งด่วนที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลให้กับนวัตกรรม AI ทางการแพทย์ของไทย ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เนคเทคได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคที่ใช้งานได้จริงผ่านห้องปฏิบัติการทดสอบซอฟต์แวร์ SQUAT โดยมีการจัดทำหลักเกณฑ์ประเมินสมรรถนะและความปลอดภัย รวมถึง AISaMD Template ที่เปรียบเสมือนคัมภีร์ช่วยผู้ประกอบการลดระยะเวลาในการเตรียมเอกสารเทคนิคให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. โดย เนคเทคยังคงเดินหน้าโครงการสู่ปีที่ 2 มุ่งยกระดับการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ไทย ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก สทนว. และพันธมิตร อย. และ รสท. เพื่อปลดล็อกอุปสรรคให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขออนุญาตขึ้นทะเบียน AI เครื่องมือแพทย์ จาก อย. ได้อย่างมั่นใจ

“เนคเทค สวทช.เชื่อมั่นว่าการผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของเนคเทคเข้ากับความเชี่ยวชาญทางคลินิกของ รสท. ที่นำมาใช้ในชุดข้อมูลทดสอบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน เพื่อให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด”  ดร.ชัย กล่าว

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ยกระดับมาตรฐานการแปลผล AI รังสีวินิจฉัยเพื่อสุขภาวะคนไทย

ดร.นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ รองประธานกรรมการ AI รสท. กล่าวว่า คุณภาพและมาตรฐานในการแปลผลของ AI อ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจรักษาชีวิตคนไข้ โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของ AI เมื่อเทียบกับมาตรฐานวิชาชีพ ภายใต้ความร่วมมือนี้ รสท. จะเข้ามาเป็นกระดูกสันหลังในการประเมินผลผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การกำหนดมาตรฐานการแปลผล โดยนำองค์ความรู้ทางรังสีวินิจฉัยมาตั้งเกณฑ์ความแม่นยำเพื่อลดความผิดพลาด 2. การคัดเลือกข้อมูลอ้างอิง (Gold Standard) เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการวัดประสิทธิภาพของอัลกอริทึม และ 3. การประเมินความสอดคล้องทางคลินิก เพื่อให้ระบบ AI สามารถใช้งานได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย

“รสท. เชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีและมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของเนคเทค สวทช. เข้ากับความเชี่ยวชาญทางรังสีวิทยาของสมาคมฯ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ AI ทางการแพทย์ของไทยเป็นเทคโนโลยีที่ไว้วางใจได้ในทุกการวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยยกระดับสุขภาวะของประชาชนไทยให้ได้รับการบริการที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน” ดร.นพ. ศุภฤกษ์ กล่าว

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงาน 5 ผลิตภัณฑ์ AI เครื่องมือแพทย์ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวสู่การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ได้แก่ ‘BITNET’ ระบบคัดกรองความผิดปกติในช่องท้องส่วนบนแบบเรียลไทม์ที่ช่วยแยกกลุ่มโรคได้แม่นยำถึง 14 กลุ่ม ‘TrueEye Health Screening’ แอปพลิเคชันประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นจอตาและโรคไตเรื้อรังจากรูปถ่ายจอประสาทตา ‘AI Hip Fracture Detection’ ที่ใช้ตรวจจับและระบุตำแหน่งกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์ ‘Liversound’ ระบบช่วยคัดกรองมะเร็งตับด้วยอัลตราซาวด์ที่มาพร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อพบรอยโรคที่มีความเสี่ยง และ ‘Aiceda BreastX’ แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับตรวจหามะเร็งเต้านมเบื้องต้นที่รองรับการประมวลผลภาพจำนวนมากและสามารถออกรายงานผลได้ทันที

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย

ไทยพร้อม! AI การแพทย์สู่มาตรฐานสากล เน้นแม่นยำวินิจฉัย -ปลอดภัยผู้ป่วย