ด้วยความที่ตั้งเป้าเป็น ‘มหานครแห่งสมุนไพร’ หรือ Herbstopia ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ตั้งแต่ปลูกลาเวนเดอร์และสมุนไพรต่างๆ พัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์และบริการ ล่าสุด ‘เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท’ผุด Wasabi World (Thailand) แหล่งเรียนรู้ “วาซาบิ”ตั้งแต่ปลูก แปรรูป ไปจนถึงโอกาสในการสร้างรายได้ ผลิตภัณฑ์อาหารจาก Wasabi Food Lab เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมที่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
30 ปีที่แล้ว เพ ลา เพลิน เริ่มจากธุรกิจการศึกษานำครูต่างชาติเข้าไปสอนในโรงเรียนทั่วประเทศ ต่อมาได้นำ “ลาเวนเดอร์”ดอกไม้เมืองหนาวมาปลูกสร้างแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนและแตกโมเดลธุรกิจสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) ในพื้นที่กว่า
400 ไร่ ที่อ.คูเมือง ซึ่งห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ 30 กิโลเมตร จนกลายเป็นอุทยานไม้ดอกเมืองหนาวแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำก้าน ใบ ดอก มาพัฒนาเป็นสินค้า ช่วยให้เกษตรกรและชุมชนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ เกิดการเรียนรู้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้ทุกกระบวนการตั้งแต่ปลูกจนถึงแปรรูป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘เพ ลา เพลิน’ พื้นที่เรียนรู้ ในวันที่มากกว่า 'Wellness Tourism'
DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย
ตั้งเป้าเป็น“มหานครแห่งสมุนไพร”
“ประณัย สายชมภู” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด เล่าว่า ภายใน เพ ลา เพลิน ยังมี ‘อโรคยา เวลเนส ศาลา’ (Arokaya Wellness Sala) เป็นศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดการรักษาโรคด้วยสมุนไพร เป็นศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมที่มีทั้งทีมแพทย์จากศาสตร์แผนไทย เป็นการผสานภูมิปัญญาอย่างการสุมยา การนวดประคบ นวดกษัย ฝังเข็ม พอกตา เผายา
โดยใช้สมุนไพรจากวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรของเพ ลา เพลิน ไม่ว่าจะเป็น ขมิ้นชัน ตะไคร้ ลาเวนเดอร์ ข้าว กะเม็ง ล่าสุด คือ วาซาบิ มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ AKAYA (เอกายา) ทั้งเซรั่ม ครีมบำรุง น้ำมันนวด จำหน่ายและใช้ใน เพ ลา เพลิน เวลเนส อีกด้วย
ประณัย บอกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน คือ การทำธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสได้ตั้งแต่การปลูกพืชและสมุนไพร ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทั้งเชิงสุขภาพและอาหาร ซึ่งทำให้เห็นว่าเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนชุมชนได้จริง และสามารถพัฒนาสู่โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
"ทุกวันนี้กลุ่มลูกค้าหลักเป็นสถาบันการศึกษาที่พานักเรียนมาทัศนศึกษาและทำกิจกรรมเฉลี่ยปีละ 200,000 คน การเป็น“มหานครแห่งสมุนไพร”ไม่ใช่แค่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมาร่วมกันพัฒนาชุมชนในอีสานอย่างยั่งยืนต่อไป"
วาซาบิ เวิลด์ ไทยแลนด์ “อีสาน”
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ทางด้านแพทย์แผนไทยมากขึ้น “หมอนนท์-พท.ป.ปริวรรตน์ จารุชลีย์ภรณ์” ผู้จัดการอโรคยา เวลเนสศาลา กล่าวว่า ที่ “อโรคยา”ให้บริการทางการแพทย์แบบผสมผสาน มีแพทย์แผนไทยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการนวดหัตถการ, กดจุด ออฟฟิศซินโดรม แพทย์แผน จีนฝังเข็ม, ครอบแก้ว และมี โรงงานผลิตเครื่องสำอาง เพ ลา เพลิน เฮิร์บ แล็บ ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรนำมาใช้ใน อโรคยา เวลเนส และบริการผู้ที่มาเข้าพักในโรงแรม
ล่าสุดได้สร้าง Wasabi World (Thailand) ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ “วาซาบิ” ครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป ไปจนถึงโอกาสในการสร้างรายได้ผลิตภัณฑ์อาหารจาก Wasabi Food Lab เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมที่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
"ที่นี่มีโรงผลิตยาสมุนไพรที่ได้รับมาตรฐานจาก GMP ผลิตเครื่องสำอางและสมุนไพรใช้ใน อโรคยา เวลเนสศาลา นอกจากนี้ยังร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในการปลูกสมุนไพรเพื่อการแพทย์ และมีการสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตภัณฑ์ พร้อมใบจดแจ้งจากอย.ให้ด้วย มีหลักสูตรฝึกอบรมที่ได้รับการรับรอง และการสร้างหลักสูตรสำหรับเยาวชน เช่น “หมอไทยจูเนียร์” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและสุขภาพแบบไทยอีกด้วย"
นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรการเรียนรู้ด้านสมุนไพรในเชิงลึก สำหรับบุคคลทั่วไปและนักท่องเที่ยว หลังเรียนจบสามารถนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต เป็นการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากสมุนไพรไทย มีโอกาสในการเติบโต การส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวัน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้
จากห้องปลูกกัญชาสู่แล็บ“วาซาบิ”
ส่วนแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ “วาซาบิ” เป็นการปรับปรุงห้องปลูกกัญชาเดิมมาปลูก โดยนำต้นพันธ์ุมาจากศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ “วาซาบิ” อายุประมาณ 13 เดือน สามารถเก็บเหง้าจำหน่ายให้กับร้านอาหาร กิโลกรัมละประมาณ 5,000-6,000 บาท ส่วน ใบ และลำต้น นำไปใช้เป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ครีมนวด ที่นำไปใช้ในโรงแรม เพลา เพลิน และอยู่ระหว่างการนำไปเป็นส่วนผสมของ สาโท เหล้าพื้นบ้าน หากผลตอบรับออกมาดี ในอนาคตก็จะผลิตเพื่อจำหน่าย
“เราทำแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ “วาซาบิ” มาแล้วประมาณ ปีครึ่ง ผลผลิตยังไม่มาก เพราะรอบการปลูกต้องใช้เวลาประมาณ 13 เดือนขึ้นไป ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 16-17 องศาตอนนี้นำร่องปลูกประมาณ 2,000 ต้น 1 ห้องแล็บ คาดว่าในอนาคตจะขยายปลูกเต็มพื้นที่ 12 ห้อง โดยจะพิจารณาความพร้อมและตลาดเป็นหลัก”
วาซาบิ เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นของญี่ปุ่น มีสรรพคุณต้านแบคทีเรียและดับกลิ่นคาว ขูดส่วนของลำต้นแล้วจะมีรสชาติเผ็ดขึ้นจมูก และให้ความรู้สึกสดชื่นและทำให้อาหารมีรสชาติที่กลมกล่อม ปลูกวาซาบิต้นหนึ่งใช้เวลามากกว่า 1 ปี วาซาบิสด มีราคาแพงกิโลกรัมละประมาณ 4,000 บาท รสชาติวาซาบิแท้จะให้กลิ่นหอม รสชาติและความรู้สึกสดชื่น ส่วนใหญ่ที่กินจะเป็น “วาซาบิเทียม” ทำมาจากฮอร์สเเรดิช ซึ่งเป็นพืชท่องถิ่นจากฝั่งตะวันตก นำมาแปรรูปปรุงรส ก่อนจะผสมสีเป็นสีเขียวแบบวาซาบิ
การปลูกวาซาบิ (Wasabi) ในประเทศไทยสามารถทำได้ โดยควบคุมสภาพแวดล้อมให้มีความชื้นสูงและอากาศเย็น คล้ายแหล่งกำเนิดในญี่ปุ่น ตัวอย่างแหล่งปลูกที่สำคัญ ได้แก่ ลานนาโปรดักส์ จ.ลำพูน ซึ่งมี “วาซาบิ พาร์ค” (Wasabi Park)โรงเรียนสอนพิเศษ ร้านอาหาร ร้านทำเล็บ และมีฟาร์มทดลองปลูกวาซาบิด้วย
“วริศรา วาลีประโคน” ผู้จัดการโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เพ ลา เพลิน เฮิร์บ แล็บ กล่าวว่าธุรกิจผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เน้นผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ ต้นน้ำ ใช้วัตถุดิบสมุนไพรธรรมชาติจากวิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินและแหล่งที่เชื่อถือได้
กลางน้ำ โรงงานผลิตได้รับมาตรฐาน Primary GMP มั่นใจได้ในความปลอดภัย ปลายน้ำ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้าโดยตรง พร้อมบริการดูแลการสร้างแบรนด์ และมีศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร (Arokaya Wellness Sala) เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ และ อบรมอาชีพให้แก่ชุมชน เช่น การทำสาโทจากข้าวท้องถิ่น เพื่อนำรายได้กลับสู่ท้องถิ่น
“นอกจากผลิตเพื่อใช้ เพลา เพลิน แล้ว เรายังรับผลิตสินค้าของที่ระลึก ของพรีเมียม และผลิตภัณฑ์ในโรงแรม และให้บริการลูกค้าที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง (OEM/ODM) มีบริการวิจัยและพัฒนาสูตร (R&D) โดยผู้เชี่ยวชาญ และให้บริการจดแจ้งทะเบียน อย. โดยต้องมีออเดอร์ขั้นต่ำเริ่มที่ 100 ชิ้นต่อ SKU, หากยอดสั่งซื้อเกิน 15,000 บาท จะไม่คิดค่าพัฒนาสูตร 2,500 บาท ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากตลาด อาทิ ยาดมสมุนไพร บาล์ม, สเปรย์ฉีดห้อง, เทียนหอมไขถั่วเหลือง และก้านไม้หอม. สบู่กะเม็ง (False Daisy), แชมพูข้าวหอมมะลิ, โลชั่น, เกลือสปาขัดผิว และผลิตภัณฑ์จากกัญชง”
ประโยชน์จากวาซาบิ
วาซาบิ ฮอนวาซาบิ (Hon Wasabi) เป็นพืชในประเภทญี่ปุ่น ได้รสวาซาบิแบบแท้ๆ ที่ไม่เผ็ดมากและไม่ฉุน มีราคาที่สูงมาก แต่คุณภาพก็สูงไม่แพ้กัน เพราะวาซาบิ จะกระจายความเผ็ดอย่างพอดีและไม่ขึ้นจมูก เหมาะสำหรับกินคู่กับซูชิหรือโซบะ
ฮอร์สแรดิช (Horseradish) มักจะถูกเรียกว่าเป็นวาซาบิเทียม เพราะที่มีถิ่นกำเนิดในยุโรป ในญี่ปุ่นมักปลูกต้นวาซาบิชนิดนี้แค่ในฮอกไกโด มีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน ราคาถูกกว่ามากและหาซื้อได้ง่ายตามร้านทั่วไป รสชาตินั้นฉุนและแรงกว่าเหมาะสำหรับกินกับเนื้อย่างปลาดิบต่างๆ
“กลิ่นฉุน” ของวาซาบิ สามารถดับกลิ่นคาวของอาหารทะเลได้แทบทุกชนิด มีส่วนช่วยในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและฆ่าพยาธิ เหมาะสำหรับจับคู่รับประทานกับปลาดิบ
รสเผ็ดของวาซาบิ (Wasabi) ช่วยขับรสหวานจากปลาดิบได้ ช่วยลดอาการอักเสบและต้านการแข็งตัวของหลอดเลือดได้ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี มีสารกระตุ้นต่อมน้ำลาย ช่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น มีส่วนช่วยป้องกันฟันผุ ขจัดแบคทีเรีย ให้ฟันแข็งแรง





