background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

ในวันที่โครงสร้างประชากรโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ อัตราการเกิดที่ต่ำกว่า 5 แสนคนเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างมีนัยสำคัญสวนทางกับตัวเลขผู้สูงอายุที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์ "Aging Society" จึงไม่ใช่เพียงหัวข้อสัมมนา  หรือเทรนด์ธุรกิจสุขภาพอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่ทุกคนต้องเผชิญ

 ทว่าในความจริงกลับมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ระบบสาธารณสุขแบบดั้งเดิมยังก้าวข้ามไม่ได้ นั่นคือวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และโรงพยาบาลที่ยังคงแออัดจากการรักษาที่ "ปลายน้ำ" รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่  และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนต้องรับมือกับภาวะสงครามทางเศรษฐกิจ และสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

10 วิธีหลอกไขมันเลิกเกาะตับ โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม!

DPU รุก Global Education! จับมือพันธมิตรเปิดประตูเด็กไทยสู่ ม.ดังทั่วโลก

ตั้งเป้า  'Longevity Hub' ของไทย

“มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)” ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการ ได้มองเห็นทางออกด้วยการวางรากฐานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยมานานกว่า 15 ปี  DPU จึงไม่ได้เพียงเปิดหลักสูตรตามเทรนด์ แต่กำลังขับเคลื่อน "Integrated Ecosystem(ระบบนิเวศแบบบูรณาการ)" เพื่อก้าวสู่การเป็น 'Longevity Hub' ของไทย โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ "ต้นน้ำ" ผ่านการสร้างบุคลากรที่เข้าใจปรัชญาของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจสายงานวิชาการ มธบ.ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าอุตสาหกรรม Longevity Science ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือ "Blue Ocean" ของเศรษฐกิจไทย เมื่อโรงพยาบาลรัฐยังคงเผชิญวิกฤตผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ล้นระบบ การเปลี่ยนผ่านจากการรักษาที่ปลายเหตุมาเป็นการป้องกันเชิงรุก (Proactive) จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจ DPU เล็งเห็นโอกาสนี้มานานกว่า 15 ปี จึงได้วางรากฐานหลักสูตรเกี่ยวกับสายสุขภาพ อย่าง วิทยาการชะลอวัย ,Wellness ,Longevity การดูแลความงาม และการสร้างสุขภาพที่ดีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ  เพื่อให้เป็นกระดูกสันหลัง ของอุตสาหกรรม Longevity Science

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

ไม่เชี่ยววิทยาศาสตร์ ก็เรียนสุขภาพได้

 

“มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ จนพัฒนาเป็นหลักสูตรปริญญาโทและเอก มีการเปิดUpskilling & Reskilling ในกลุ่มแพทย์ ให้เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก โดยต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญแขนงอื่นๆ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่ถูกต้อง และลดปัญหาNCDs ที่ต้นเหตุ ซึ่งเน้นการปรับสมดุลชีวิต โภชนาการ ที่ไม่ใช่เพียงดูแลภายนอก แต่มุ่งเน้นลงลึกในระดับเซลล์ เพื่อลดภาระระบบสาธารณสุขในระยะยาว และการสร้างมาตรฐานวิชาชีพผ่านหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากอว. และมีคณาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญระดับสากล นำประสบการณ์จริงจากหน้างานมาถ่ายทอดมากกว่าแค่ทฤษฎีในตำรา”

จุดอ่อนของอุตสาหกรรม Wellness ในยุคโซเชียล คือ "ข้อมูลที่มีจำนวนมาก และอาจจะคลาดเคลื่อน" DPU ได้สร้างโมเดลการเรียนการสอนที่ทลายกำแพงระหว่างแพทย์และบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และผู้ประกอบการ เพื่อสร้าง "Professionalism(ความเป็นมืออาชีพ)" ซึ่งมีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจสุขภาพ

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

“DPUใช้โมเดลการปรับพื้นฐาน ที่เข้มข้นจนทำให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์สามารถสื่อสารเข้าใจ "ภาษาทางวิทยาศาสตร์" เข้าใจผลแล็บเชิงลึก และเข้าถึงวิชากายวิภาค สรีรวิทยาได้จริง กรณีศึกษาที่ชัดเจน อย่าง  เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ดารานักแสดงที่สามารถเปลี่ยนจากศิลปินสู่การเป็นผู้สร้างเนื้อหาด้านสุขภาพเชิงวิชาการ สร้าง B2C Loyalty (ความจงรักภักดีต่อแบรนด์) ผ่านความน่าเชื่อถือที่หาไม่ได้จากการค้นหาในอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ผู้ประกอบการ หรืออินฟลูฯ ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ก็สามารถเรียนในหลักสูตรต่างๆ ได้”

ดร.พีระยุทธ กล่าวต่อว่า การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มุ่งเน้นการเรียนรู้บนฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence-based learning) ถ่ายทอดโดยคณาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาความรู้เชิงลึกตั้งแต่ระดับชีววิทยาของเซลล์ ระบบฮอร์โมน ไปจนถึงกลไกทางพันธุกรรม ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการ (Laboratory-based learning)

ทั้งนี้ หลักสูตรได้บูรณาการกรณีศึกษา (case-based learning) จากประสบการณ์จริงของคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญในภาคสนาม เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ความรู้ทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ผู้สำเร็จการศึกษาจึงมีศักยภาพในการสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ภายใต้มาตรฐานคุณวุฒิที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

บูรณาการทุกศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ดร.พีระยุทธ  กล่าวอีกว่าการสร้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลเป็นเพียงก้าวแรก แต่เป้าหมายของ DPU คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับ Longevity Economy อย่างเต็มรูปแบบ โดยปีนี้ DPU ได้เปิดคณะสายสุขภาพใหม่พร้อมกัน ทั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์, เทคนิคการแพทย์, กายภาพบำบัด ,ทัศนมาตรศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่เน้น Sport for Wellness ปั้น Personal Trainer ที่มีความรู้เรื่องฮอร์โมนและเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดบน

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการคณะนิติศาสตร์เรื่องกฎหมายการแพทย์ และคณะนิเทศศาสตร์มาช่วยผลิตเนื้อหาสุขภาพที่ถูกต้อง

ต่อยอดสู่ Wellness Tourism & Longevity Economy

การเชื่อมโยงคณะธุรกิจการโรงแรมเข้ากับระบบนิเวศ Longevity ของ DPU ถือเป็นการต่อยอดจาก การสร้างคน → สร้างระบบ → สร้างอุตสาหกรรม โดยตรง รองรับทิศทาง Wellness Tourism และนโยบายการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับนานาชาติ

“การพัฒนา Wellness Resort ไม่ใช่เรื่องของการตลาดเพียงอย่างเดียวแต่คือการออกแบบระบบสุขภาพที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และระบบเศรษฐกิจของประเทศ”

จิ๊กซอว์ 3 ส่วน เพื่อผู้ประกอบการ ได้แก่ 1. ACADEMIC (วิชาการ) องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชะลอวัยระดับเซลล์ที่แม่นยำ ,2.PRODUCT (ผลิตภัณฑ์) ความเชี่ยวชาญด้านเวชสำอางและสารเสริมอาหาร เน้นการใช้สมุนไพรและปราศจากเคมี  เพื่อตอบโจทย์ OEM (ผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์) และ 3.MANAGEMENT (การจัดการ) หลักสูตร Science of Management สำหรับบริหารศูนย์ Wellness และธุรกิจสปาให้ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

ดึงนวัตกรรมการแพทย์สู่การเรียนการสอน

ดร.พีระยุทธ กล่าวด้วยว่าDPUยกระดับการเรียนการสอนสู่ Future Medicine ด้วยเครื่องมือที่จับต้องได้จริง เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหนือชั้นกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วไป ซึ่งในหลักสูตรสายสุขภาพทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก จะมีการนำนวัตกรรมที่ทันสมัย จากห้องแล็บAnatomy สู่โรงพยาบาลต้นแบบและการตรวจยีนด้วย  

มหาวิทยาลัยมีนวัตกรรมทางการแพทย์ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ อย่าง  Hyper-Personalized Wellness มีการใช้ Genetic & Telomere Testing ตรวจลึกถึงระดับยีนและความยาวเทโลเมียร์ เพื่อออกแบบการดูแลสุขภาพรายบุคคลอย่างแม่นยำ AI Analytics นำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ผลสุขภาพและวางแผนการรักษาแบบ No-medicine approach (การดูแลโดยไม่ใช้ยา) ,Anatomy Lab  ห้องปฏิบัติการ กายวิภาคศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ศึกษาสาย science ได้เรียนรู้จากร่างอาจารย์ใหญ่ เพื่อสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง

Longevity & Anti-Aging Prototype Hospital เตรียมเปิดตัวโรงพยาบาลต้นแบบ ในช่วง มีนาคม - เมษายน นี้ เพื่อเป็นพื้นที่ฝึกทักษะจริงและให้บริการรักษาเชิงป้องกันแก่บุคคลทั่วไป และSport Complex for Recovery ศูนย์กีฬาครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูผู้สูงอายุ โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจระบบฮอร์โมนและการออกกำลังกายเฉพาะทาง

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย

“ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ทฤษฎี แต่วัดที่ความต้องการของตลาด ปัจจุบันนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (โท-เอก) มีจำนวนสูงถึง 700 คนต่อรุ่น และที่สำคัญนักศึกษาถูกจองตัวทำงาน 100% ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นสายเทคนิคการแพทย์, อาหารเพื่อสุขภาพ หรือผู้บริหาร Wellness Center ซึ่ง DPU ไม่แข่งกับใคร แต่แข่งกับความสำเร็จของนักศึกษา"

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น Wellness หรือ Longevity จะเป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนอนาคต และความรู้จริงที่สื่อสารได้จะสร้างโอกาสและความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ เพราะ Wellness คือปัจจัยที่ 5 และเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ ที่มีค่าที่สุด นั่นคือสุขภาพของตนเองและครอบครัว

DPU ผลิต Wellness Science ตั้งเป้าสู่ 'Longevity Hub' ของไทย