วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

วิจัยชี้ 'ฝุ่น PM 2.5' ทำลายสมองเด็ก 'ไอคิวลด-อารมณ์พัง'

วิจัยชี้ 'ฝุ่น PM 2.5' ทำลายสมองเด็ก 'ไอคิวลด-อารมณ์พัง'

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนแตะระดับสีแดงในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก 3–4 เขต และจังหวัดปทุมธานี โดยปัจจัยหลักเกิดจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดเหนือลม ผสมโรงกับสภาพอากาศปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้า ทำให้เกิดสภาวะฝาชีครอบ ฝุ่นละอองจึงสะสมตัวและระบายออกได้ยาก

จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบหลักฐานการเผาวัสดุทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและซากพืช ในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 13,000 ไร่ เป็นเกือบ 20,000 ไร่ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมหาศาลเคลื่อนตัวตามทิศทางลมเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ รวมถึงจังหวัดปทุมธานีบางส่วน ซึ่งได้รับผลกระทบหนักในช่วงเช้าวันนี้ โดยยืนยันว่าแม้จะมีฝุ่นจากการจราจรอยู่บ้าง แต่สาเหตุหลักในครั้งนี้มาจากการเผาชีวมวลอย่างชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

คนกรุงเทพ ไหวไหมวันนี้ ใส่แมสก์ ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเต็มพื้นที่

PM2.5 ระลอกใหม่ เผาหนัก 13,000 ไร่ ฝุ่นพิษพุ่งทั้งที่กฎหมายแรงสุดถึงคุก 20 ปี

ทำไม PM 2.5จึงอันตรายต่อสมองเด็ก

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” ว่าตื่นมาตอนเช้าเห็น pm2.5 เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจแล้วก็มีความเป็นห่วงเด็กที่มักมักจะไปใช้ชีวิตข้างนอก เด็กที่เป็นอนาคตของชาติ โดยหลายหลายคนไม่รู้ ว่าฝุ่นมันทำลายสมองเด็ก

เมื่อหายใจเข้าฝุ่น PM2.5 จะผ่านเข้าไปบริเวณของสมองโดยตรงผ่านสมองที่เกี่ยวกับการดมกินทำให้มีผลต่อสมองกลีบต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความหนาแน่นเซลล์สมองและเกิดการอักเสบ

สมองเด็กเป็นอวัยวะที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทและเส้นใยสมอง (white matter) กำลังถูกสร้างและปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง การรบกวนจากสิ่งแวดล้อม pm 2.5 กำชัง ฆ่าอนาคตชาติ

การศึกษาขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการ Adolescent Brain and Cognitive Development (ABCD) Study ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัส PM₂.₅ เฉลี่ยรายปีจากที่อยู่อาศัย กับโครงสร้างสมองของเด็กอายุ 9–10 ปี จำนวนกว่า 7,600 คน

นักวิจัยใช้เทคนิคถ่ายภาพสมองขั้นสูง (diffusion MRI) เพื่อประเมินสุขภาพของ white matter ซึ่งเป็นเส้นใยสมองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมองส่วนต่าง ๆ

งานวิจัยพบว่า เด็กที่สัมผัส PM2.5 ในระดับสูง มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง white matter ในสมองบางเส้นใยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเส้นใยที่เกี่ยวข้องกับ

  • อารมณ์
  • ความจำ
  • การควบคุมความคิดและพฤติกรรม เช่น cingulum, uncinate fasciculus และ fornix

ส่งผลให้เด็กจะปัญญาด้อยลง อารมณ์แย่ นี่คือ อนาคตของชาติ

นอกจากนี้ เมื่อระดับ PM2.5 เพิ่มจากประมาณ 8 เป็น 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดระดับเล็ก ของ white matter เพิ่มขึ้นประมาณ 1–2% ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างในองค์ประกอบภายในเนื้อสมองที่ผิดปกติ

การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าอย่างไร

แม้เด็กกลุ่มนี้จะยังไม่แสดงปัญหาทางสติปัญญาอย่างชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงของ white matter อาจเป็น

“สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ของความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการเรียนรู้ อารมณ์ หรือพฤติกรรมในอนาคต

กลไกที่เป็นไปได้ ได้แก่ การอักเสบของสมอง ความเครียดออกซิเดชัน และการรบกวนการทำงานของเซลล์ประสาทจากสารพิษในฝุ่น

นัยสำคัญต่อสังคมและนโยบาย

สิ่งที่น่ากังวลคือ ระดับ PM₂.₅ ที่พบผลกระทบในงานวิจัยนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในหลายประเทศ ซึ่งหมายความว่า

“ระดับฝุ่นที่ถือว่าปลอดภัย อาจยังไม่ปลอดภัยต่อสมองเด็ก”

นี่ยังไม่ต้องพูดถึง ระดับ pm 2.5 ที่สีม่วง ในกทม ตอนนี้ นะ อันนี้ ยิ่งไปกันใหญ่ มือเผา เขามีลูกหรือเปล่า หรือ ตัวมันก็สูกฝุ่นมาแต่เด็กจนสมองโง่ลง

การป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ 

  • ให้เด็ก ๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
  • หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย N95 เพื่อปิดปากและจมูก

“สำหรับหน้ากาก N95 คือหน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติป้องกันโมเลกุลขนาดเล็กทั้งฝุ่น PM2.5 รวมทั้งเชื้อโรคขนาดเล็ก เช่น วัณโรค สามารถป้องกันฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศได้ดี กรองฝุ่นละอองที่มีขนาด 0.1-0.3 ไมครอนได้ 95% เป็นอย่างน้อย โดยหากจะสวมหน้ากาก N95 ต้องสวมให้ถูกวิธี ต้องมีการทำ Fit test คือการกดขอบลวดด้านบนให้แนบกับดั้งจมูก และดึงสายรัดให้ตึง ระหว่างการหายใจต้องไม่มีลมรั่วออกด้านข้าง”

  • ปิดประตูหน้าต่างที่บ้าน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าบ้าน 
  • ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษ ช่วยกันควบคุมแหล่งกำเนิดของมลพิษ
  • เด็ก ๆ ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้โรคทางเดินหายใจ ควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และทานยาประจำสม่ำเสมอ คุณพ่อ คุณแม่ควรพกยาที่จำเป็นติดตัว เพื่อให้เด็กใช้เมื่อมีอาการกำเริบ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น

สำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานแจ้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน และขอเชิญชวนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน โดยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ

“5 วิธีลดฝุ่น คุณก็ทำได้”

1. หมั่นทำความสะอาดบ้านด้วยวิธีเช็ดฝุ่น

2. งดเผาขยะ งดจุดธูป

3. ปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษดักจับฝุ่นละออง

4. เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 

5. ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ ตรวจสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำ เกินมาตรฐาน

แจ้งเตือนรวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านทาง

  • แอปพลิเคชัน AirBKK
  • www.airbkk.com
  • https://greener.bangkok.go.th
  • www.pr-bangkok.com
  • FB: สำนักสิ่งแวดล้อม กทม
  • FB: ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร
  • FB: กรุงเทพมหานคร
  • LINE ALERT

ทั้งนี้ กรณีประชาชนพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทาง Traffy Fondue.

อ้างอิง: เพจสาระสมองกับอจ.หมอ สุรัตน์ , โรงพยาบาลสมิติเวช