วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

การออกกำลังกายในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช โดย พญ.รักษิณา วินัยธรรมกุล

การออกกำลังกายในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช โดย พญ.รักษิณา วินัยธรรมกุล

สถานการณ์มะเร็งนรีเวชในประเทศไทย มะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงคือ มะเร็งเต้านม แต่ถ้าพูดถึงมะเร็งทางนรีเวช มะเร็งปากมดลูก ครองแชมป์

จากข้อมูลปี 2565 มีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกถึง 8,600 รายต่อปีเลยทีเดียว รองลงมาคือ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก, มะเร็งรังไข่, มะเร็งช่องคลอด และ มะเร็งเนื้อรก ซึ่งแต่ละชนิดก็มีโอกาสรอดชีวิตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าพบโรคในระยะไหนและรักษาแบบใด

ทุกวันนี้ การรักษามะเร็งก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด, เคมีบำบัด, ฉายรังสี, ยามุ่งเป้า หรือยาภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายหรืออยู่ได้นานขึ้น แต่การรักษาก็อาจมาพร้อม ผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย, ผมร่วง, น้ำหนักเปลี่ยน, คลื่นไส้, นอนไม่หลับ, ปวดข้อ, กระดูกพรุน, ขาบวม (lymphedema) หรือชาปลายมือปลายเท้า เพราะฉะนั้น การดูแลให้ผู้ป่วยมี คุณภาพชีวิตดี ทั้งระหว่างและหลังรักษาจึงสำคัญมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อาหารกับโรคมะเร็งทางนรีเวช ความรู้เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณ

ครบ 35 ปี! รพ.ศุภมิตร ผ่าตัดต้อกระจก 100 ดวงฟรี ตั้งเป้า 'คนไทยไร้ต้อกระจก'

การออกกำลังกาย : ฮีโร่ตัวช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

ออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ทำให้หุ่นดี แต่เป็นเหมือนยาวิเศษสำหรับผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น อาการปวด, เหนื่อยล้า, นอนไม่หลับ แถมยังทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ใจดีขึ้น ลดความซึมเศร้า และนอนหลับสบายขึ้นด้วย เรียกว่าดีทั้งกายและใจ

ผู้ป่วยมะเร็งควรออกกำลังกายแบบไหน? มาดูกันว่าแบบไหนเหมาะและทำได้จริง

1.แอโรบิก : ขยับร่างกายให้หัวใจเต้นรัว

เป้าหมาย: 150 นาที/สัปดาห์ (เช่น วันละ 30 นาที 5 วัน) โดยใช้ความหนักระดับปานกลาง เหนื่อยแค่พอพูดได้เป็นประโยคสั้นๆ (หัวใจเต้น 50-70% ของค่าสูงสุด) เช่น เดินเร็ว, วิ่งเหยาะ, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน

เคล็ดลับ : ถ้าเพิ่งเริ่ม ลองครั้งละ 10-15 นาที 2-3 รอบ/วันก็ได้ อย่าหักโหม

2.ฝึกกล้ามเนื้อ : สร้างความแข็งแกร่ง

เป้าหมาย : 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยอาจเริ่มจากใช้แค่น้ำหนักตัว เช่น สควอท, วิดพื้น (10-12 ครั้ง x 3 เซต) หรือถ้าพร้อม ลองใช้ดัมเบลหรือเครื่องออกกำลังกาย

เคล็ดลับ : เริ่มเบาๆ อย่ากลั้นหายใจตอนออกแรง โดยหายใจออกตอนใช้แรง และหายใจเข้าตอนผ่อนแรง

3.ฝึกการทรงตัว: ป้องกันล้ม

เป้าหมาย: 3 ครั้ง/สัปดาห์ เช่น โยคะ, ไทชิ, ยืนขาเดียว, เดินต่อเท้า

เคล็ดลับ : จับเก้าอี้หรือกำแพงไว้ถ้ารู้สึกโคลงเคลง ทำช้าๆ ปลอดภัยไว้ก่อน

ข้อควรระวัง : ออกกำลังกายให้สนุกและปลอดภัย

1.ช่วงรักษา

ถ้าอ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือค่าเลือดผิดปกติ (เช่น เกล็ดเลือดต่ำ) ควรปรึกษาคุณหมอก่อน แต่ถ้าค่าเลือดดี (เกล็ดเลือด > 50,000/uL) การเดินหรือใช้ยางยืดออกกำลังกายก็ปลอดภัย!

2.ขาบวม (lymphedema)

บางคนขาบวมจากการผ่าตัดหรือทางเดินน้ำเหลืองอุดตัน แต่ไม่ต้องกลัว การออกกำลังกายแบบแอโรบิกหรือฝึกกล้ามเนื้อไม่ได้ทำให้แย่ลง ลองออกกำลังกายในน้ำ เช่น เดินหรือว่ายน้ำ ช่วยลดอาการปวดและหนักขาได้ดี

3.ชาปลายมือปลายเท้า

ยาเคมีบำบัดอาจทำให้ชา ซึ่งกระทบการทรงตัวหรือหยิบจับของ การออกกำลังกายช่วยลดความรุนแรงของอาการชาได้ ลองปั่นจักรยานอยู่กับที่หรือใช้ยางยืด ปลอดภัยและเหมาะกับคนที่มีอาการชา

4.น้ำหนักเกิน

ผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกบางคนน้ำหนักเยอะ อาจไม่มั่นใจหรือกลัวเจ็บ ลองเริ่มจากเดินเร็วบนพื้นราบหรือลู่วิ่ง หลีกเลี่ยงการกระแทก และยืดกล้ามเนื้อให้ดี ช่วยควบคุมน้ำหนักและเพิ่มคุณภาพชีวิต 

สรุป : ออกกำลังกาย = เพื่อนแท้ของผู้ป่วยมะเร็ง

ต่อให้เป็นมะเร็ง การออกกำลังกายที่ถูกวิธีก็เหมือนเพื่อนซี้ที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงขึ้น แค่เลือกประเภทที่เหมาะกับตัวเอง เริ่มเบาๆ และระวังความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินชิลๆ, โยคะผ่อนคลาย, หรือปั่นจักรยานสนุกๆ ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ ลองเริ่มวันนี้เลย แล้วคุณจะพบว่ามะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด  ถ้ามีข้อสงสัยหรืออยากได้คำแนะนำเพิ่ม ปรึกษาคุณหมอหรือนักกายภาพบำบัดได้เลย

ผู้เขียน : พญ.รักษิณา วินัยธรรมกุล ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในนามสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย www.tgcs.or.th Facebook : สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย - TGCSthai