วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

นักวิชาการ เผย 'ยาดมหงส์ไทย สูตร 2' ปนเปื้อนจุลินทรีย์ แม้ไม่ได้เป็นเชื้อที่รุนแรง แต่กลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือผู้ที่มีปัญหาปอด ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ติดเชื้อราในปอด -อาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจได้

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน หลังตรวจพบผลิตภัณฑ์ “ยาดมผสมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2” (เลขทะเบียน G 309/62) เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ “ผิดมาตรฐาน” จากการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ได้แก่ Total Aerobic Microbial Count, Total Combined Yeasts and Mould Count และ Clostridium spp. ซึ่งเกินค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2564

ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จึงเห็นควรประกาศผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ประชาชนทราบ และระมัดระวังในการซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยาอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ เชื้อจุลินทรีย์ ทั้ง 3 ชนิด แม้จะไม่ได้เป็นเชื้อที่รุนแรง แต่ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือผู้ที่มีปัญหาปอด ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างแน่นอน

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อย. แจ้ง 'ยาดมหงส์ไทย สูตร 2' พบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนหลายชนิด

ภัยเงียบ 'วัยทำงาน'เสี่ยง 'โรคกระดูก และข้อ' วิมุต เปิดศูนย์ดูแลแบบองค์รวม

กลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ เสี่ยงติดเชื้อปนเปื้อนจุลินทรีย์

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  เปิดเผยผ่านเพจ Anan Jongkaewwattana  ว่าเห็นข่าวนี้แชร์กันออกมาทำให้นึกถึง paper ตีพิมพ์ใน JCI เมื่อ 2 เดือนก่อน

"paper ไม่ได้พูดถึงราในยาดมสมุนไพรในข่าว แต่ พูดถึงสปอร์ของเชื้อราที่ชื่อว่า Aspergillus fumigatus ซึ่งเป็นเชื้อราที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดสปอร์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ติดเชื้อไวรัสรุนแรง สปอร์เชื้อราเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ "โรคแอสเปอร์จิลโลซิส" (Aspergillosis) ซึ่งเป็นการติดเชื้อราในปอดที่รุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าร่างกายของเราต่อสู้กับเชื้อรานี้อย่างไร เพื่อหาหนทางใหม่ๆ ในการรักษา"

ดังนั้น แม้เชื้อจุลินทรีย์ที่ตรวจพบใน ยาดมหงส์ไทย สูตร 2 อาจไม่ใช่ชนิดที่ก่อโรครุนแรง แต่อาจเป็นอันตรายต่อกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือผู้มีปัญหาปอดเรื้อรัง เพราะต่อให้ร่างกายคนทั่วไปสามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์แปลกปลอมได้ แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เชื้อเหล่านี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรืออาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจได้ จึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีรายงานการปนเปื้อน

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

กลไกสื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกัน ต่อการติดเชื้อราในปอด

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยทราบดีว่า "นิวโทรฟิล" (Neutrophil) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง เปรียบเสมือนทหารด่านหน้าที่คอยจับกิน และทำลายเชื้อรา แต่ทหารเหล่านี้จะต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รับการ "สั่งการ" หรือ "กระตุ้น" จากเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดอื่น หนึ่งในผู้ช่วยสำคัญของนิวโทรฟิลก็คือ เซลล์ที่ชื่อว่า Plasmacytoid Dendritic Cell หรือ pDC ซึ่งก่อนหน้านี้มีการค้นพบว่า pDC ช่วยให้นิวโทรฟิลทำงานได้ดีขึ้น

แต่ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า "บทสนทนา" ระหว่างเซลล์ทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กลไกการสื่อสารในระดับโมเลกุลที่ทำให้ pDC สามารถปลุกพลังของนิวโทรฟิลให้พร้อมรบคืออะไร นี่คือคำถามหลักที่คณะนักวิจัยต้องการค้นหาคำตอบ พวกเขาสมมติว่า pDC อาจหลั่งสารสื่อประสาทบางอย่างออกมา เพื่อส่งสัญญาณไปเปิดสวิตช์การทำงานที่สำคัญภายในเซลล์นิวโทรฟิล

เพื่อไขปริศนานี้ นักวิจัยได้ออกแบบการทดลองโดยใช้หนูเป็นโมเดลในการศึกษาการติดเชื้อราในปอด พวกเขาสร้างหนูที่มีลักษณะพิเศษต่างๆ เช่น หนูที่ไม่สามารถสร้างโปรตีนสำคัญที่ชื่อว่า STAT1 (ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการรับสัญญาณ) ในเซลล์นิวโทรฟิลโดยเฉพาะ หรือหนูที่สามารถกำจัดเซลล์ pDC ออกจากร่างกายได้เมื่อต้องการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคนิคในการติดฉลากสปอร์ของเชื้อราด้วยสารเรืองแสงสองสี ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าสปอร์ที่อยู่ในเซลล์นิวโทรฟิลนั้นยังมีชีวิตอยู่ (เรืองแสงสีหนึ่ง) หรือถูกทำลายไปแล้ว (แสงสีนั้นหายไป) ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถวัดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อราของนิวโทรฟิลได้อย่างแม่นยำ

นักวิจัยค้นพบว่าเมื่อมีการติดเชื้อราในปอด เซลล์ pDC จะเดินทางจากไขกระดูกมายังปอด และเมื่อมาถึงสมรภูมิรบ มันจะเปลี่ยนตัวเองเป็นเซลล์ที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่ และเริ่มผลิตสารสื่อสารที่เรียกว่า "อินเตอร์เฟียรอน" (Interferon) ชนิดที่หนึ่ง และสามในปริมาณมาก สารอินเตอร์เฟียรอนนี้จะลอยไปจับกับตัวรับสัญญาณบนผิวของเซลล์นิวโทรฟิล เป็นการส่งข้อความว่า "ถึงเวลาต่อสู้แล้ว" เมื่อนิวโทรฟิลได้รับสัญญาณนี้ โปรตีน STAT1 ที่อยู่ภายในเซลล์จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน

ซึ่งการเปิดสวิตช์ของ STAT1 นี้มีความสำคัญเพราะมันจะไปสั่งการให้เซลล์นิวโทรฟิลผลิตโปรตีนอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า CYBB ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องจักรผลิต "สารอนุมูลอิสระ" (Reactive Oxygen Species หรือ ROS) ซึ่งเป็นอาวุธหลักที่นิวโทรฟิลใช้ในการทำลายเชื้อโรค ผลการทดลองยืนยันเรื่องนี้อย่างชัดเจน เมื่อนักวิจัยทดลองในหนูที่นิวโทรฟิลไม่สามารถสร้าง STAT1 ได้ พวกเขาพบว่านิวโทรฟิลของหนูเหล่านี้ยังคงจับกินสปอร์ของเชื้อราได้ แต่กลับไม่สามารถฆ่าเชื้อราที่อยู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสร้างอาวุธ (ROS) ได้น้อยลง ในทางกลับกัน เมื่อพวกเขาลองกำจัดเซลล์ pDC ออกไปจากหนูปกติ ผลที่ได้ก็คือ นิวโทรฟิลของหนูเหล่านี้ก็สูญเสียความสามารถในการฆ่าเชื้อราไปเช่นกัน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสัญญาณจาก pDC นั้นจำเป็นต่อการปลุกพลังของนิวโทรฟิล

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

ไม่ควรเปิดฝาทิ้งไว้ และไม่ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

งานวิจัยนี้เป็นการวาดแผนที่การสื่อสารระหว่างเซลล์ภูมิคุ้มกันสองชนิดได้อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก โดยระบุเส้นทางการส่งสัญญาณที่ชัดเจนตั้งแต่ pDC หลั่งอินเตอร์เฟียรอน ไปสู่การกระตุ้น STAT1 และการสร้างโปรตีน CYBB ในนิวโทรฟิล ซึ่งเป็นแกนหลักในการป้องกันการติดเชื้อรา ความรู้นี้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในทางการแพทย์ ในอนาคต แทนที่จะพึ่งพายาฆ่าเชื้อราเพียงอย่างเดียว

เราอาจสามารถพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่การ "ปรับจูน" หรือ "ส่งเสริม" ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้แข็งแกร่งขึ้น เช่น การคิดค้นยาที่เลียนแบบการทำงานของอินเตอร์เฟียรอน หรือยาที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีน STAT1 ในนิวโทรฟิลโดยตรง เพื่อช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อราที่อันตรายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยกำลังของตัวเอง

"พฤติกรรมการใช้ยาดมตลอดเวลาหรือใช้แบบไม่ระมัดระวัง เช่น การเปิดฝาทิ้งไว้ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความชื้นสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ โดยเฉพาะยาดมสมุนไพรที่ผลิตจากวัตถุดิบตากแห้งหรืออบแห้งแบบพื้นบ้าน ซึ่งอาจไม่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเป็นระบบ ดังนั้น หากเปิดใช้แล้ว ควรปิดฝาทุกครั้ง และไม่ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน "

อ้างอิง : Anan Jongkaewwattana

เชื้อจุลินทรีย์ 'หงส์ไทย สูตร2' เสี่ยงติดเชื้อรา ส่งผลระบบทางเดินหายใจ

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์