background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ไม่อยากแพ้ 'ฝุ่น PM2.5' ระคายเคือง แสบคอ ต้องบรรเทาแบบใด

ไม่อยากแพ้ 'ฝุ่น PM2.5' ระคายเคือง แสบคอ ต้องบรรเทาแบบใด

ช่วงนี้ไม่ว่าจะไปทางไหน ก็จะสังเกตเห็น ฝุ่นละออง PM2.5 ปกคลุมหลายพื้นที่ได้ด้วยตาเปล่า บางพื้นที่ก็สูงจนเริ่มมีผลกระทบกับสุขภาพ ซึ่งผลกระทบที่หลายคนรู้สึกได้ชัดๆ เลย

เมื่อหายใจเอาฝุ่นพิษเข้าไปมากๆ นั่น คือ ความรู้สึกระคายคอ แสบคอ แสบตาแสบจมูก ไอแห้งๆ หรือบางคนก็จามติดๆ กัน ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวของร่างกายที่พยายามจะขับเอาสิ่งแปลกปลอมออกมา ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้รู้สึกรำคาญและส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้อยู่ไม่น้อย

หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญปัญหามลพิษในอากาศเนื่องจากฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน คือ PM2.5 

ฝุ่น PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผมมนุษย์ ซึ่งขนจมูกของเราไม่สามารถกรองได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ จะมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง? และมีวิธีป้องกันอย่างไรได้บ้าง 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

ผศ.นพ อรรถพล เอี่ยมอุดมกาล แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้ อาการ ไอเพราะฝุ่น โดยเฉพาะเมื่อร่างกายได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าขน ผมของมนุษย์ถึง 30 เท่า

โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากหลายแหล่ง เช่น การเผาไหม้ ฝุ่นควันจากการจราจรหรือโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในชั้นบรรยากาศ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ หรือแอมโมเนีย เป็นต้น ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และเข้าสู่กระแสเลือดได้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง ไอแห้ง เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดและโรคหัวใจอีกด้วย

หากร่างกายได้รับ ฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานานหรือเกิดการสะสมในร่างกาย แม้ในช่วงแรกอาจไม่แสดงอาการผิดปกติมาก นอกจากอาการแสบคอหรือไอแห้ง แต่ในภายหลังอาจพออาการผิดปกติของร่างกายได้ จากการที่ฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ เช่น

  • ทำให้อาการภูมิแพ้ หรือหอบหืดกำเริบ
  • ปอดอักเสบ และติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
  • เป็นลมพิษ หรือมีผื่นขึ้นตามตัว
  • ผิวอ่อนแอ ผิวแพ้ง่าย จากการที่เซลล์ผิวหนังถูกทำลาย
  • ไอแห้ง เจ็บคอ มีน้ำมูก ในบางรายที่ติดเชื้ออาจมีเสมหะเยอะ

ไม่อยากแพ้ 'ฝุ่น PM2.5' ระคายเคือง แสบคอ ต้องบรรเทาแบบใด

AQI เท่าไรจึงอันตรายต่อสุขภาพ

AQI ย่อมาจากคำว่า Air Quality Index คือ ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นข้อมูลคุณภาพอากาศในภาพรวมโดยประกอบด้วยมลพิษทางอากาศทั้งหมด 6 ชนิดนั่นคือ

  1. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)
  2. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)
  3. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)
  4. ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
  5. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
  6. ก๊าซโอโซน (O3) 

โดยจำนวนเลข AQI นั้นจะสามารถแบ่งเป็นระดับความปลอดภัยได้หลัก ๆ 5 ระดับนั่นคือ

  • AQI 0-50 นั่นถือว่าคุณภาพอากาศดี เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง และท่องเที่ยว
  • AQI 51-100 นั่นคือคุณภาพอากาศปานกลาง บุคคลที่มีปัญหาทางด้านระบบทางเดินหายใจไม่ควรอยู่กลางแจ้งนาน
  • AQI 101-200 นั่นคือว่าคุณภาพอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ควรอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันหากจำเป็นต้องอยู่เป็นเวลานาน หากมีอาการแพ้หรือผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
  • AQI 201 ขึ้นไป นั่นคือว่าอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันหากจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

ซึ่งหากได้ดูจากลำดับตัวเลขนั้น AQI 101 ขึ้นไปถือว่าเริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งหากเป็น ฝุ่น PM2.5 บางรายอาจเริ่มมีผลกระทบเช่น เป็นผื่น PM2.5 หรืออาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ต่าง ๆ

เช็กอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ที่ควรรู้

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 นั้นอาการจะไม่แตกต่างกับการแพ้ฝุ่นตามปกติมากนัก บางรายอาจเกิดอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 และแสดงผลกระทบสุขภาพ หรือบางรายนั้นอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ผื่นขึ้น ซึ่งอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 จะมีอาการโดยหลัก ๆ ดังนี้

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ทางสุขภาพ

ปัญหาอาการแพ้ PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพหลักๆนั้นมีดังนี้

  1. เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ : เนื่องจากฝุ่นที่มีขนาดเล็ก ที่สามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืดกำเริบ ทั้งผู้ที่เป็นอยู่แล้ว และร่างกายปกติก็สามารถเป็นได้ หากไม่ป้องกันหรือรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ 
  2. ส่งผลต่อหัวใจ : อาจทำให้เป็นตะกอนภายในหลอดเลือด จนทำให้หลอดวายเฉียบพลันได้
  3. ส่งผลต่อสมอง : ความดันโลหิตสูง และเลือดมีความหนืด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดในสมอง

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5ทางผิวหนัง

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ที่เกิดทางผิวหนังนั้นอาการแล้วแต่บุคคลซึ่งมาดังนี้

  1. ผิวหนังเกิดเป็นตุ่ม นูนแดงกระจายจากอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 
  2. เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจากการแพ้ฝุ่น PM2.5
  3. ทำให้ผิวแก่เร็ว มีจุดด่างดำ
 

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ที่ควรพบแพทย์ทันที

อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 นั้นมีหลายอาการซึ่งในบางอาการที่แสดงออกมานั้นเป็นอาการที่อันตราย ซึ่งหากเกิดอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 เหล่านี้ควรแพทย์พบทันที

  • แสบตา ระคายเคืองตาอย่างมาก
  • มีน้ำมูกเกิน 1 สัปดาห์
  • ไอ หรือ จามเรื้อรังมานานกว่า 2 สัปดาห์
  • หายใจไม่สะดวก ติดขัด 
 

อาการแพ้ ฝุ่น PM2.5 ต่อโรคภูมิแพ้

สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้นั้นอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ส่งผลทำให้ไปกระตุ้นโรคภูมิแพ้ได้ และมีอาการแพ้ที่รุนแรงกว่าคนปกติโดยอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 จะส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายดังนี้

  • ระบบทางเดินหายใจ : เยื่อบุอักเสบและโพรงจมูกอักเสบ อาจเป็นโรคหลอดลม หรือโรคหอบหืดได้หากเป็นอาการแพ้ PM2.5 เรื้อรัง
  • ระบบผิวหนัง : ผื่นคันตามตัว ลมพิษทำให้ผิวแพ้ง่าย และทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย

อาการแพ้ PM2.5 สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นส่งผลต่อระบบอื่น ๆ ด้วยเช่นระบบไหลเวียนโลหิต ทั้งยังเป็นอันตรายสำหรับหญิงตั้งครรภ์ด้วย

 

อาการแพ้ ฝุ่น PM2.5 ต่อโรคปอด

การได้รับ PM2.5 ในปริมาณที่ไม่มากแต่ได้รับในระยะเวลาที่ยาวนานอาจส่งผลกระทบต่อปอดได้ เนื่องจากฝุ่น PM2.5 ที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ระบบหายใจได้ง่าย และอาจนำพาสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าสู่ปอด ทำให้เกิดอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 และ เป็นโรค ๆ ต่างเกี่ยวกับปอด อย่างเช่น ปอดอักเสบ หรือเป็นมะเร็งปอดได้

ไอเพราะฝุ่น PM 2.5 มีอาการอย่างไร

อาการไอ เป็นหนึ่งในการตอบสนองของร่างกายจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจ เช่น เชื้อโรค ฝุ่นควัน หรือเสมหะ ทำให้ร่างกายพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายด้วยการไอออกมา ซึ่งการไอทั่วไปมักเป็นอยู่ไม่เกิน 3-4 สัปดาห์ แต่หากเป็นอาการไอเรื้อรังอาจเกิดจากการถูกกดทับที่ปอดหรือหลอดลม เช่น มะเร็งปอด หรือก้อนเนื้อที่ผิดปกติ เป็นต้น โดยอาการไอที่พบได้บ่อยเมื่อต้องเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 ได้แก่

  • ไอ จาม มีน้ำมูก
  • เจ็บคอ มีเสมหะ
  • ระคายเคืองตา
  • แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก

วิธีบรรเทา และป้องกันอาการระคายหรือแสบคอ

หากมีอาการระคายคอ แสบคอจากฝุ่น PM 2.5 วันนี้แพทย์มีวิธีช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นหายได้ ดังนี้

1.  อยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี

หากเป็นไปได้ให้อยู่ในอาคาร บ้าน ตึก ที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองและมลพิษ

2.  ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

เมื่อออกนอกบ้าน ไม่ว่าจะออกไปที่ไหน เเม้อยู่ในรถยนต์ เราก็ควรใส่หน้ากากป้องกันไว้ก่อน เพราะเจ้าฝุ่นมีอนุภาคที่เล็กมากลอยตามอากาศ

 3.  ดื่มน้ำให้มาก ๆ เวลาที่คันคอ

การดื่มน้ำสะอาดช่วยอาการแสบคอจากฝุ่น โดยแพทย์แนะนำว่าควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อให้น้ำเข้าไปเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุลำคอ ซึ่งช่วยลดอาการระคายคอลงได้

4.  ทานอาหารอ่อน ๆ ถ้าแสบคอมาก

ทานอะไรไม่ค่อยได้ แนะนำให้กินอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก จะช่วยให้กลืนง่าย คล่องคอมากขึ้น

5.  กลั้วคอบ่อย ๆ หลังจากทานอาหาร

กลั้วคอบ่อยหลังทานอาหารหรือเมื่อรู้สึกระคายคอ โดยแนะนำให้กลั้วคอด้วยน้ำเปล่าธรรมดาหรือน้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อยก็ได้ วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดคอ ทำให้คอชุ่มชื้น แถมยังบรรเทาอาการเจ็บคอหรือระคายคอได้ด้วย 

6.  งดอาหารรสจัด

เนื่องจากอาหารรสจัดอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ลำคอได้มากขึ้น ดังนั้นควรงดอาหารรสจัดไปก่อน

7.  ไม่ทานของมัน ทอด ผัดและไขมันสูง

อาหารประเภททอด ผัด อาหารที่มีไขมันสูงหรือผลิตภัณฑ์จากนมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการระคายคอเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งควรเลี่ยงก่อนดีกว่า

 8.  งดใช้เสียงชั่วคราว

ผู้ป่วยควรงดตะโกนหรืองดใช้เสียงดังจนกว่าอาการระคายคอ แสบคอจะหายเป็นปกติ เพราะหากยังใช้เสียง เส้นเลือดฝอยในลำคออาจได้รับผลกระทบและเกิดการอักเสบได้

 9.  จิบน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง

น้ำมะนาวมีกรดซิตริกและมีวิตามินซี น้ำผึ้งมีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยต้านเชื้อโรค เมื่อนำมาผสมกันเป็นน้ำผึ้งมะนาว จะช่วยแก้อาการระคายคอ เจ็บคอ แก้ไอ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำคอได้เป็นอย่างดี

ถ้าหากอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

อ้างอิง: โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต)  , โรงพยาบาลรามคำแหง , MEGA We care , โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์