background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปี 2567 นี้ ประเทศไทยได้กำหนดประเด็นรณรงค์คือ “บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว” เพื่อย้ำเตือนให้เยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้ตระหนักรู้เท่าทันอันตรายจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 

ซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มวัยเรียน เยาวชน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ ที่ดึงดูดความสนใจด้วยภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวการ์ตูน และเพิ่มรสชาติให้หลากหลายเพื่อเย้ายวนให้ลิ้มลอง รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง และการเสพติด ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่จากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้าได้ออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ GEN 5 หรือ TOY POD โดยสร้างผลิตภัณฑ์ให้เลียนแบบหรือดูคล้ายสิ่งอื่นที่ดูแล้วน่ารัก เช่น เลียนแบบตุ๊กตา ของเล่น ขนม นมกล่อง ขวดน้ำอัดลม กล่องน้ำผลไม้ ไอศกรีมแท่ง โมเดล หรือเลียนแบบของสะสม ตัวการ์ตูนดังๆ มาผลิตเป็นเคสใส่บุหรี่ไฟฟ้า หากนำไปวางปนกับของเล่นแทบแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนคือ บุหรี่ไฟฟ้า อันไหนคือ ของเล่นจริง

นอกจากสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาหรือของเล่น ของสะสมแล้วนั้น เพื่อทำให้บุหรี่ไฟฟ้าดูไม่เป็นอันตราย สร้างแรงกระตุ้นต่อเยาวชน เพราะลักษณะเหมือนของเล่น เลือกกลิ่น และรสชาติได้หลากหลาย โดยไม่ตระหนักถึงพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าที่ประกอบด้วย สารนิโคติน และสารพิษอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เปิดผลสำรวจ "บุหรี่ไฟฟ้า" พื้นที่กรุงเทพฯ รอบสถานศึกษา

ทำไม ต้องแบน 'บุหรี่ไฟฟ้า' คุมเข้ม สกัด 'นักสูบหน้าใหม่'

นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ก่อให้เกิดโรคมากมาย

“นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส” ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวเสริมว่า นิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากเป็นสารเสพติดแล้ว ยังเป็นสารเคมีที่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการระคายเคือง และร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน เกิดการอักเสบของเส้นเลือด และเกิดการอุดตัน ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ทั้งทางสมอง สติปัญญาบกพร่อง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไต และอื่นๆ ได้ทุกอวัยวะ จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันปกป้องประชาชน และลูกหลานไม่ให้ข้องแวะกับบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า และขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาบรรจุความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรของนักเรียนทุกระดับชั้นต่อไป

"นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์" ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยนักสูบหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญหนึ่งมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นหากไม่มีมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้อัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในภาพรวมกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบ 5 มาตรการในการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย  ได้แก่

1.การพัฒนาและจัดการองค์ความรู้

2.การสร้างความตระหนัก/รับรู้โทษ พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน รวมถึงสาธารณชน

3.การเฝ้าระวัง และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

4.การพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

5.การยืนยันนโยบาย และมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า

โดยมอบหมายให้หน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคม ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ 

สูญเสียฟันมากกว่าไม่สูบ 2 เท่า

ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา ผู้จัดการโครงการเครือข่ายทันตบุคลากรต้านภัยยาสูบ สนับสนุนโดย สสส. กล่าวว่า การศึกษาระยะยาวพบว่า ผู้สูบบุหรี่จะมีการสูญเสียฟันถึง 2 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองมีการสูญเสียฟันมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ จากการสำรวจโดยทันตบุคลากร ปี 2566 พบเด็กในกรุงเทพฯ เคยสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าถึง 9% หรือพบทุก 1 ใน 10 คน สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่พบอายุเฉลี่ยของผู้เริ่มสูบบุหรี่มีอายุน้อยลง มีเด็กอายุ 13-15 ปี ติดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าถึง 37 ล้านคนทั่วโลก และที่น่ากังวลคือ เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มวัยที่มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงมากกว่าวัยอื่นๆ

ข้อมูลทางทันตแพทยศาสตร์ พบว่าไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้เสียสมดุลของจุลินทรีย์ในช่องปาก จุลินทรีย์ดีลดลง เพิ่มจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในช่องปาก เพิ่มโรคปริทันต์ ส่งผลต่อการยึดติดของรากฟันเทียม การใส่ฟันปลอมถอดได้ และการจัดฟัน นอกจากนี้ ยังพบว่าเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุ Streptococcus

mutans เพิ่มขึ้น พบความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับการมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน และพบรอยโรคในช่องปาก เช่น เพดานปากอักเสบ ลิ้นเป็นฝ้า และการอักเสบบริเวณมุมปาก

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า บุหรี่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากและฟัน แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 2-4 เท่า เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด 25 เท่า แต่ละปีมีประชากรโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 8 ล้านคน

ซึ่งจากผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทย ปี 2565 (Global Youth Tobacco Survey : GYTS) พบเด็ก และเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มเป็น 17.6 % จากเดิมอยู่ที่ 3.3% ในปี 2558 เพิ่มขึ้น 5.3 เท่า ทั้งนี้ หากเด็กที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน เริ่มสูบบุหรี่จะมีแนวโน้มสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น 5 เท่า และมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า

เพิ่มเสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ประธานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะทางเพศ คลินิกวัยรุ่นชาย รพ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า อันตรายของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ยังพบว่าทำให้เกิดปัญหาสมรรถภาพทางเพศลดลง หรือ “นกเขาไม่ขัน” รวมไปถึงปัญหาการอ่อนตัว และหลั่งไว ซึ่งจากการดูแลรักษาผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวพบว่า จากเดิมประมาณ 30% ที่เคยพบปัญหาอ่อนตัวเมื่อมีกิจกรรมทางเพศ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่มั่นใจจากการที่ปกติช่วยตัวเองบ่อย

แต่เมื่อสอบถามข้อมูลเชิงลึก พบว่ามีเรื่องของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าร่วมด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากต่างประเทศที่มีการสำรวจผู้ชายที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 2 ครั้ง จำนวน 13,000 คน พบ 4.8 % มีปัญหาเรื่องอวัยวะเพศไม่แข็งตัว โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 20-25 ปี สาเหตุหลักที่นกเขาไม่ขัน พบว่ามาจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า รวมไปถึงยังมีปัญหาเรื่องของการอ่อนตัว โดยระดับองศาของการแข็งตัว

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

ดังนั้น คนที่เป็นนกเขาไม่ขันอาจจะเป็นสัญญาณบอกเหตุว่า อาจจะเป็นโรคหัวใจภายใน 5 ปี ได้ถึง 80% เพราะถ้าไม่รักษาปัญหาจะเริ่มมาที่หัวใจ แต่หากรักษาภาวะนกเขาไม่ขันก็จะไปช่วยลดความเสี่ยง เพราะต้องไปลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหารอย่างดี ออกกำลังกาย ทำให้สมองกับหัวใจดีขึ้นเช่นกัน

“นอกจากนี้ สารนิโคตินจะไปกระตุ้นต่อมหมวกไตปล่อยอะดรีนาลีนและสารต่างๆ ทำให้เส้นเลือดหดตัวทั้งร่างกายรวมถึงที่อวัยวะเพศชาย ปลุกเร้าไม่ขึ้น ขาดสารตั้งต้นในการขยายหลอดเลือดที่น้องชาย เกิดความเครียดเป็นเวลานาน จนฮอร์โมนเพศชายลดลง และลูกอัณฑะฝ่อไม่สร้างฮอร์โมน ส่วนที่เชื่อกันว่าดื่มเหล้า สูบบุหรี่แล้วทำให้คึกคักในเรื่องทางเพศ อาจจะเป็นเพียงช่วงระยะแรกที่เพิ่มความต้องการทางเพศ เพราะฮอร์โมนเพศชายยังสูง แต่ถ้าสูบบุหรี่ไฟฟ้าไปหลายครั้งหรือระยะยาวก็จะเกิดภาวะน้องชายไม่แข็งตัวในที่สุด ดังนั้น หากคนสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีปัญหาเรื่องนกเขาไม่ขัน สามารถรักษาให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้นได้ แต่ต้องเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า” ศ.นพ.สมเกียรติ กล่าว

ห้ามโฆษณาและขายออนไลน์

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า จากผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทย ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา สำรวจนักเรียนอายุ 13-15 ปี จำนวน 6,752 คน ในโรงเรียน 87 แห่ง พบว่า

1.เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า

2.กลยุทธ์ทางการตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์มุ่งเน้นไปที่เด็ก และเยาวชนมากขึ้น มีการพบเห็นโฆษณา และการส่งเสริมการขายทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2558 เป็น 48% ในปี 2565

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

3.นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อบุหรี่ซอง/บุหรี่ไฟฟ้าที่มีรสชาติ โดย 31.1% เห็นด้วยว่าทำให้สูบง่ายกว่าบุหรี่ธรรมดา และ 36.5% เห็นด้วยว่าจะทำให้เด็ก และวัยรุ่นสนใจการสูบมากขึ้น

การขับเคลื่อนมาตรการเพื่อปกป้องเด็ก และเยาวชนจากพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า คือ

1.คงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า และควรลงนามในพิธีสารว่าด้วยการขจัดการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมายขององค์การอนามัยโลก เพื่อยกระดับการควบคุม และปราบปรามบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย

2.บังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้า และห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดำเนินคดีจับปรับ การห้ามโฆษณาและจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์

3.สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนสื่อสารรณรงค์ เผยแพร่ข้อมูล/ข้อเท็จจริงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ รู้เท่าทันกลยุทธ์อุตสาหกรรมยาสูบ และเพิ่มภูมิคุ้มกันในการป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน

น.ส.ยศวดี ดิสสระ ผู้อำนวยการโครงการนักสื่อสารรุ่นใหม่ รู้เท่าทันภัยผลิตภัณฑ์ยาสูบ กล่าวว่า ปัจจุบัน          มีเด็ก และเยาวชนเป็นนักสูบหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า จากการสำรวจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาและระดับปริญญากว่า 2,000 คน พบว่า 1 ใน 3 หรือกว่า 30% เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 1 ครั้ง นักศึกษาในมหาวิทยาลัยกว่า 60% มีอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า 

ขณะที่บริษัทบุหรี่มีกลยุทธ์การตลาดโดยพัฒนารูปแบบบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก และเยาวชนมากขึ้น ทั้งรูปแบบที่พกพาสะดวก ทันสมัย น้ำยาที่มีกลิ่น และรสชาติหลากหลาย การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์หรือใช้ Influencer ในโซเชียลมีเดีย ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อนงานเพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก และเยาวชนตกเป็นเหยื่อ

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”

2 ศาสตร์ไทย - จีนเลิกสูบบุหรี่

นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย แนะนำ สมุนไพรหญ้าดอกขาว ซึ่งมีสาระสำคัญที่ทำให้ลิ้นชา หรือลิ้นฝาด ช่วยให้ความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ลดลง ปัจจุบันหญ้าดอกขาวถูกบรรจุเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ รูปแบบชาชง ในส่วนวิธีใช้ ให้นำหญ้าดอกขาวแห้งปริมาณ 2 กรัม ต่อ น้ำร้อน 120 - 200 มิลลิลิตร แช่ไว้ 10 นาที ดื่มหลังอาหาร วันละ 3-4 ครั้ง ข้อควรระวังในการใช้คือ ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคไต เพราะหญ้าดอกขาวมีโพแทสเซียมสูง และอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยานี้ คือ อาการปากแห้ง คอแห้ง สำหรับสมุนไพรอีก 1 ชนิดที่นิยมนำมาใช้ในกรณี อยากบุหรี่คือ มะนาว โดยหั่นมะนาวทั้งเปลือกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ นำมารับประทานเมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ โดยสารสำคัญในมะนาว จะมีผลต่อต่อมรับรสทำให้การรับรสชาติของบุหรี่ผิดปกติไป จนทำให้ไม่รู้สึกอยากสูบบุหรี่

ศาสตร์การแพทย์แผนจีน ที่นิยมนำมาใช้บำบัดรักษาผู้ที่ติดบุหรี่คือ วิธีการ ฝังเข็ม จากการศึกษาวิจัยพบว่า การฝังเข็มทำให้มีการเพิ่มของสาร serotonin ใน hypothalamus ซึ่งทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ทำให้ระดับการทำงานของสารเคมีในร่างกายเป็นปกติ ลดอาการถอนยา และช่วยลดความต้องการสูบบุหรี่ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบ และมีสุขภาพดีขึ้น นำไปสู่กระบวนการรักษาขับสารพิษ นอกจากนี้ยังมีการฝังเข็มหรือติดเมล็ดหวางปู้หลิวสิงที่ใบหู ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งในการรักษา  นอกจากการรักษาด้วยการฝังเข็มแล้ว ยังมีสมุนไพรจีนบางชนิดที่ช่วยลด ความอยากบุหรี่ได้ด้วย เช่น ติงเซียง (กานพลู) หวีซินเฉ่า (คาวทอง) และ หยางกานจวี๋ (คาโมมายด์) โดยนำมาชงดื่มเป็นชา ได้อีกด้วย

 

“TOY POD”ของเล่นมีพิษ  ทำลายสุขภาพ เสี่ยง “นกเขาไม่ขัน”