background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'นิ่วในถุงน้ำดี' โรคสุดฮิตของสายปิ้งย่าง คนรักบุฟเฟต์

'นิ่วในถุงน้ำดี' โรคสุดฮิตของสายปิ้งย่าง คนรักบุฟเฟต์

พฤติกรรมของเหล่ามนุษย์เงินเดือน  เมื่อเงินเดือนออก นอกจากเป็นคนทรงคุณค่า ทั้งค่าห้องค่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่ารถ และค่าใช้จ่ายประจำต่างๆ แล้ว มักจะชดเชยด้วยการให้รางวัลตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ช้อปปิ้ง หรือรับประทานอาหาร อย่าง ชาบู บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ฯลฯ

Keypoint:

  • ของอร่อยมักจะมาพร้อมด้วยโรค เช่นเดียวกับบุฟเฟต์ ชาบู ปิ้งย่าง ของมันของทอดที่มาพร้อมด้วย'นิ้วในถุงน้ำดี'
  • โรคนิ่วในถุงน้ำดี หลายคนอาจจะมองว่าไม่อันตราย แต่จริงๆ แล้ว เป็นอีกโรคร้ายที่มักเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะสายปิ้งย่าง บุฟเฟต์ ชาบู แถมทางเดียวที่ดีที่สุดของการรักษา คือ ต้องผ่าตัด
  • ดูแลป้องกันตนเองไม่ให้เป็น 'นิ่วถุงน้ำดี' ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เน้นทางปลา ผัก ผลไม้ และงดเนื้อสัตว์บางชนิด เนื้อที่ผ่านการแปรรูป กุ้ง หมึก หอย ขนมขบเคี้ยว และน้ำอัดลม 

'อาหารการกิน' ช่วยทำให้หลายๆ คนผ่อนคลายและหายจากความเหนื่อยล้า มีความสุข ยิ่ง 'บุฟเฟต์ ชาบู ปิ้งย่าง' ด้วยรสชาติอาหารเหล่านี้ทำให้หลายคนมองข้ามอันตรายจากการรับประทานอาหารที่ไขมันสูง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายหลายๆ โรค  

หนึ่งในโรคอันตรายที่หลายคนอาจไม่คุ้น แต่ปัจจุบันพบว่าเป็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ‘นิ่วในถุงน้ำดี’  ซึ่งทางเดียวที่ดีที่สุดของการรักษา คือ ต้องผ่าตัดเท่านั้น 

การใช้ชีวิต และการทำงานในปัจจุบันเลือกรับประทานอาหารที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว โดยไม่คำนึงถึงพลังงาน โซเดียม ไขมัน น้ำตาล สารอื่น ๆ ที่ได้รับในแต่ละวัน ‘นิ่วในถุงน้ำดี’ ที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่ถ้าประสบกับภาวะแทรกซ้อนจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วย เสียทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษา การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะอนามัย เพื่อป้องกันรวมทั้งแนวทางดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รู้ทัน 'นิ่วในถุงน้ำดี' โรคใกล้ตัวผู้หญิงวัย 40+

ไม่อยากเสี่ยง 'โรคมะเร็ง' ลดอาหารกลุ่มเสี่ยง ช่วยได้ 30-40 %

 

ทำไม? เป็น 'นิ่วในถุงน้ำดี' 

พญ. นรสรา วิทยาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง ศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง (ASIT) โรงพยาบาลพญาไท 3  อธิบายว่า นิ่วในถุงน้ำดี คือ ตะกอนของแข็งที่เกิดสะสมขึ้นภายในถุงน้ำดี อาจมีขนาดเล็กเท่ากับเม็ดทรายหรือจะใหญ่ทำกับลูกมะกรูดก็ได้ ซึ่งตะกอนดังกล่าวจะมีจำนวนมากเป็นร้อยๆ ก้อน อุดตันอยู่ในถุงน้ำดี

ทั้งนี้ ถุงน้ำดีมีหน้าที่ทำให้น้ำดีเข้มข้น ไว้พร้อมใช้สำหรับขับน้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหาร โดยน้ำดีจะทำหน้าที่ดักจับไขมันเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย นั่นเองจึงทำให้เมื่อเกิดนิ่วขึ้น การทำงานของถุงน้ำดีจึงผิดปกติและส่งผลระบบทำงานของถุงน้ำดี ซึ่งถ้าหากนิ่วตกลงไปอุดที่ท่อน้ำดีใหญ่ อาจส่งผลต่อการทำให้ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งอันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

นิ่วในถุงน้ำดีสามารถจำแนกได้ออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดที่เกิดจากคอเรสเตอรอล พบได้บ่อยมากที่สุดคือร้อยละ 80 ของผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีจะเป็นชนิดนี้ เกิดจากการมีคอเรสเตอรอลมากเกินไป จึงไปเกาะจับกันจนทำให้ถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ
  • ชนิดที่เกิดจากเม็ดสีบิลิรูบิน พบได้น้อยกว่าชนิดแรก โดยก้อนนิ่วจะมีขนาดเล็กกว่าชนิดคอเรสเตอรอลมักพบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของเลือด อย่างโรคโลหิตจาง

 

ปัจจัยเสี่ยงโรคนิ่วในถุงน้ำดี

สังเกตจากชนิดของโรคนิ่วในถุงน้ำดี เราจะพบว่าชนิดที่เป็นกันมากที่สุดคือชนิดที่เกิดจากคอเรสเตอรอล นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้ว่า พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเรามีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ ประกอบกันด้วย ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่มีส่วนทำให้เราเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้แก่

  • ความอ้วน ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้มากที่สุด เพราะเป็นสาเหตุของการทำให้คอเรสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มมากขึ้น
  • การทานอาหารไขมันสูง ชอบทานบุฟเฟต์ ปิ้งย่าง ฯลฯ เป็นสาเหตุของความอ้วนและนำไปสู่ภาวะคอเรสเตอรอลในน้ำดีสูง
  • ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบทานผัก
  • อายุ 40 ปี ขึ้นไป ระบบเผาผลาญในร่างกายที่แย่ลง ทำให้การสะสมคอเรสเตอรอลมีสูงขึ้น จึงเสี่ยงมากขึ้น
  • โรคนิ่วในถุงน้ำดีพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  • ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน จะมีความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มมากขึ้น เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน มีส่วนในการเพิ่มปริมาณคอเรสเตอรอลในถุงน้ำดี
  • หากพบว่าในครอบครัวมีคนเคยเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี เราก็จะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น

สังเกตอาการ กำลังเสี่ยงภัยเกิดโรค

ความอันตรายของโรคนิ่วในถุงน้ำดีคือเป็นโรคไม่แสดงอาการให้เราเห็นชัดเจนมากนักในช่วงแรก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะทราบก็เมื่อได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด แต่ทั้งนี้ เราสามารถสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของการเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ จากหลายๆ อาการ ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน บ่อยๆ
  • มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • รู้สึกแสบร้อนที่อก มีลมในกระเพาะอาหาร
  • หลังรับประทานอาหารมันๆ มักมีอาการเสียดท้อง แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่
  • ปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณช่วงท้องส่วนบนด้านขวา โดยปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ในรายผู้ป่วยที่ถุงน้ำดีอักเสบ อาจมีไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงด้านขวา

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

เนื้อสัตว์

  • ติดมัน
  • บริเวณหนัง
  • เครื่องใน
  • เนื้อที่ผ่านการแปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม เบคอน

อาหารทะเล

  • หมึก
  • กุ้ง
  • หอย

ของที่ผ่านกรรมวิธีการทอด

  • ขนมขบเคี้ยวที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ
  • ปาท่องโก๋
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • ผัดซีอิ๊ว
  • เฟรนช์ฟรายส์

อาหารที่มีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอลสูง

  • ไข่แดง
  • ชีส
  • เนย
  • พิซซ่า
  • วิปปิ้งครีม
  • ซอสมายองเนส
  • ไอศกรีม
  • กะทิ

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

  • น้ำอัดลม
  • ชา
  • กาแฟ
  • เครื่องดื่มชูกำลัง

อาหารที่ควรรับประทานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี

จากกรรมวิธี

  • ต้ม
  • ยำ
  • ตุ๋น
  • นึ่ง
  • อบ

มีโปรตีนสูง

  • ปลา
  • อกไก่
  • เต้าหู้
  • ไข่ขาว

ธัญพืชไม่ขัดสี

  • ข้าวกล้อง
  • ขนมปังโฮลวีท
  • ซีเรียลโฮลเกรน
  • ถั่วลิสง
  • เมล็ดทานตะวัน
  • อัลมอนด์

ผัก ผลไม้ ที่มีกากใยสูง รสหวานน้อย

  • แครอท
  • ข้าวโพด
  • บรอกโคลี
  • ผักโขม
  • แอปเปิล
  • อะโวคาโด
  • ฝรั่ง
  • มะม่วงมัน
  • ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ไม่เกิน 3 กรัมต่อ 1 หน่วยบริโภค

ผ่าตัดผ่านกล้องนิ่วในถุงน้ำดี 

สำหรับโรคนิ่วในถุงน้ำดีนั้น หากแพทย์ตรวจวินิจฉัยทราบแล้วว่าเป็นจริง วิธีการรักษาเดียวที่ดีที่สุดคือ 'การผ่าตัด' ซึ่งการผ่าตัดแบบเดิมจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง ทำให้เกิดแผลใหญ่ ผู้ป่วยบอบช้ำมาก เสียเลือดมาก มีภาวะความเสี่ยงมาก และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน

แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ด้วย 'การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก'จึงทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เสี่ยงน้อยลง ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งนี้ การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้อง จะทำโดยการเจาะรูเล็กๆ ขนาดไม่ถึง 1 ซม.  รวม 3 จุด แล้วสอดกล้องพร้อมเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก ผ่านรูหน้าท้องที่เจาะ เข้าไปทำการผ่าตัดรักษา ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็วมาก เพียงแค่ 1-2 วันก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้แล้ว และภายในไม่เกิน 1  สัปดาห์ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติตามเดิม

ดูแลป้องกันตัวเองอย่างไรให้ไกลโรค

ปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้องถุงน้ำดี ถือเป็นมาตรฐานหลักที่ใช้ในการรักษา เพื่อหากปล่อยไว้ไม่ทำการผ่าตัด อาการก็จะรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ แต่ทั้งนี้ เกี่ยวกับเรื่องการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ยังมีสิ่งที่ควรรู้และทำความเข้าใจเพิ่มเติม ดังนี้

  • ในผู้ป่วยที่ผ่าตัดผ่านกล้องนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว ควรรับประทานอาหารจำพวกผัก ปลา มากขึ้น และลดของมันลง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง

หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร แต่มีอาการควรมาทำการพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี 

อ้างอิง: โรงพยาบาลพญาไท 3,โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน , โรงพยาบาลเพชรเวช