background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

‘อกหักไม่ถึงตาย’ ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป เมื่อภาวะอกหัก เสียใจ เศร้าใจ หรือมีความเครียดอย่างรุนแรง  อาจทำให้เกิด ‘โรคหัวใจสลาย (Broken heart syndrome)’ แล้วเสียชีวิตได้

Keypoint:

  • อกหัก เครียด เศร้า เสียใจ  อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะหากมีอาการรุนแรงจะทำให้เกิดภาวะหัวใจสลาย และเสียชีวิตได้ 
  • แม้โรคหัวใจสลายจะยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ที่แน่ชัดคือเกิดขึ้นจากสภาพจิตใจ และความเครียด หากคนใกล้ตัวมีภาวะอกหัก เครียดอย่างรุนแรง ควรให้กำลังใจ ดูแล และพาไปพบแพทย์ 
  • การป้องกัน Broken Heart Syndrome ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด นั่งสมาธิพูดคุยกับคนในครอบครัวและเพื่อน สนุกกับชีวิต

โรคหัวใจสลาย’ยังระบุสาเหตุการเกิดได้ไม่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่จิตใจหรือร่างกายมีความเครียดอย่างรุนแรง (emotional and physical stress) เช่น สูญเสียคนรัก มีสถานการณ์ที่สะเทือนอารมณ์อย่างรุนแรง การผ่าตัดใหญ่ การติดเชื้อในร่างกายอย่างรุนแรง เป็นต้น

ภาวะเครียดรุนแรงเหล่านี้ทำให้ร่างกายหลั่งสารกลุ่ม catecholamine เช่น อะดรีนาลินออกมามาก ส่งผลให้มีการสะสมของประจุแคลเซียมในกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หลอดเลือดฝอยของหัวใจเกิดการหดตัวเฉียบพลันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ซึ่งภาวะนี้สามารถหายได้เองเมื่อภาวะเครียดนั้นหายไป แต่หากเป็นมากอาจร้ายแรงจนเสียชีวิตได้

โดยภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการกระตุ้น สมองส่วน ก้านสมอง แล้วส่งสัญญาณ มายังต่อมใต้สมอง ให้หลั่ง ฮอร์โมน มากระตุ้นต่อมหมวกไต  ทำให้ต่อมหมวกไต หลั่งสารความเครียด ได้แก่ คอร์ติซอล (cortisol), แอดรินาริน(adrenalin) ซึ่งสารเหล่านี้ ก็จะมาทำให้ กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วน ลดการบีบตัวลง ชั่วคราว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

คุณเสี่ยง ‘หัวใจอ่อนแอ’ หรือไม่? สัญญาณเตือนโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ทำไม? 'โรคหัวใจ' ยิ่งอายุน้อย-วัยทำงานยิ่งเสี่ยง เช็กสัญญาณเตือนที่ควรรู้

 

รู้จักภาวะหัวใจสลาย (Broken heart syndrome)

มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Stress-induced Cardiomyopathy, Takotsubo Cardiomyopathy หรือ Apical ballooning syndrome คือ ภาวะที่ความสามารถในบีบตัวของหัวใจลดลงอย่างเฉียบพลัน โดยสาเหตุของโรคยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ทางการแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเกิดจากฮอร์โมน Catecholamine ที่สูงขึ้นเฉียบพลันจากความเศร้าเสียใจหรือความเครียดอย่างมาก เช่น ความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักกระทันหันจากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากการใช้ยาบางชนิด

ความเครียดที่สร้างมาจากภายใน ความรุนแรงของความเครียด อาจจะไม่ได้สัมพันธ์ กับ เนื้อหาเรื่องราวที่เกิดขึ้น อย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับ ลักษณะบุคลิกภาพ, วิธีการคิด, ความผิดปกติของจิตใจ รวมทั้ง การขาดการช่วยเหลือ ประคับประคองของคนในครอบครัว เพราะหลายครั้ง การคิดที่เป็นลบมากเกินไป ต่อเรื่องราวที่เกิด ก็เป็นตัวเร่งให้ ความเครียด รุนแรงมากขึ้น

โดยผู้ป่วยโรคนี้จะมีระดับฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมาสูงมากอย่างเฉียบพลัน (stress-induced catecholamine release) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

โรคหัวใจสลายมักเกิดกับใคร

จากการศึกษาพบว่า ประมาณ 90% ของผู้ป่วยเป็นผู้หญิง และ 80% เป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  ช่วงอายุที่พบบ่อย 58-77 ปี

 

เช็กอาการโรคหัวใจสลาย

อาการของหัวใจสลาย จะไม่สามารถแยกโรคออกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ จนกว่าจะได้รับการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ (Coronary angiogram) ซึ่งในผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนั้น มีประมาณ 1% ที่เป็น Stress-induced Cardiomyopathy

"โรคใจสลาย ส่วนใหญ่ 70% จะมาด้วยอาการแน่นหน้าอก, เหนื่อย หายใจไม่ทัน หรือ น้ำท่วมปอดได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ เหมือน กับ อาการของ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จาก หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ตลอดจน การเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบได้จาก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, ระดับเอนไซด์ ในเลือด ก็สามารถพบได้เหมือน โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน"

นพ.ไพศาล บุญศิริคำชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด เฉพาะทางด้านการตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจอาการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค เล่าว่าผู้ป่วยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ เนื่องจากมีภาวะหัวใจล้มเหลว เลือดไหลเวียนไม่พอ บวม นอนราบไม่ได้ ในกรณีที่รุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะหากมีความเจ็บป่วยร่างกายอื่นที่รุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

วินิจฉัยอย่างไร?เข้าข่ายโรคหัวใจสลาย

นพ.ไพศาล เล่าต่อว่า นอกจากประวัติและการตรวจร่างกายโดยละเอียดแล้วผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจพิเศษทางหัวใจโดยเฉพาะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจเลือด การเอ็กซเรย์หัวใจและปอด คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยในภาวะหัวใจสลายมักมีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผลเลือดเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจที่ผิดปกติคล้ายผู้ป่วยจากโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน (Heart attack) การวินิจฉัยแยกโรคมักต้องใช้การตรวจสวนหัวใจและฉีดสารทึบแสงดูเส้นเลือดหัวใจ ซึ่งในภาวะหัวใจสลายจะไม่พบเส้นเลือดหัวใจอุดตัน

รักษาโรคหัวใจสลายได้

เนื่องจากไม่ได้มีเส้นเลือดหัวใจอุดตันจึงไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการขยายเส้นเลือดหัวใจเหมือนกรณีโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน (Heart attack) การรักษาจึงเป็นการรักษาด้วยยา ประคับประคอง รักษาระดับความดัน ชีพจร ระดับออกซิเจนให้เหมาะสมเพียงพอและรักษาความผิดปกติทางร่างกายที่เป็นสาเหตุกระตุ้นภาวะเครียดรุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่กล้ามเนื้อหัวใจที่อ่อนแอ จะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นและกลับมาปกติได้ใน 4-8 สัปดาห์

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยาในการรักษาเพื่อลดความตึงเครียดในการทำงานของหัวใจและป้องกันการเกิดภาวะอื่นๆในอนาคต เช่น การใช้ยาลดความดันโลหิตสูง (ประเภท ACE) หรือ (ARBs) การใช้เบต้าบล็อกเกอร์ ยาขับปัสสาวะ หรือ ยาละลายลิ่มเลือดในกรณีที่พบว่าคนไข้มีลิ่มเลือดในหัวใจ

หากเกิดภาวะหัวใจวาย จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การทำบอลลูน หรือการสอดขดลวด จะไม่สามารถช่วยในการรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงได้ เนื่องจากการรักษาประเภทดังกล่าว จะมุ่งเน้นไปที่การแก้อาการตีบของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งไม่ใช่สาเหตุของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

เตรียมตัวก่อนการพบแพทย์

คนไข้ควรเข้ารับการรักษาในทันที หรือให้บุคคลใกล้ชิดพาไปห้องฉุกเฉินโดยด่วนหากพบว่าตนเองมีอาการเจ็บหน้าอกโดยไร้สาเหตุ และที่สำคัญในการพบแพทย์ควรพาบุคคลในครอบครัวมาด้วย

ข้อมูลที่ควรเตรียมมา

  • อาการต่างๆที่มีในปัจจุบัน รวมถึงระยะเวลาที่มีอาการดังกล่าว
  • ข้อมูลส่วนตัว เช่น การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตหรือภาวะความเครียดในชีวิต เช่น การสูญเสียบุคคลที่รักหรือการตกงาน
  • ข้อมูลประวัติการรักษาของตนเองและบุคคลในครอบครัว ซึ่งจะรวมถึงประวัติการรักษาโรคอื่นๆด้วย เช่น โรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง หรือโรคหัวใจ
  • ยาที่คนไข้รับประทานในปัจจุบัน ทั้งยาโดยแพทย์สั่งและที่ซื้อตามร้านขายยาทั่วไป
  • อาการบาดเจ็บบริเวณหน้าอกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่อาจทำให้เกิดความเสียหายภายในร่างกาย เช่น กระดูกหักหรือเส้นประสาทถูกกดทับได้
  • แพทย์จะตรวจสอบอาการของคนไข้ตามผลจาก ECG และการตรวจเลือดเพื่อดูว่าอาการของคนไข้เกิดจากภาวะดังกล่าวหรืออาการหัวใจวาย

'หัวใจสลาย' อกหัก เสียใจ เศร้าใจ เครียดรุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้

ป้องกันไม่ให้หัวใจสลาย

การป้องกัน Broken Heart Syndrome

  • ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด นั่งสมาธิ
  • พูดคุยกับคนในครอบครัวและเพื่อน เพื่อแบ่งปันเรื่องราวและปัญหา อย่าแบกความเครียดไว้คนเดียว
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • สนุกกับชีวิต ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการท่องเที่ยว ทำอาหาร เดินป่า ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ
  • ตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ นอกจากตรวจเช็กสุขภาพทุกปี ควรต้องตรวจเช็กสุขภาพหัวใจตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ

"Broken Heart Syndrome สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้จากความเครียด ทางที่ดีที่สุดคือดูแลหัวใจให้เข้มแข็ง ตั้งรับกับทุกปัญหาด้วยความเข้าใจ จัดการความเครียดอย่างถูกวิธี หากมีอาการผิดปกติแนะนำให้รีบพบแพทย์ทันที"

อ้างอิง: โรงพยาบาลพระรามเก้าโรงพยาบาลสมิติเวช  ,  โรงพยาบาลกรุงเทพ ,โรงพยาบาลเมดพาร์ค