background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หน้าฝน ระวัง 'ไข้เลือดออก' ปี 66 ป่วยสะสมแล้วกว่า 31,042 ราย

หน้าฝน ระวัง 'ไข้เลือดออก' ปี 66 ป่วยสะสมแล้วกว่า 31,042 ราย

ในช่วงที่ประเทศไทยฝนตกชุกหลายพื้นที่ ทำให้แหล่งวางไข่ยุงลายเพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยในปี 2566 สะสมกว่า 31,042 ราย โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยสูงสุดของปี ย้ำเตือนประชาชนควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย

Key Point :

  • สถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ในประเทศไทยล่าสุด ปี 2566 จากกรมควบคุมโรคพบว่ามีผู้ป่วยมากกว่า 3 หมื่นราย และเสียชีวิตกว่า 29 ราย 
  • อีกทั้ง ยังพบว่า มีผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหน้าฝน ในเดือน ก.ค. เป็นช่วงที่พบผู้ป่วยสูงที่สุดของปี 
  • หากผู้ป่วยมีภาวะช็อก ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ 

 

ประเทศไทยมีฝนตกชุกในหลายพื้นที่ทำให้แหล่งวางไข่ยุงลายเพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค เผยว่า เฉพาะเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยสูงสุดของปี สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย โดย กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ในวันที่ 1 มกราคม - 28 มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมสูงถึง 27,377 ราย สูงกว่าปีที่ผ่านมา ณ ช่วงเวลาเดียวกันเกือบ 3 เท่า และมีรายงานผู้เสียชีวิตเข้าระบบการเฝ้าระวังเหตุการณ์ 33 ราย

 

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนพบผู้ป่วยไข้เลือกออกสัปดาห์ละ 1,500 - 2,400 ราย เสียชีวิตสัปดาห์ละ 1-3 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี พบอัตราป่วยสูงสุดในภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และภาคกลาง ตามลำดับ 

 

ล่าสุด ข้อมูล สถานการณ์ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 5 ก.ค. 2566 พบว่า 

  • ผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม จำนวน 31,042 ราย
  • ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 3,665 ราย ( สัปดาห์ที่ 26 )
  • ผู้เสียชีวิต จำนวน 29 ราย ( เพิ่มขึ้น 6 ราย )

 

หน้าฝน ระวัง 'ไข้เลือดออก' ปี 66 ป่วยสะสมแล้วกว่า 31,042 ราย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

โรคไข้เลือดออกเกิดจากอะไร 

โรคไข้เลือดออกเกิดจาก เชื้อไวรัสเดงกี่ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ระบาดใหญ่ครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2497 และในประเทศไทยระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 ที่กรุงเทพฯ จากนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ ที่มีการคมนาคมสะดวก สถานการณ์ของโรคมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยตลอด ต่างจากอัตราป่วยตายลดลงอย่างมาก สะท้อนพัฒนาการด้านการรักษาพยาบาลดีขึ้น แต่ประชาชนยังขาดความร่วมมือต่อการป้องกันควบคุมโรค

 

การติดต่อของโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก ติดต่อถึงกันได้โดยมียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ โดยยุงตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยในระยะไข้สูง และฟักตัวในยุงประมาณ 8-12 วัน จากนั้นเมื่อยุงตัวนี้ไปกัดคนปกติ ก็จะปล่อยเชื้อไวรัสไปยังผู้ที่ถูกกัด เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายคน และผ่านระยะฟักตัวประมาณ 5-8 วัน (สั้นที่สุด 3 วัน - นานที่สุด 15 วัน) ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคได้ สำหรับเชื้อเดงกีนี้จะอยู่ในตัวยุงนั้นตลอดชีวิตของยุง คือ ประมาณ 45 วัน

 

อาการไข้เลือดออก 

หลังจากได้รับเชื้อไข้เลือดออกจากยุงประมาณ 5-8 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการค่อนข้างเฉพาะ 4 ประการ ดังนี้

1.ไข้สูงเฉียบพลัน (38.5 – 40 องศาเซลเซียส) ประมาณ 2-7 วัน หน้าแดง ปวดกระบอกตา เบื่ออาหาร อาเจียน ส่วนใหญ่จะไม่มีน้ำมูกไม่ไอ

2. อาการเลือดออก เส้นเลือดเปราะ แตกง่าย มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ มีเลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน อาจมีอาเจียนและอุจจาระสีดำ

3. ปวดท้อง ส่วนใหญ่จะคลำพบตับโตได้ประมาณวันที่ 3-4 นับแต่เริ่มป่วย

 

4. ภาวะช็อก ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง เนื่องจากมีการรั่วของเลือด ออกไปยังช่องปอดและช่องท้อง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 3 ของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว  ความดันโลหิต แคบ  ส่วนใหญ่ จะรู้สติ พูดรู้เรื่อง กระหายน้ำ

อาจมีอาการปวดท้องกะทันหันก่อนเข้าสู่ภาวะช็อก ถ้ารักษาไม่ทัน จะมีอาการ ปากเขียว ผิวสีม่วง ๆ ตัวเย็นชืด จับชีพจรและวัดความดันไม่ได้ ความรู้สติเปลี่ยนไป และจะเสียชีวิตภายใน 12 - 24 ชั่วโมง ในรายที่ไม่รุนแรง เมื่อให้การรักษาในช่วงระยะสั้นๆ ก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

การรักษาโรคไข้เลือดออก

ไม่มีการรักษาที่เฉพาะและไม่มีวัคซีนป้องกัน ให้การรักษาแบบประคับประคอง ตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอล ให้น้ำให้เพียงพอ และพักผ่อน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ส่งต่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ เมื่อผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีไข้สูง 4-5 วัน (พบร้อยละ 70)  ซึ่งวันที่เป็นระยะวิกฤติ/ช็อกจะตรงกับวันที่ไข้ลง หรือไข้ต่ำกว่าเดิม

จึงพึงระลึกเสมอว่าวันที่ 3 ของโรค เป็นวันที่เร็วที่สุดที่ผู้ป่วยไข้เลือดออกมีโอกาสช็อกได้  และระหว่างที่ผู้ป่วยมีอาการช็อก จะมีสติดีสามารถพูดจาโต้ตอบได้ จะดูเหมือนผู้ป่วยที่มีแต่ความอ่อนเพลียเท่านั้น ให้รีบนำผู้ป่วยส่งต่อโรงพยาบาลระดับสูงทันที

 

ป้องกันการเสียชีวิต จากไข้เลือดออก 

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุข โดย กรมควบคุมโรค ได้เพิ่มกลยุทธ์ เพื่อควบคุมจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศ เน้นการรณรงค์ป้องกันก่อนเกิดโรคเพื่อเปลี่ยนความคิดคนไทยให้รู้เท่าทันภัยร้ายของไข้เลือดออก โดยเริ่มต้นจากการดูแลตนเอง อีกทั้ง ผนึกกำลังภาคีรัฐและเอกชน ชูนวัตกรรมเพื่อสร้างความร่วมมือในการป้องกันการเสียชีวิตจากไข้เลือดออก

ซึ่งล่าสุดผนึกกำลังกับหน่วยงานภาคีภาครัฐ ร่วมควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยความร่วมมือของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่เป็นกลุ่มป่วยสูงสุด

 

นอกเหนือจากการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนแล้ว การวินิจฉัยที่รวดเร็วยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ซึ่งปัจจุบันมีการใช้ชุดตรวจโรคไข้เลือดออกชนิดรวดเร็ว (Dengue Rapid Diagnosis Test) ทำให้สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกได้เร็วมากขึ้น 

 

เตือนโรคไข้เลือดออกห้ามซื้อยากินเอง 

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนสังเกตอาการป่วยของตนเองและบุคคลในครอบครัว หากพบมีไข้สูงเฉียบพลัน และสูงลอยมากกว่า 2 วัน ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที และห้ามซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น

  • ไอบูโพรเฟน
  • ไดโครฟิแนค
  • แอสไพริน
  • รวมถึงยาชุดแก้ปวด

ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา เสี่ยงต่อการเสียชีวิต พร้อมทั้งป้องกันตนเองและบุคคลในครอบครัวจากการถูกยุงกัด เช่น ทายากันยุงหรือนอนในมุ้ง กำจัดแหล่งวางไข่ยุงลายภายในบ้านและบริเวณรอบๆ บ้าน

 

ยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค

  • เก็บบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง
  • เก็บน้ำ โดยปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์พร้อมทั้งขัดขอบภาชนะเพื่อกำจัดไข่ยุงลาย
  • เก็บขยะ บริเวณรอบบ้าน พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งวางไข่ยุงลาย

ทั้งหมดนี้ สามารถป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ทั้ง 3 โรค คือ

  • โรคไข้เลือดออก
  • โรคติดเชื้อไวรัสซิกา
  • โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

อ้างอิง : กรมควบคุมโรค , กรมควบคุมโรค สำนักงานป้องกันโรคที่ 5 จ.ราชบุรี