วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สำนักสร้างสรรค์โอกาส สสส. จับมือ “กลุ่มบางกอกฮับ” ปั้นชุมชนยกกำลังดี หวังพัฒนาศักยภาพชุมชน เชื่อมร้อยเป็นเครือข่าย เดินหน้า 70 ชุมชนนำร่อง  ร่วมกำหนดอนาคตของกรุงเทพให้เป็นเมืองที่ทุกคนมีที่ยืน มีคุณค่า และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้ ที่บริเวณริมถนนคลองประปา ใต้ทางพิเศษประจิมรัถยา  มีการจัดงาน “Commune Can Do Face² : รวมเพื่อน เชื่อมคน ชุมชนยกกำลังดี” ตอน “(จำลอง)เมืองยกกำลังดี” สนับสนุนโดยสำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. งานนี้มีเครือข่ายชุมชนเข้าร่วม  กว่า 70 ชุมชน มีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 500 คน  เพื่อสร้างพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้ลุกขึ้นมาเป็น “ผู้เล่าเรื่องเมือง” ด้วยตัวเอง ผ่านการนำเสนอประสบการณ์จริง ศักยภาพ และการจัดการตนเองของชุมชนในบริบทเมือง พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายและสังคมในวงกว้างสะท้อนถึงพลังของการรวมตัวและการขับเคลื่อนในระดับเมือง

นายวีรพงษ์  เกรียงสินยศ  ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่ากรุงเทพมหานครในฐานะเมืองหลวงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กำลังเผชิญกับความท้าทายของการพัฒนาเมืองที่มีความซับซ้อนทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้ความหลากหลายของผู้คนและรูปแบบการอยู่อาศัย โดยเฉพาะในพื้นที่ “ชุมชนไม่จดทะเบียน” ซึ่งแม้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมืองที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและการพึ่งพาอาศัยกันในระดับพื้นที่ แต่กลับยังขาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร การสนับสนุน และพื้นที่ในการสื่อสารศักยภาพของตนเองต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

จัตุรัสโมเดล! สสส. ชูชัยภูมิสยบยาเสพติด ขยายผล 'ชุมชนล้อมรักษ์' ทั่วไทย

เปิดโรดแมปปั้น Deep Tech รับมือวิกฤติน้ำมัน ดัน 'เฮลท์เทค' โต 2 เท่า

ชุมชนยกกำลังดี พัฒนาศักยภาพคนในเมือง

โครงการสร้างเสริมสุขภาวะและยกระดับชุมชนต้นแบบในพื้นที่ไม่จดทะเบียนกรุงเทพมหานคร (ชุมชนยกกำลังดี) ได้ดำเนินงานในพื้นที่ของตนเองหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาวะ และพัฒนาสภาพแวดล้อมรอบชุมชนให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงพลังของชุมชนที่ช่วยเสริมสร้างฐานรากเศรษฐกิจให้กับกรุงเทพฯด้วย โอกาสนี้ได้ริเริ่มจัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองที่ทุกคนมีพลัง และสามารถร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน” ซึ่งเป็นการยืนยันหลักการสำคัญของการพัฒนาเมืองแบบมีส่วนร่วม (Inclusive City) ที่มองเห็นคุณค่าของทุกกลุ่มคนในเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่มักถูกมองข้าม ให้สามารถเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ แต่เป็น “หุ้นส่วนของการเปลี่ยนแปลง”

ด้านนายไพบูลย์ บุญประเสริฐ  จากกลุ่มบางกอกฮับ ในฐานะหัวหน้าโครงการชุมชนยกกำลังดี กล่าวว่า วันนี้รูปแบบของงานถูกออกแบบให้เป็น “เมืองจำลอง (City Walk Experience)” ที่มีชีวิต (Living City) โดยใช้พื้นที่จริงของชุมชนเป็นฐานในการจัดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้เดินสำรวจพื้นที่ เรียนรู้ และมีส่วนร่วมผ่านประสบการณ์ตรงตลอดแนวชุมชนสำหรับการใช้จัดการเรียนรู้จากโลกจริง ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นเส้นทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งเวทีกลางสำหรับการสื่อสารสาธารณะ พื้นที่นิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริง ตลาดชุมชนที่สะท้อนเศรษฐกิจฐานราก และลานกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกช่วงวัย

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญที่ครอบคลุมทั้งมิติการเรียนรู้ การสื่อสาร และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ได้แก่ เวทีนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย (Commune Can Do Policy) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้ถ่ายทอดข้อเสนอและแนวทางพัฒนาที่เกิดจากประสบการณ์จริงสู่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เวทีเครือข่าย (Commune Can Do Network) ที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม นิทรรศการภาพเล่าเรื่อง (Photo Story & Exhibition) ที่สะท้อนชีวิต ความหวัง และความท้าทายของคนในชุมชน

การแสดงศักยภาพของคนตัวเล็ก (Show) ที่เผยให้เห็นพลังสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ กิจกรรมเวิร์กช็อปและพื้นที่สร้างสรรค์ (Workshop & Play) ที่เปิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับทุกคน หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของงานคือ “Commune Can Do Market” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร งานฝีมือ ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือบริการเล็ก ๆ ที่เกิดจากการพึ่งพาตนเอง 

"งานนี้ยังทำหน้าที่เป็น “กระบวนการทางสังคม” เพราะชุมชนคือพลังของเมือง ที่สามารถมีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และร่วมกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่ทุกคนมีที่ยืน มีคุณค่า และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน"นายไพบูลย์ กล่าว

ด้านนางอรพิณ วิไลจิตร แกนนำชุมชนริมทางรถไฟตลาดพลูกล่าวว่า ชุมชนริมทางรถไฟตลาดพลู มีประชากรโดยประมาณ 200 ครัวเรือน ส่วนใหญ่คนในชุมชนจะหาเช้ากินค่ำ มีส่วนหนึ่งที่ค้าขาย ประชากรในชุมชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ ส่วนตัวไม่ได้เป็นคนในชุมชนริมทางรถไฟแต่อยู่ชุมชนข้างเคียงในทุกปีจะมีการนำของขวัญปีใหม่ไปมอบให้ผู้สูงอายุในชุมชนริมทางรถไฟ เพราะชุมชนมีผู้สูงอายุอยู่จำนวนมาก   ข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ หรือความสนใจจากหน่วยงานราชการเข้าไม่ถึง ทำให้คนในชุมชนต้องดูแลกันเองเนื่องจากเป็นชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียน ยิ่งถ้าเป็นชุมชนที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากจะเข้าไม่ถึงข่าวสารมากยิ่งขึ้น จะมีหน่วยงานเข้ามาก็ต่อเมื่อได้รับแจ้ง หากแจ้งว่ามีผู้ป่วยติดเตียงสาธารณะสุขจะส่งพยาบาลเข้ามาช่วยเหลืออยู่บ้าง

“รู้สึกเปิดโลกมากทำให้ได้เห็นว่ามีอีกส่วนหนึ่งของพื้นที่ ที่ยังขาดอยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือ และได้มีพื้นที่ในการคิด การแก้ปัญหาให้กับชุมชนดีกว่าปล่อยเวลาไปเฉย ๆ ทำให้รู้สึกว่าตัวเราเองยังมีแรง ยังสามารถทำอะไรได้มากกว่าการอยู่เฉยๆ  ในชุมชนได้มีการนัดตรวจสุขภาพประจำเดือนของผู้สูงอายุและคนในชุมชนได้มีพื้นที่ในการมาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนกัน ในแต่ละเดือนจะมีการสอนการทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ การออกกำลังกายท่าง่ายๆให้กับผู้สูงอายุเพื่อที่จะให้พวกเขาได้ขยับร่างกายในช่วงเวลาที่อยู่บ้าน มีการบอกข้อดีของการออกกำลังกายและข้อเสียของการไม่ออกกำลังกาย เพื่อเป็นการกระตุ้นการออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุ และมีการฝึกอาชีพเพื่อคนในชุมชนจะได้มีรายได้เล็ก ๆ น้อยเข้ามา” นางอรพิณ กล่าว

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ต้องหากิจกรรมง่ายๆมาให้ลองทำ เช่น ทำน้ำยาล้างจาน หรือพิมเสน อยากให้หน่วยเข้ามาให้ความสนใจอย่างน้อย ๆ มีการตรวจสุขภาพให้คนในชุมชนเดือนละครั้ง หรือการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ในชุมชน เพื่อมีพื้นที่ให้คนในชุมชนได้ออกมาจากบ้าน เพื่อพบปะ พูดคุยกันให้พวกเขาได้รู้สึกว่ายังมีคนที่เหลียวแล

น.ส.ปริศนา บัวจูม แกนนำชุมชนยกกำลังดีบ้านเอื้ออาทร หัวหมาก กล่าวว่าชุมชนเอื้ออาทรหัวหมาก เป็นอาคารชุดแนวตั้ง  มี 684 ครัวเรือน มีประชากรในชุมชนราว ๆ 2 พันกว่าคน  ซึ่งรวมประชากรแฝงด้วย ประชากรในชุมชนส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีรายได้น้อย ทำงานรับจ้างทั่วไป เช่น แม่บ้าน  วินมอเตอร์ไซร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ค้าขาย และอาชีพอิสระ พี่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้มา 21 ปี ที่เป็นชุมชนไม่จดทะเบียน เพราะ เราเป็นนิติบุคคล อาคารชุด และปัญหาหลักๆที่พบเจอตลอดระยะเวลาที่อยู่มา คือ ความเลื่อมล้ำ เศรษฐกิจ การเข้าไม่ถึงสิทธิต่าง ๆ ซึ่งชุมชนเราไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของระเบียบกรุงเทพมหานคร พอเวลาเดือดร้อนอะไร ไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงาน เขาก็ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้เต็มทึ่ไม่เหมือนชุมชนจัดตั้ง  ในฐานะแกนนำก็พยายามหาวิธีการหรือขอความช่วยเหลือตามคำร้องทุกข์ของลูกบ้าน                

“สิ่งที่ได้หลังจากการเข้ามาในเครือข่ายชุมชนไม่จดทะเบียน คือ ได้เพื่อนต่างชุมชนที่มีชะตากรรมเดียวกัน ได้เรียนรู้ว่ากีที่จะลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเอง เราควรไปทางไหนอย่างไรดี ได้แหล่งข้อมูลเพิ่ม รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาเราควรไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหน เพื่อที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที  ด้วยปัญหาที่เจอมาอยากให้ทางกรุงเทพมหานครช่วยเหลือในเรื่องของการเข้าถึงสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น เมื่อมีการช่วยเหลือเงินให้กับพ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ เราที่เป็นชุมชนไม่จดทะเบียนก็จะไม่ได้ทราบเรื่อง พอไม่ได้ทราบเรื่องเราก็ขาดโอกาสหลายๆอย่างในสิทธิประโยชน์ที่เราสมควรได้ เราไม่ได้รู้ตรงนั้น ก็เข้าไม่ถึงและไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง  อยากให้ทางกรุงเทพมหานครมีกิจกรรมเข้ามาส่งเสริมเด็ก ๆ ในชุมชนของเราอย่างต่อเนื่อง อยากให้เด็กเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ มากกว่านี้” น.ส.ปริศนา กล่าว

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ

สสส. จับมือ 'กลุ่มบางกอกฮับ' ปั้นชุมชนยกกำลังดี กำหนดอนาคตกรุงเทพ