วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

จากไร่ผลไม้ที่ไม่แน่นอน สู่ต้นกาแฟแห่งความหวัง จากความเสี่ยงของการพึ่งพิงผลไม้ตามฤดูกาลที่ผันผวน สู่ความมั่นคงทางด้านรายได้ นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตของชาวบ้านปางขอนและผาลั้ง จังหวัดเชียงราย หลังจากบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้าไปพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาคุณภาพผลผลิต  และรับซื้อ ไปจนถึงการส่งต่อกาแฟคุณภาพไปสู่ร้าน Café Amazon กว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกร ผู้ปลูกเมล็ดกาแฟได้คุณภาพสูงมีอาชีพและรายได้ความมั่นคงทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เดิมชุมชนปางขอนปลูกกาแฟมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ แต่เป็นเพียงการปลูกแบบพึ่งพาธรรมชาติ ทำให้กาแฟเป็นได้แค่ ‘รายได้เสริม’ ที่ไม่แน่นอน จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2560 เมื่อ OR โดย Café Amazon และบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้เข้ามาทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) และเริ่มต้นกระบวนการพัฒนา “การปลูกกาแฟ”เพื่อสร้างรายได้อย่างจริงจัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ขุนน่าน คอฟฟี่ 'สงวนสิทธิ์ เรืองดำ' กับภารกิจ 'คืนผืนป่าให้แม่ด้วยกาแฟพ่อ'

ศิริราชจีโนมิกส์ ศักยภาพเท่าแล็บชั้นนำโลก ตั้งเป้าเฟส 2 เป้าขยายผล 2 แสนราย

กาแฟ “ปางขอน”ความตั้งใจคนทั้งหมู่บ้าน

“ธีรศักดิ์ วุยยะอากุ” ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านปางขอน  เล่าว่าชาวบ้านปลูกกาแฟมานาน แต่ไม่เคยรู้ว่าจะทำให้ดีได้อย่างไร จน OR โดย Café Amazon เข้ามาให้ความรู้...ทุกวันนี้กาแฟของปางขอนไปอยู่ในแก้วของ Café Amazon ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันคือความตั้งใจของคนทั้งหมู่บ้าน

จากที่เคยปลูกแบบตามมีตามเกิด หลังจากที่ชุมชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่วิธีการเก็บเมล็ดกาแฟเชอรี่ที่ถูกต้อง การดูแลต้นกาแฟอย่างมีหลักการ ไปจนถึงการมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ทำให้กาแฟกลายเป็นอาชีพที่มีอนาคตของชาวบ้านปางขอน จนปัจจุบันจำนวนครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟที่เพิ่มจากหลักสิบเป็นกว่า 100 ครัวเรือนแล้ว 

“กาแฟของปางขอนนั้นปลูกในพื้นที่สูงเฉลี่ยกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างคุณภาพและอัตลักษณ์อันโดดเด่นให้กับเมล็ดกาแฟปางขอน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยประมาณ แสนกว่าบาทต่อครัวเรือน ทำให้คุณภาพชีวิตที่ดี  เข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น”

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาไปด้วยกัน

พงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ OR  กล่าวว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจาก ‘ความรู้’ และ ‘มาตรฐาน’ การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีองค์ความรู้ในการผลิตกาแฟคุณภาพ และมีตลาดที่โปร่งใสรองรับ ซึ่งจะนำไปสู่รายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ปรัชญา ‘พัฒนาไปด้วยกัน’ จึงเป็นการเปลี่ยนสมการความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและชุมชน จากคู่ค้าสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างอนาคต 

เมื่อชาวบ้านประสบปัญหา ทีมงานจะลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ไขทันที แนวทางดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริง 

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน   

จาก“ลิ้นจี่”บ้านผาลั้งสู่‘กาแฟ’ดูแลผืนป่า

ห่างจากปางขอนไปอีก 10 กิโลเมตรเป็นที่ตั้งของชุมชนผาลั้ง ก่อนหน้านี้ชาวบ้านพึ่งพารายได้จากลิ้นจี่ ซึ่งมีความผันผวนสูงและเสี่ยงต่อการถูกกดราคา หลังจากเห็นชาวบ้านปางขอนได้เรียนรู้การปลูกกาแฟที่มีคุณภาพและมีรายได้จากการขายกาแฟที่มั่นคง จึงเรียนรู้จากต้นแบบความสำเร็จของบ้านปางขอน และเมื่อ OR เข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้การปลูกกาแฟและเริ่มรับซื้อผลผลิตในปี 2561 กาแฟก็ได้กลายแแหล่งรายได้ใหม่ของชุมชน อีกทั้งภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ยังเอื้อให้สามารถปลูกกาแฟได้ทั้งสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า

ปัจจุบัน กว่า 200 ครัวเรือน ในชุมชนผาลั้งมีรายได้เฉลี่ย หลักแสนบาทต่อปีต่อครัวเรือน จากการขายเมล็ดกาแฟ ความสำเร็จนี้ได้รับการยืนยันจาก "ตอนชิง พัชรมโน" ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านผาลั้ง ที่กล่าวว่า “แม้ต้นทุนการดูแลจะสูง แต่ก็คุ้มค่าเพราะมี OR รับซื้อแน่นอนและให้ราคาที่เป็นธรรมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ” โมเดลนี้สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น การปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ยังสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนต้องดูแลรักษาป่า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์เพราะ “ถ้าป่าดี กาแฟก็ดี”

"ตั้งแต่ปลูกกาแฟมา มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปลูกลิ้นจี่อย่างเดียว ด้วยความที่มี OR มารับซื้อ และยังให้ความรู้ทางด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ที่สำคัญการปลูกป่าร่วมกับการปลูกกาแฟ ช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับชุมชนมากขึ้น เพราะถ้ามีป่ามีต้นไม้เป็นร่มเงา ก็ทำให้ปลูกกาแฟได้ดี ตอนนี้มีรายได้ปีละ 5 แสน จากการปลูกกาแฟ 14 ไร่ หักต้นทุนออกประมาณแสนกว่าบาทก็ยังถือว่ามีรายได้ที่ดี”ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านผาลั้ง กล่าว

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ต้นน้ำสู่ปลายน้ำเชื่อมโยงคนปลูก-คนดื่ม

“อรรถพล ภูษณะพงษ์” ผู้จัดการโครงการบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ อธิบายการทำงานของทีม  OR ว่าโมเดลของ OR ได้สร้างห่วงโซ่คุณค่ากาแฟที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่เกษตรกรบนยอดดอยไปจนถึงผู้บริโภคในเมือง ทำให้กาแฟทุกแก้วไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่ยังมีเรื่องราวและความหมาย ภายใต้มาตรฐาน Café Amazon Standard

เริ่มจาก ต้นน้ำ (Upstream):กระบวนการเริ่มต้นจากความใส่ใจในไร่ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟเชอรี่ที่สุกกำลังดี การจัดการร่มเงาเพื่อควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้วัตถุดิบคุณภาพสูงสุดจากต้นทาง กลางน้ำ (Midstream):เมล็ดกาแฟจากชุมชนจะถูกส่งต่อไปยังศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ Café Amazon (OASYS) ณ จ.อยุธยา ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมคุณภาพ ตั้งแต่การแปรรูป ควบคุมความชื้นคัดเกรด และคั่วด้วยมาตรฐานเดียวกัน ก่อนจะนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น กาแฟดริปและกาแฟแคปซูล

ปลายน้ำ (Downstream):Café Amazon ใช้เครือข่ายสาขากว่า 4,500 แห่งทั่วประเทศ เป็นช่องทางในการส่งต่อประสบการณ์และเรื่องราวเบื้องหลังกาแฟคุณภาพ ทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้และเกิดความเชื่อมโยงกับชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูก สร้างคุณค่าที่มากกว่าแค่การดื่มกาแฟ

“กระบวนการที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำนี้ คือการทำให้แนวคิด“กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก”เกิดขึ้นได้จริงในทุกมิติ ทั้งความเป็นธรรมต่อเกษตรกร คุณภาพที่ดีสำหรับผู้บริโภค และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เป็นโมเดลกาแฟยั่งยืนที่มากกว่ารับซื้อแต่มันคือการพัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน’

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

กาแฟสร้างคน คนสร้างป่า- ชุมชนเติบโต

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของโครงการ ความสำเร็จของบ้านปางขอนและผาลั้ง ได้กลายเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า อาชีพเกษตรกรรมสามารถ ‘เปลี่ยนชีวิต’ และสร้างอนาคตที่มั่นคงได้ ความสำเร็จนี้ไม่ได้วัดค่าได้จากตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชน

กระบวนการที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำนี้ คือการทำให้แนวคิด “กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก” เกิดขึ้นได้จริง ทั้งความเป็นธรรมต่อเกษตรกร คุณภาพที่ดีสำหรับผู้บริโภค และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน Café Amazon Standard เป็นหลักประกันให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สะท้อนคุณภาพ และยัง“อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สร้างชุมชนและระบบนิเวศที่ยั่งยืน”ได้อีกด้วย

“พิชาภรณ์ วงศ์ศรี”  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร OR  กล่าวว่าการที่ คนรุ่นใหม่เริ่มกลับคืนสู่บ้านเกิด เพื่อมาสืบสานอาชีพปลูกกาแฟ เปิดร้านกาแฟ และสร้างโฮมสเตย์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากาแฟได้สร้างอนาคตที่แข็งแกร่งบนผืนแผ่นดินของพวกเขาเอง

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

โมเดลของ OR จึงไม่ใช่แค่โครงการเพื่อสังคม (CSR) ที่แยกส่วนจากธุรกิจหลัก แต่คือแก่นของกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Core Business Strategy) ที่ลงทุนในสังคมและสิ่งแวดล้อมผูกโยงโดยตรงกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และคุณค่าของแบรนด์ แสดงให้เห็นว่า เมื่อธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกัน จะสามารถสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้

กรณีความสำเร็จสองชุมชนบนเส้นทางกาแฟที่ยั่งยืนความสำเร็จของโมเดลที่ OR วางรากฐานไว้นั้น ไม่ใช่เพียงแนวคิดในกระดาษ แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในสองชุมชนต้นแบบอย่างบ้านปางขอนและบ้านผาลั้ง แม้ทั้งสองจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่กลับมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างชีวิตที่มั่นคงและอนาคตที่ยั่งยืนจากต้นกาแฟ

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน

ถอดรหัส 'OR' โมเดลกาแฟยั่งยืน มากกว่ารับซื้อแต่พัฒนาเกษตรกรไปด้วยกัน