สธ. ทุ่มงบกว่า 144.8 ล้าน สร้างอาคาร 400 เตียง “รพ.กันทรลักษ์” ยกระดับบริการสุขภาพชายแดนอีสานใต้ เดินหน้า "One Region One Province One Hospital" ลดปัญหาความแออัด การส่งต่อ เพิ่มเข้าถึงรักษาใกล้บ้าน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวในการประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารรักษาพยาบาล ขนาด 400 เตียง โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่า การลงทุนก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลแห่งนี้ เป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย 1 เขตสุขภาพ 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล (One Region One Province One Hospital) ที่มุ่งเน้นให้โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดแบ่งปันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งบุคลากร การบริหารจัดการเตียง และการกระจายบริการเข้าสู่โรงพยาบาลขนาดเล็กเพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลหลักอย่างเป็นรูปธรรม
การก่อสร้างอาคารแห่งนี้จะช่วยขยายศักยภาพของการรักษาใกล้บ้านและการเป็นแม่ข่ายประจำโซน 3 (Node) ที่จะมาช่วยกระจายภาระการครองเตียง อีกทั้ง สามารถรองรับการผ่าตัดเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดิม 6,000 ราย เป็น 12,000 รายต่อปี ประชาชนในพื้นที่และโรงพยาบาลเครือข่ายสามารถเข้ารับบริการได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยัง รพ.ศรีสะเกษ ซึ่งช่วยร่นระยะทางในการเดินทางจาก 100 กิโลเมตร เหลือเพียง 30 กิโลเมตร ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 800 บาทต่อครั้ง
นอกจากนี้ อาคารใหม่จะได้รับการติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วในการตรวจวิเคราะห์โรคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีระบบการหมุนเวียนแพทย์เฉพาะทางจากโรงพยาบาลศรีสะเกษมาร่วมดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างไร้รอยต่อ นับเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขในฐานะโรงพยาบาลชายแดนอีสานใต้ได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลกันทรลักษ์มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยได้เพียง 297 เตียง แต่ต้องแบกรับการดูแลประชากรในพื้นที่โซน 3 มากถึง 400,000 คน ส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัด ผู้ป่วยต้องรอคอยนาน และมีข้อจำกัดด้านการผ่าตัดจนต้องส่งต่อผู้ป่วยออกนอกพื้นที่อยู่เป็นประจำ
อาคารใหม่ที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) สูง 4 ชั้น ขนาด 400 เตียง วงเงินงบประมาณ 144,898,000 บาท มีพื้นที่ใช้สอยรวม 5,774 ตารางเมตร ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 แผนกรังสีวิทยา (X-Ray), ชั้นที่ 2 แผนกห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (LAB), ชั้นที่ 3 หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ขนาด 16 เตียง และชั้นที่ 4 ห้องผ่าตัดมาตรฐานจำนวน 8 ห้อง กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคม 2570





